ชาวบ้าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เร่งตัดอ้อย ไม่ไว้ใจเขมร อดีตผู้ใหญ่บ้านใกล้ปราสาทคนาจับตาพฤติกรรมทหารเขมร เชื่อมีปะทะรอบ 3

วันที่ 17 ก.พ. 2569 หลังจากทหารกัมพูเริ่มสร้างสถานการณ์ยั่วยุทหารไทย ตลอดแนวชายแดนมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเผาป่า ยิงปืนยั่วยุ ลาดตระเวน เพื่อปะทะคารมกดดัน รวมทั้งสถานการณ์ที่ทหารกัมพูชาสั่งให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้ชายแดนทมอดา ติดกับ จ.ตราด อพยพออกจากพื้นที่ตามที่เป็นข่าวต่างๆ ก็ส่งผลให้สถานการณ์ชายแดนเริ่มตึงเครียดและต้องเฝ้าระวังตลอดเวลา รวมทั้งประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดนที่ต้องเฝ้าระวังติดตามข่าวสาร และเตรียมพร้อมอพยพได้ทันทีหากมีสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้น

ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ชายแดนเพื่อสอบถามความคิดเห็นกับชาวบ้านในพื้นที่ และพบกับนายวีรวัฒน์ พันธุ์ศิลป์ อายุ 64 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านแนงมุด ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ผู้ที่เคยเข้าไปยังปราสาทคนา ที่อยู่ในพื้นที่บ้านแนงมุด กล่าวว่า ตนคิดว่า เขมรอยากได้พื้นที่ที่เสียคืน อยากมาอยู่ในพื้นที่เก่าที่มันเคยอยู่และก็ยั่วยุตลอดแนวที่ไทยยึดคืนกลับมาได้ คืออยากให้เราเปิด แต่ไทยอดทน ทางทหารเห็นใจชาวบ้านที่กำลังเก็บเกี่ยวเรื่องผลผลิตอ้อย พยายามที่จะใจเย็น เพราะถ้าอ้อยตามแนวชายแดนตัดเสร็จเมื่อไหร่ ก็คิดว่าจะได้เปิดสู้รบกันอีกรอบ คล้ายกับช่วงที่ชาวบ้านเกี่ยวข้าวให้แล้วเสร็จเหมือนคราวก่อน คราวนี้น่าจะลักษณะเช่นเดิม คาดว่าน่าจะอีกครึ่งเดือนถึงจะตัดอ้อยเสร็จ และก็มีการเปิดโค้วต้าพิเศษรับซื้อ เพื่อให้เกษตรกรขนไปขายเพิ่มไม่ให้ต้องรอคิวนาน โดยเฉพาะอ้อยในเขตพื้นที่สู้รบ ขนเข้าไปชั่งและนำเข้าในโรงงานได้เลย ส่วนจะตัดอ้อยเสร็จก่อนหรือไม่นั่นก็ไม่มั่นใจ ตอนนี้ก็ตึงเครียด ไว้ใจสถานการณ์ไม่ได้

ส่วนชาวบ้านก็เตรียมพร้อมกันอยู่แล้ว ยังไงก็ต้องมีรอบ 3 ส่วนไฟไหม้ป่าฝั่งเขมร ยากที่จะเกิดเองตามธรรมชาติ เพราะถ้าไม่ใช่การเผา ทหารเขมรเผาเอง เจตนาเพื่อให้รมควันทหารไทย เพราะฝั่งเขมรต่ำ คาดว่าจะเผาเพื่อให้ไฟลามสาดขึ้นมาทางเขาฝั่งไทยในพื้นที่ฐานทหารไทยที่ยึดได้ให้ไหม้ฐานต่างๆ แต่ลมตีกลับไปไม่ลามขึ้นมาฝั่งไทย