ชาวบ้านร้องเรียน แลนด์มาร์กอ่างทอง ระยะที่ 2 งบ 240 ล้าน ตรวจรับงานแล้ว เตรียมส่งมอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่พบรอยแตกร้าว งานหลายจุดไม่เรียบร้อย

วันที่ 27 ม.ค. 2569 ที่จังหวัดอ่างทอง ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณแลนด์มาร์กอ่างทอง ริมคลองลำท่าแดง ต.ตลาดหลวง อ.เมือง จ.อ่างทอง หลังได้รับการแจ้งจากประชาชนว่ามีหลายจุดชำรุดทั้งๆ ที่เพิ่งสร้างแล้วเสร็จ ซึ่งจากการสำรวจตั้งแต่บริเวณทางเข้าพื้นที่พบว่า ไฟส่องสว่างโซลาเซลล์จำนวนมากกว่า 20 ต้น ติดตั้งส่องแสงสว่างลงไปในป่าหญ้าข้างทางตลอดแนว สร้างความสงสัยว่าการติดตั้งรูปแบบนี้มีเพื่อประโยชน์เช่นไร รวมถึงเมื่อเข้าไปสำรวจภายในพื้นที่ก็พบว่าหลายจุดอยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ ทั้งกำแพงคอนกรีตที่มีรอยแตกร้าว รวมถึงบริเวณด้านบนที่มีการติดตั้งรั้วสแตนเลสก็มีรอยแตกร้าว และบางจุดคอนกรีตที่ยึดรั้วสแตนเลสถูกทุบจนเห็นโครงสร้างด้านล่าง นอกจากนั้นบริเวณสะพานแขวนซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแลนด์มาร์กแห่งนี้ พบว่าจุดรอยต่อพื้นผิวถนนกับสะพานผิวคอนกรีตแตกร้าว รวมถึงเสาคอนกรีตทั้งสองด้านมีร่องกว้างแยกออกจากกัน แล้วนำปูนไปฉาบปิดไว้ แต่ก็ยังเห็นร่องแยกได้อย่างชัดเจน

ชาวบ้านรายหนึ่งบอกว่า โครงการดังกล่าวนี้ก่อสร้างมาเป็นระยะเวลาหลายปี และเพิ่งสร้างเสร็จก่อนเปิดใช้งานได้ไม่นาน แต่ก็มีสภาพอย่างที่เห็น ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร แต่เพิ่งสร้างเสร็จไม่น่าจะเป็นแบบนี้ จึงอยากฝากหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยตรวจสอบ เพราะบางจุดหากมีประชาชนไปใช้มากๆ อาจจะเกิดอันตรายได้

ขณะที่ ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง นายศราวุธ พันธุ์สังวร โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาพื้นที่พิเศษลำท่าแดงระยะที่ 2 แลนด์มาร์ก บริษัทผู้รับจ้างได้ดำเนินการแล้วเสร็จ และได้มีการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการเตรียมมอบพื้นที่ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

สำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่พิเศษบริเวณคลองลำท่าแดง เป็นโครงการขนาดใหญ่ของกรมโยธาธิการที่ใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้นเกือบ 400 ล้านบาทโดยแบ่งเป็นระยะที่ 1 ใช้งบประมาณ 158 ล้านบาทเศษ ใช้ระยะเวลาในการสร้างนานหลายปีและมีการขยายเวลาเนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยแล้วเสร็จไปแล้ว ส่วนระยะที่ 2 นี้ เป็นระยะที่เชื่อมต่อกันใช้งบประมาณกว่า 240 ล้านบาท มีบริษัทผู้รับเหมารายเดียวกันทั้งสองโครงการเป็นผู้ดำเนินการ โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า หากมีสภาพอย่างที่เห็น ผ่านการตรวจรับงานจากหน่วยงานที่รับผิดชอบได้อย่างไร จึงมีเสียงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ