"เสือ ดุสิต" หึงโหด! พาพวกรุมกระทืบชายวัย 53 ซี่โครงหัก 12 ซี่ ปอดทะลุโคม่า ลูกสาวคนเจ็บลั่นเอาผิดถึงที่สุด ขณะที่ "เสือ ดุสิต" เคลื่อนไหวแล้ว
วันนี้ (25 ก.พ.69) เวลา 12.00 น. ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี หญิงสาว อายุ 26 ปี ลูกสาวของนายธนพล อายุ 53 ปี ผู้บาดเจ็บสาหัส เดินทางพร้อมนายไวยอัครา ปิ่นทอง ทนายความ เข้าร้องขอความช่วยเหลือจาก ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ “ดร.แก้ว” ผู้ก่อตั้งเพจ ดร.แก้วช่วยได้ ก่อนเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ต.พีรวิชญ์ ศรีสำราญ รองสารวัตร (สอบสวน) เพื่อดำเนินคดีกับนายสัมฤทธิ์ หรือ "เสือ ดุสิต" พร้อมพวกอีก 2 คน หลังถูกรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซี่โครงหัก 12 ซี่ ปอดทะลุ อาการโคม่า เหตุเกิดเวลาประมาณ 04.30 น. บริเวณหน้าห้องน้ำภายในร้านอาหารชื่อดังย่านสนามบินน้ำ จังหวัดนนทบุรี โดยมีกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้อย่างชัดเจน
นายจีระศักดิ์ อายุ 40 ปี ลูกน้องของผู้บาดเจ็บ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า คืนเกิดเหตุเวลาประมาณ 03.00 น. ตนและนายธนพลพร้อมเพื่อนรวม 3-4 คน มานั่งรับประทานอาหารภายในร้าน ขณะเดียวกันกลุ่มของเสือดุสิตก็มากันประมาณ 3 คน พร้อมหญิงสาว 1 คน โดยทั้งสองฝ่ายไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ระหว่างนั้นหญิงสาวที่มากับเสือดุสิตได้เดินเข้ามาทักทายนายธนพลตามปกติ ตนเข้าใจว่าเป็นคนรู้จักกันทั่วไป แต่เสือดุสิตแสดงอาการหึงหวง เดินเข้ามาพูดว่า “นี่แฟนผม” ทางนายธนพลตอบว่า “ไม่มีอะไรครับ แค่คุยกันเฉยๆ” จากนั้นเสือดุสิตกับหญิงสาวมีปากเสียงกันเล็กน้อย ก่อนแยกย้ายกันไป
กระทั่งเวลาประมาณ 04.30 น. นายธนพลเดินไปยืนสูบบุหรี่บริเวณหน้าห้องน้ำ จู่ ๆ เสือดุสิตได้ปรี่เข้ามาชกต่อย ก่อนที่ลูกน้องอีก 2 คน จะเข้ามาสมทบรุมกระทืบซ้ำจนล้มลงนอนกองกับพื้นตามภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะเกิดเหตุตนไม่ทราบเรื่อง จนเจ้าของร้านมาแจ้งว่าเพื่อนถูกทำร้าย จึงรีบออกไปดู พบว่าทางเจ้าของร้านและการ์ดได้เข้าห้ามและแยกกลุ่มผู้ก่อเหตุออก พร้อมไล่ให้กลุ่มเสือดุสิตออกจากร้าน ตนจึงรีบเรียกแท็กซี่พาผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลทันที สภาพเลือดเต็มใบหน้า ศีรษะบวมปูด อาการหนักมาก
นายจีระศักดิ์ ยืนยันว่า ทั้งสองฝ่ายไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน และระหว่างนั่งทานอาหารไม่ได้มีปากเสียงใด ๆ ประเด็นเดียวคือเรื่องหญิงสาวที่เข้ามาทักทาย ส่วนที่เสือดุสิตกล่าวอ้างว่า นายธนพลไปจับก้นหญิงสาวนั้น ตนเชื่อว่าไม่เป็นความจริง เพราะนิสัยผู้บาดเจ็บเป็นคนเรียบร้อย ไม่ก้าวร้าว อีกทั้งขณะเกิดเหตุเสือดุสิตยังพูดท้าทายว่า “จะเรียกตำรวจก็เรียกไปเลย ในจังหวัดนนทบุรีกูไม่กลัวใคร เรียกมาเลยกูจะรอ” ซึ่งตนมองว่าเป็นพฤติกรรมรุนแรงและอุกอาจ เพราะเป็นการรุมทำร้าย 3 ต่อ 1 หากไม่มีคนเข้าห้ามอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
ด้านดร.แก้ว เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนและพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ พร้อมประสานให้ดำเนินการสอบปากคำ และแจ้งข้อกล่าวหาทุกข้อหาที่เกี่ยวข้อง ยืนยันว่าตำรวจจังหวัดนนทบุรีไม่ได้เกรงกลัวผู้มีอิทธิพล และจะเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีเพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายโดยเร็ว
ส่วน ลูกสาวผู้บาดเจ็บ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ขณะนี้พ่ออาการโคม่าอยู่ในห้องไอซียู ต้องใส่ท่อช่วยหายใจเพิ่มเติม อาการยังไม่พ้นขีดอันตราย ตนทราบเรื่องช่วงเที่ยงหลังได้รับโทรศัพท์จากเพื่อน จึงรีบมาดูอาการที่โรงพยาบาล ไม่เคยรู้จักเสือดุสิตเป็นการส่วนตัว และไม่เชื่อว่าบิดาจะไปกระทำการไม่เหมาะสมตามที่ถูกกล่าวหา เพราะเป็นคนนิ่ง เงียบ เรียบร้อย ใจดี และไม่เคยมีเรื่องชกต่อย พร้อมยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่กังวลว่าคู่กรณีจะเป็นคนดัง เพราะทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย
ด้านนายไวยอัครา ปิ่นทอง ทนายความ ระบุว่า อาการของผู้บาดเจ็บสาหัสมาก ซี่โครงหักประมาณ 12 ซี่ ปอดทะลุ ตับและไตได้รับความเสียหาย ไม่สามารถหายใจเองได้ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดฐานทำร้ายร่างกายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ส่วนจะเข้าข่ายพยายามฆ่าหรือไม่ ต้องรอพนักงานสอบสวนพิจารณาตามพยานหลักฐาน ยืนยันจะแจ้งความดำเนินคดีทุกข้อหา และไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย พร้อมเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างแน่นอน
*เสือ ดุสิต เคลื่อนไหว ยอมรับทำเกินกว่าเหตุหึงหวงขาดสติ*
ล่าสุด "เสือ ดุสิต" ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านโซเชียล ระบุว่า "ยอมรับผมทำเกินกว่าเหตุ ผมพยายามติดต่อผู้เสียทุกวิถีทางเพื่อจะรับผิดชอบ ผมไปรับหมายมาเรียบร้อย ตำรวจนัดผมอีกทีวันที่9มีนา เพราะความหึงหวงจนทำให้ผมขาดสติ"

















