ศาลอาญาคดีทุจริตฯ นัด 17 มี.ค.นี้ ฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้อง คดีฟ้องประธาน กกต.กับพวกรวม 8 คน ปมสั่งพิมพ์บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด
วันนี้ (24ก.พ.69 )ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ที่ผ่านมา ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง เรือเอกยงยุทธ เสาแก้วสถิต อาชีพทนายความ เดินทางมายื่นฟ้อง นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กับพวกที่เป็น กกต.เเละ เลขาฯ กกต.รวม 8 คน ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ประกอบมาตรา 83, พรป.ว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2569 มาตรา69 , พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561มาตรา 149 และพรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561มาตรา172
คำฟ้องระบุว่า ตนเองใช้สิทธิ์ในฐานะประชาชนชาวไทย ขอยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของสำนักงานคณะกรรรมการการเลือกตั้ง , จำเลยที่ 2-7 ในฐานะกรรมการการเลือกตั้ง และจำเลยที่ 8 ในฐานะเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
จำเลยที่ 1-7 มีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องร่วมกันเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยสุจริตและเที่ยงธรรม แต่จำเลยทั้ง 8 ได้ร่วมกัมกันกระทำความผิดต่อกฎหมาย
โดยจำเลยทั้ง 8 มีเจตนาทุจริต ร่วมกันสั่งผู้รับพิมพ์บัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งบัตรสีเขียวใส่คิวอาร์โค้ดด้านล่างซ้ายของบัตรเลือกตั้งทุกใบ , บัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ บัตรสีชมพู ใส่บาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง
โดยจำเลยทั้ง 8 มีเจตนาใช้ตรวจสอบเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง อันแสดงถึงความไม่สุจริตและไม่โปร่งใส เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ต่อมาในวันที่ 8 ก.พ.2569 จำเลยทั้ง8 เจตนาร่วมกันกันสั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง นำบัตรเลือกตั้งทั้งสองแบบดังกล่าว ไปใช้ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลผู้ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่หน่วยเลือกแขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ได้สังเกตเห็นคิวอาร์โค้ดอยู่ด้านล่างซ้ายของบัตรสีเขียว และบาร์โค้ดด้านล่างสุดของบัตรสีชมพู ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ประจำเขตซึ่งไม่สามารถอธิบายได้
ดังนั้น การที่มีคิวอารโค้ดและบาร์โค้ดปรากฏอยู่ในบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสองแบบนั้น เกิดจากการที่จำเลยทั้ง 8 มีเจตนาร่วมกัน สั่งให้ผู้พิมพ์บัตรเลือกตั้งทั้งสองแบบดำเนินการ แสดงให้เห็นถึงเจตนาไม่สุจริตของจำเลยทั้ง 8 ทั้งยังเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนในการพิมพ์บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยไม่จำเป็นด้วย ทำให้โจทก์ รวมถึงประชาชนชาวไทยทั่วประเทศที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันดังกล่าวหลายล้านคน ใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่เป็นความลับ และ/หรือ ถูกจำเลยทั้ง 8 ละเมิดสิทธิอันเป็นความผิดตาม
กฎหมายและเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 85
ศาลรับคำฟ้องไว้ เเละนัดฟังคำสั่ง ‘ชั้นตรวจฟ้อง’ ในวันที่ 17 มี.ค. เวลา 09.30 น.

















