ยิ่งกว่าละคร! น้องบูม วัย 17 ปี สู้ชีวิตแม่ทิ้งให้อยู่คนเดียวในห้องเช่า ต้องทำงานพาร์ทไทม์ส่งตัวเองเรียนตั้งแต่เด็ก ล่าสุดยอดบริจาค 1 วัน 1 ล้านบาท ตอนนี้ปิดรับแล้ว
จากกรณีเฟซบุ๊ก “เมศ เจ้าชายน้อย” โพสต์ภาพพร้อมเขียนเล่าเรื่องราวชีวิตของน้องบูม เด็กชายวัย 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี ที่ใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียวมาเกือบ 1 ปี ภายในห้องเช่าเล็กๆ ต้องทำงานพาร์ทไทม์ทุกวันหลังเลิกเรียนเพื่อแลกเงินประทังชีวิตในแต่ละเดือน และยังไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะมีโอกาสได้เรียนต่อหรือไม่
เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 69 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี โดยในวันนี้ทางรองผู้อำนวยการโรงเรียน คุณครูแนะแนว พร้อมด้วยนางวาริน วีระสุนทร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี, น.ส.สุนทรีย์ อึ้งเกลี้ยง นักสังคมสงเคราะห์ อบจ.นนทบุรี และ นายปรเมศร์ มีสมภพ หรือ “เมศ เจ้าชายน้อย” ได้ประชุมหารือเพื่อวางแนวทางในการช่วยเหลือ หลังผ่านไปเพียงข้ามคืน เงินบริจาคก็หลั่งไหลเข้ามากว่า 1 ล้านบาท จนต้องปิดรับ โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง ก่อนให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงกรณีดังกล่าว
น้องบูม กล่าวว่า ตนเริ่มอยู่คนเดียวมาตั้งแต่เรียนชั้น ม.5 แต่เริ่มทำงานพาร์ทไทม์ตั้งแต่จบชั้น ม.3 ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย และจะทำทุกวันหลังเลิกเรียน สำหรับผลการเรียนก็อยู่ในเกณฑ์ทั่วไป ไม่ถึงเก่งแต่ตนก็มีความตั้งใจ วันนี้รู้สึกขอบคุณทุกท่านที่ช่วยเหลือมากๆ ที่เห็นความตั้งใจของตน แต่ก็มีความกังวลว่าตนสมควรได้รับความช่วยเหลือหรือไม่ เพราะยังมีอีกหลายคนที่ลำบากกว่าตนเยอะ ตอนแรกที่รู้ยอดเงินตกใจมากที่ได้รับเงินจำนวนมาก หลังจากนี้ก็ต้องปรับเปลี่ยนเวลาการใช้ชีวิตใหม่ทั้งหมด เน้นการเรียนเป็นหลัก รู้สึกตื่นเต้นและตื้นตันใจมาก ขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันเป็นสื่อ และกระบอกเสียงแชร์เรื่องราวของตน ถ้าไม่ได้ทุกคนตนคงลำบากกว่านี้
นายปรเมศร์ หรือ เมศ เจ้าชายน้อย กล่าวว่า ตนได้รับการประสานจากทางผู้อำนวยการศูนย์บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี และได้ลงพื้นที่พร้อมกันเพื่อช่วยเหลือเบื้องต้น ตนเห็นว่าน้องน่าสงสาร ขยัน อดทน มีความมานะที่จะดำรงชีวิต แต่น้องเองยังขาดความช่วยเหลือในหลายๆอย่าง เท่าที่เห็นภายในห้องพักจะมีแค่ที่นอน กระทะไฟฟ้าเล็กๆ นอกนั้นก็ไม่มีอะไร ด้วยความที่น้องต้องทำงาน เก็บเงินเพื่อใช้จ่ายในการดำรงชีวิตแต่ละเดือน จึงไม่สามารถซื้ออะไรที่นอกเหนือจากของที่จำเป็นได้ หลังจากเมื่อวานที่ตนโพสต์เฟซบุ๊ก มีพลเมืองดีโทรเข้ามาสอบถาม อยากให้สิ่งของ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ มีคนโอนเงินช่วยเหลือเข้าบัญชีของน้องโดยตรง ตัวเลขทั้งหมดกลมๆ ตอนนี้ประมาณ 1 ล้านบาท ทุกคนตกใจไม่คิดว่าจะมียอดเงินเยอะ ตัวน้องเองก็เกรงใจ เพราะคิดว่ายังมีอีกหลายคนที่ลำบากกว่าน้องเยอะ แต่ก็ดีใจที่ได้รับการช่วยเหลือจากคนในสังคม ขอบคุณภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ช่วยเป็นกระบอกเสียง ร่วมมือร่วมใจกัน จนน้องได้รับความช่วยเหลือ
นางวาริน กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งเรื่องราวของน้อง ตนได้มีการลงพื้นที่ดูแล ทั้งการศึกษา ชีวิตความเป็นอยู่ สภาพแวดล้อมต่างๆ เพื่อให้มีความปลอดภัย นำสิ่งของ ข้าวสาร อาหารแห้ง อุปกรณ์เครื่องครัวเบื้องต้นในการดำเนินชีวิต รูปแบบการใช้ชีวิตของน้องยังดำเนินไป ช่วงเช้าน้องจะเข้าเรียนตามปกติ และช่วงเย็นก็จะหางานพาร์ทไทม์ทำ น้องมีความฝันว่าอยากเป็นทหาร ซึ่งตนก็ได้มีการประสานไปยังคุณเมธเพื่อให้ช่วยเหลือเรื่องของเงินในอนาคต เท่าที่ตรวจสอบตอนนี้ยอดเงินบริจาคค่อนข้างเยอะ ตนจึงได้มีการประชุมทีมสหวิชาชีพ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน หน่วยงานที่ดูแลในหลายส่วน เพื่อให้แบ่งการใช้จ่ายเงินอย่างถูกต้อง และเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาตามมาในอนาคต ซึ่งจะเป็นการฝากเงินแบบสลักหลัง น้องจะไม่สามารถเบิกเงินได้ จนกว่าอายุจะครบ 19 ปี คือเมื่อเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว แต่เงินส่วนเกิน จำนวนแสนกว่าบาท จะเก็บไว้ให้น้องใช้ดำเนินชีวิตประจำวันจนกว่าจะจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งก่อนหน้านี้ตนพยายามช่วยเหลือมาตลอด และหลังจากนี้ยังคงช่วยเหลืออยู่เพื่อให้น้องได้ศึกษาต่อไป ก่อนอื่นความกังวลมีอยู่แล้วในตัวของน้อง เพราะยอดเงินที่มีคนบริจาคเข้ามามีจำนวนมาก แต่เราได้มีการวางแผนเพื่อให้น้องลดความกังวลลง รวมถึงแก้ไขปัญหาป้องกันระวังเครือญาติ ที่จะไม่สามารถเบิกจ่ายได้ เพราะเป็นเงินสำหรับอนาคตของน้องในวันข้างหน้า

















