ครูสาวขับชนน้องเกลดับ บนทางม้าลายหน้าโรงเรียนที่บุรีรัมย์ พบพนักงานสอบสวน (พงส.) ยอมรับสารภาพ อ้างที่ปฏิเสธก่อนหน้าเพราะประวิงเวลาหาเงินตามที่ได้คำปรึกษาจาก พงส.คนก่อน ด้าน ผกก.เผยเปลี่ยน พงส. พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบ พงส.คนแรกแล้ว ปมร้องขอส่วนแบ่งเงินประกัน 10%
วันที่ 20 ก.พ. 2569 กรณีข้าราชการครูหญิงวัย 32 ปี ชาว จ.นครราชสีมา ที่ขับรถเก๋งพุ่งชนเด็กหญิงกัญญาวีร์ หรือน้องเกล อายุ 6 ปี นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนบ้านดงย่อ ตำบลปะเคียบ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ขณะกำลังเดินข้ามทางม้าลายไปโรงเรียน จนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 08.00น. วันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา ก่อนจะถึงวันคล้ายวันเกิดน้องไม่กี่วันคือวันที่ 30 ม.ค.

วันนี้ ครูคนดังกล่าวได้เดินทางมาให้การกับพนักงานสอบสวนใหม่ รับสารภาพว่าผิดจริงที่ขับรถชนน้องจนเสียชีวิต หลังจากก่อนหน้านี้กลายเป็นเรื่องดรามา เนื่องจากครูและญาติครูปฏิเสธว่าไม่ผิด ทำให้แม่น้องเกลจะยังไม่ได้รับเงินค่าประกันภาคบังคับ (พ.ร.บ.) 500,000 บาท และเงินจากประกันภาคสมัครใจกับรถเก๋งของครูอีก 500,000 บาท รวมเป็น 1,000,000 บาท เพราะจะต้องรอศาลตัดสิน

จนกระทั่งได้ไปออกรายการโหนกระแส และให้สัมภาษณ์ทีมข่าวออนไลน์ช่อง 8 โดยปู่น้องเกลให้ข้อมูลว่า ทางพนักงานสอบสวนขอส่วนแบ่งเงินประกันที่จะได้รับ 10 เปอร์เซ็นต์ คือ 100,000 บาท กลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ตำรวจต้องออกมาปัดกันพัลวัน ถึงขั้นตั้งคณะกรรมการสอบสวนและเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนในทันที

ด้านครู ผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า จริงแล้วทุกครั้งที่มาพบญาติในงานศพจะขอโทษทุกครั้ง บางครั้งญาติเขาอาจจะไม่ได้ฟังเพราะอยู่ในระหว่างอารมณ์ที่เสียใจ ซึ่งตนไม่ได้ติดใจอะไรกรณีญาติเขามากล่าวหาว่า ไม่เคยขอโทษ
ตอนนี้ตนรับผิดทุกอย่างแล้ว ส่วนสาเหตุที่ปฏิเสธในตอนแรกเพราะได้ไปขอคำปรึกษากับพนักงานสอบสวน เนื่องจากไม่มีเงินเยียวยาทันที ซึ่งพนักงานสอบสวนก็ให้ปฏิเสธเอาไว้ก่อนเพื่อประวิงเวลาในการหาเงิน

ด้าน พ.ต.อ.เขมชาติ แปดแก้ว ผกก.สภ.คูเมือง อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนแล้ว โดยได้เชิญตัวแทนบริษัทประกันทั้งสองบริษัท มาพบพร้อมกัน หลังจากครูรับสารภาพแล้ว พนักงานสอบสวนจะเร่งทำเอกสารส่งให้กับบริษัท และคาดว่าน่าจะได้เงินประกัน 1 ล้านบาทภายใน 7 วันทำการซึ่งไม่ช้าเกินไป ส่วนการเรียกรับเงิน 10 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานสอบสวนคนแรก ทางจังหวัดได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้วซึ่งจะต้องดำเนินไปตามขั้นตอนต่อไป
อย่างไรก็ตาม สำหรับเงินเยียวยายังไม่สามารถตกลงกันได้ เบื้องต้นทราบจากปู่ของน้องเกลว่า หลังจากนี้จะปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยจะให้ศาลเป็นผู้พิจารณาว่าสมควรจะได้ค่าเยียวยาเท่าไหร่

















