"อัจฉริยะ" ร้องยุติธรรม! เปิดหลักฐานเด็ด แฉคลิปเสียงส่วยกระเช้า ซัดทอดคนสั่งการ ล้างบางแก๊งพานักโทษจีนหนี

วันที่ 20 ม.ค. 2569 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางมายังกระทรวงยุติธรรม เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนเพิ่มเติมไปยัง พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในกรณีการเปิดโปงขบวนการที่มีตำรวจ ตม. ตำรวจนครบาล รวมถึงทนายความ อัยการ และผู้พิพากษา รวมช่วยเหลือลักลอบนำผู้ต้องกักชาวจีนและชาวต่างชาติหลบหนีออกนอกประเทศ ในช่วงปี 2565-2568

ซึ่งในวันนี้ นายอัจฉริยะได้นำคลิปเสียงหลักฐานที่อ้างว่าเป็นเสียงลูกน้องของเฮียคูณ ชาวจีนซึ่งเป็นตัวการใหญ่ในขบวนการนี้ พูดถึงขั้นตอนของการช่วยเหลือผู้ต้องกักชาวจีนออกจาก ตม.สวนพลู โดยในคลิปเสียงมีการให้ข้อมูลว่าได้นำเงินใส่ในกระเช้าแล้วนำไปวางตามจุดต่างๆที่เขากำหนดไว้แล้วจะมีคนมารับซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใครเพราะคนมารับไม่อยากเปิดตัว จากนั้นเมื่อได้ตัวคนจีนมาแล้วจากการให้ประกันตัวในชั้นศาล ก็จะจ้างแท็กซี่ที่เป็นขาประจำไปส่งที่ชายแดนแล้วหายสาบสูญไป

โดยนายอัจฉริยะ กล่าวว่า ในขบวนการนี้ยังมี นายหน้าหางาน // ทนายความ // และภรรยาผู้พิพากษารายหนึ่งซึ่งเป็นผู้ประสานงาน ซึ่งขั้นตอนคือ เมื่อมีคนจีนถูกจับกุมโดยตำรวจ ตม. ก็จะนำตัวไปกักที่ ตม.สวนพลู จากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือ โดยการสร้างพยานหลักฐานเท็จโดยพนักงานสอบสวนที่มีการวิ่งเต้น ผ่านการจ้างให้ผู้เสียหายทิพย์มาแจ้งความและสอบปากคำ ก่อนที่นำพยานหลักฐานเท็จไปขอหมายจับต่อศาล เพื่ออายัดตัวคนจีนเหล่านั้นมาดำเนินคดีที่โรงพัก แต่สุดท้ายก็ให้ประกันตัวและหายตัวไป

ที่สำคัญ ยังมีกรณีที่ นายหน้าหางาน ทำหน้าที่เป็นตัวการประสานงานให้ไปพูดคุยเจรจากับผู้พิพากษาศาลอาญารายนี้ที่ชั้น 11 อาคารศาลอาญา ผ่านภรรยาของผู้พิพากษาเอง โดยได้ตกลงเจรจากันเป็นที่เรียบร้อยก่อนที่จะส่งมอบเงินให้ผู้พิพากษารายนี้ผ่านตัวกลางจำนวน 2,500,000 บาท ให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาชาวจีนที่ถูกจัดอยู่ที่ตม.สวนพลูซึ่งมีหมายจับของประเทศจีนในข้อหาเกี่ยวกับการฉ้อโกงของรัฐแต่สุดท้ายผู้พิพากษาเวรชี้พิจารณาไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องกักชาวจีนรายนี้ซึ่งปัจจุบันผู้กำกับจีนรายนี้ได้ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นปี 2567 ซึ่งนายอัจฉริยะประสาน รมว.ยุติธรรม ให้ไปสอบปากคำผู้ต้องหาชาวจีนรายนี้ซึ่งจะได้พยานหลักฐานชั้นดีและเขาก็ต้องการร้องเรียนที่ถูกหลอกให้เสียเงินกว่า 2.5 ล้านบาทเพื่อแลกกับการวิ่งเต้นปล่อยตัว

นอกจากนี้ นายอัจฉริยะยังบอกเพิ่มเติมอีกว่า ขบวนการดังกล่าวนอกจากจะร่วมมือกับตำรวจในนครบาลแล้วยังมีการร่วมมือกับตำรวจในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งตนเองได้ไปดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เสียหายทิพย์ที่นนทบุรี รวมจำนวนผู้เสียหายอาทิตย์ที่ตนได้แจ้งความดำเนินคดีในขบวนการนี้ทั้งในนครบาลและนนทบุรีทั้งสิ้น 106 คน

นายอัจฉริยะยังได้ฝากถึง พลต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตํารวจแห่งชาติว่า ให้เร่งรัดดำเนินการสอบสวนและดำเนินการ ทั้งคดีอาญาและทางวินัยกับพนักงานสอบสวนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตอนนี้ต้องขอชื่นชม บก.น. 4 ที่ได้มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวน 3 สน. โดยไล่ออกจากราชการ 1 นาย และรอระหว่างดำเนินการอีก 4 นาย รวมทั้งอยากให้สอบสวนลึกไปที่สนหัวห้วยขวาง เพราะที่สน. นี้มีตัวการระดับนายพลเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง