ชาคริต-แหม่ม ภรรยา "เร แม๊คโดแนลด์" เปิดใจช่วงเวลาสุดท้าย เผยเส้นเลือดหัวใจหลักตีบทั้ง 3 เส้น โดยไม่มีอาการทางสุขภาพที่เห็นได้ชัด
วันที่ 20 สิงหาคม 2569 เวลา 11.24 น. ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ นางสริญญา แม๊คโดแนลด์ หรือแหม่ม ภรรยาของ “เร แม๊คโดแนลด์” พร้อมครอบครัว ได้นำเสื้อผ้า รองเท้า และผ้าห่ม มาเปลี่ยนให้ “เร” เป็นครั้งสุดท้าย
จากนั้น นายชาคริต แย้มนาม และนางสริญญา ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุการเสียชีวิต โดยชาคริต เปิดเผยว่า ได้รับข้อมูลจากทางญาติเรียบร้อยแล้ว พบว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับหัวใจ โดยเส้นเลือดหัวใจหลักทั้ง 3 เส้นมีภาวะตีบประมาณ 70-90% ส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือด ซึ่งจากข้อมูลที่ได้รับ เรจากไปอย่างสงบ โดยหลับไปและไม่ได้มีอาการเจ็บปวดหรือทรมาน โดยช่วงที่หลับยังมีการขยับร่างกายเหมือนคนทั่วไป ก่อนจะหลับลึกและจากไป
“ทุกอย่างในร่างกาย ทุกอย่างสุขภาพดี อวัยวะทุกอย่างดีหมด” นายชาคริตกล่าว พร้อมระบุว่า ประเด็นสำคัญคือเรื่องหัวใจ ขณะที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้มีอาการเจ็บป่วยหรือปัญหาสุขภาพที่เห็นได้ชัด

นายชาคริต กล่าวต่อว่า เรเป็นคนทำงานเต็มที่และพักผ่อนน้อย รวมถึงเป็นคนรักการเดินทาง เดินทางและทำงานอยู่ตลอดเวลา แต่เชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตเพียงอย่างเดียว และมองว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งของการเดินทางของเพื่อนไปยังสถานที่ที่ดี
เมื่อถามถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา เรมีโอกาสได้พักผ่อนหรือไม่ ชาคริตกล่าวว่า เรมีช่วงพัก แต่ด้วยลักษณะงานและธรรมชาติของเรที่เป็นคนเดินทางตลอดเวลา จึงมองว่า การเดินทางอาจถือเป็นการพักผ่อนในแบบของเขา เพราะเรเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจกับทุกสิ่งที่ทำ และทุกการเดินทางถือเป็นความสุขของเขา
ด้านนางสริญญา ภรรยาของเร เปิดเผยว่า เรเพิ่งได้ใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัวอย่างเต็มที่ประมาณ 1 เดือน หลังลูกปิดเทอม โดยก่อนหน้านี้ลูกเรียนซัมเมอร์ 1 เดือน และอีก 1 เดือนจึงหาเวลาไปเที่ยว ทำให้เรมีโอกาสใช้เวลากับครอบครัวอย่างเต็มที่ ทั้งเตะฟุตบอลกับลูกและทำกิจกรรมร่วมกัน บอกรักกันทุกคืน และจะพูดกู๊ดบายพร้อมจูบลาเป็นประจำ ซึ่งทุกเช้าเรจะตื่นขึ้นมาส่งลูกในตอนเช้าเหมือนที่ทำเป็นประจำทุกวัน แต่ในวันที่เกิดเหตุ เรไม่ได้ตื่นขึ้นมา ซึ่งจากการดูกล้องวงจรปิดพบว่า เรมีการขยับตัวเหมือนหาท่านอนที่สบาย ก่อนที่จะนิ่งไปและหลับลึกลงไปในที่สุด ส่วนคืนก่อนเกิดเหตุไม่ได้มีภาวะอะไรที่ผิดปกติ เห็นเพียงแค่ลงมานั่งดูโทรทัศน์ก่อนที่จะค่อยๆ ล้มตัวลงนอน
นางสริญญา กล่าวว่า ช่วงเวลาดังกล่าวผ่านไปหลายชั่วโมงกว่าครอบครัวจะพบว่าเรจากไป โดยภาพจากกล้องเป็นช่วงหลังเที่ยงคืน และเกือบ 01.00 น. ก่อนที่ครอบครัวจะเข้านอนและลงมาส่งลูกตามปกติในเวลาประมาณ 06.30 น. เมื่อกลับมาพบเรอีกครั้งก็พบว่าเรจากไปแล้ว นางแหม่มยอมรับว่าคิดว่าเรแกล้งหลับ เพราะเรเป็นคนชอบแกล้ง และมักแกล้งหลับเป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงเช้าที่ครอบครัวจะลงมากินอาหารเช้าด้วยกัน และเรจะมาส่งลูกที่หน้าบ้าน
นายชาคริต กล่าวเสริมว่า จากภาพที่เห็น เรยังมีการขยับตัวเพื่อปรับท่านอนเหมือนคนทั่วไป ก่อนจะหลับสนิท และจากไปในช่วงที่หลับแล้ว โดยไม่มีภาวะฉุกเฉินหรือสัญญาณที่บ่งบอกว่าเกิดเหตุร้ายแรงขึ้น จึงเชื่อว่าเรหลับไปโดยไม่เจ็บปวดหรือทรมาน
ส่วนอาการผิดปกติก่อนเกิดเหตุ ทั้งนายชาคริตและนางแหม่มยืนยันว่าไม่พบสิ่งผิดปกติ โดยนางสริญญาระบุว่า เรไม่เคยบอกว่ามีอาการอะไร ขณะที่ชาคริตกล่าวว่า ในคืนดังกล่าวเรเพียงลงมานั่งดูโทรทัศน์ ก่อนจะรู้สึกไม่สบายตัวเล็กน้อยและตัดสินใจลงไปนอน

เมื่อถามถึงการตรวจสุขภาพ นางแหม่มกล่าวว่า เรเป็นคนค่อนข้างดื้อและกลัวหมอ ไม่ค่อยชอบไปพบแพทย์ หากมีอาการเจ็บป่วย เช่น ปวดฟัน ก็ต้องพาไปหรือบังคับให้ไป บางครั้งต้องใช้วิธีหลอกพาไป เพราะเจ้าตัวไม่ค่อยอยากพบหมอ
นางแหม่ม ยังกล่าวถึงกำลังใจจากเพื่อนๆ และคนในวงการบันเทิงว่า หลังเกิดเหตุได้รับข้อความและสายโทรศัพท์จำนวนมาก โดยมีสายโทรเข้ามากกว่า 1,000 สาย รวมถึงข้อความทางไลน์จำนวนมาก จนไม่สามารถรับสายได้ทั้งหมด ต้องวางโทรศัพท์และให้น้องทีมงานช่วยกันดูแล เนื่องจากมีผู้คนจากทุกฝ่ายที่รักและผูกพันกับเรเป็นจำนวนมาก พร้อมขอบคุณทุกคนที่ส่งกำลังใจมาให้ และเชื่อว่าลูกของเราจะรู้สึกภูมิใจกับผลงานที่พ่อสร้างเอาไว้
ส่วนเรื่องงานที่เรายังมีภาระและพูดคุยกับลูกค้าไว้ นางแหม่มเปิดเผยว่า เพื่อนๆ มีความตั้งใจที่จะสานต่องานที่เรรับผิดชอบเอาไว้ โดยบางงานอาจให้ “พุฒ” และ “ต้า” เดินหน้าต่อไปก่อน แต่อย่างไรก็ตามแต่รายละเอียดเรื่องงานอาจจะมีการคุยกันภายหลัง
ด้านนายชาคริต กล่าวว่า เรื่องงานหลังจากนี้ ทุกคนตั้งใจว่าจะเดินหน้าต่อ แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างพูดคุยกันว่าจะดำเนินการในรูปแบบใด
ท้ายที่สุด เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ชาคริตมีอะไรอยากฝากถึงเพื่อนรักหรือไม่ นายชาคริต ไม่ได้พูดอะไร ก่อนที่จะมีอาการโศกเศร้าและน้ำตาคลอ















