กู้ภัยระดมกำลังกู้ร่าง "ครูเล็ก" สำเร็จ! สภาพหัวทิ่มก้นบ่อลึก 20 เมตร หิน 6 ตันทับอำพรางศพ เตรียมส่งสถาบันนิติเวชพร้อมร่างครูแหม่ม ขณะที่ ตร. พบเบาะแสเด็ด "รถบรรทุกปริศนา" แฉพฤติการณ์หลานใจโหดฆ่าป้า-น้า 2 ศพทิ้งบ่อ ในพื้นที่ อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี อ้างไม่พอใจที่ทั้งคู่ทุบตียาย

กราบหัวใจกู้ภัย ที่ไม่ลดละความพยายามที่จะช่วยเหลือนำร่างครูเล็กขึ้นมาจากบ่อบาดาลที่ลึกกว่า 20 เมตร หลังจากช่วยครูแหม่มพี่สาวขึ้นมาได้ ทีมกู้ภัยต้องทำงานแข่งกับเวลา อันตรายทุกวินาที พร้อมอุปสรรคมากมาย ที่สำคัญในการค้นหาร่างคนตาย คือหินคลุกจำนวน 5 คิว ที่มีน้ำหนักกว่า 6 ตัน ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เบาะแสเป็นรถบรรทุก 6 ล้อคลุมผ้าใบวิ่งผ่านเส้นทาง ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญในการสืบสวนข้อเท็จจริงถึงการฆาตกรรมโหด ว่าที่จริงแล้วมีผู้ที่ร่วมในการก่อเหตุอีกหรือไม่ ซึ่งการสอบสวนผู้ต้องหายังไม่ครบ เนื่องจากได้สิ้นสุดลงเนื่องจากหมดอำนาจการควบคุมตัวจึงต้องส่งฝากขังศาลจังหวัด






หลังจากทีมกู้ภัยร่วมกตัญญูยุติการค้นหาร่าง น.ส.จิราภรณ์ หรือครูเล็ก อายุ 62 ปี ที่ถูกหลานชายฆ่าตายพร้อมกับ น.ส.พนมพร อายุ 64 ปี พี่สาว โยนศพทิ้งลงบ่อบาดาลได้ยุติการค้นหาร่าง เมื่อ 23.30 น. ของวันที่ 16 ม.ค. 2569 เนื่องจากมีความอ่อนล้าและมืดค่ำ ซึ่งกู้ภัยได้กลิ่นเน่าเหม็นคล้ายซากศพทำให้มีความหวังที่จะเจอแน่


จนเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ม.ค. ทีมกู้ภัยเสริมเพิ่มเติมกำลังลงพื้นที่ไม่ละความพยายามวางแผน ประเมินสถานการณ์ลุยค้นหาร่างครูเล็กอย่างต่อเนื่องท่ามกลางกลุ่มเพื่อนครูกว่า 10 คน เดินทางมาให้กำลังใจทีมค้นหา พร้อมนำอาหารติดมือมาฝากทีมกู้ภัยได้อิ่มกัน โดยทีมกู้ภัยรายแรกได้ลงได้โรยตัวลงบ่อบาดาลลึก 18 เมตรเพื่อทยอยขนหินคลุกผสมน้ำในบ่อ ตักใส่กระป๋องดึงลอกออกจากบ่อด้วยความยากลำบาก มีหัวหน้าหน่วยได้จุดธูปพร้อมอาหารหวานคาว บอกเจ้าที่เจ้าทาง เรียกวิญญาณขอให้เจอร่างครูเล็กโดยเร็ว ผ่านไปประมาณ 30 นาที ปรากฏว่ากู้ภัยควานพบข้อเท้าทั้ง 2 ข้าง โผล่ออกขึ้นมาท่ามกลางความดีใจจากเพื่อนครู ที่อย่างน้อยก็ได้พบร่างแน่แล้ว กู้ภัยได้สลับสับเปลี่ยนกันลงไปเพื่อไม่ให้อ่อนล้าและขาดอากาศ ซึ่งยังพบว่าท่อนขา ลำตัว จนถึงศีรษะยังติดหนึบลึกลงไปอีกเกือบ 2 เมตร จึงได้ทำการวางแผนกันใหม่




ต่อมาเวลา 15.00 น. ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจชำนาญการ ได้ลงโรยตัวตรวจสอบเพื่อความแน่ชัดเพื่อนำมาประเมินสถานการณ์กันอีกครั้ง ซึ่งในครั้งนนี้ไม่เพียงพบหิน ยังพบว่ามีชิ้นส่วนของแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดสีดำจำนวนมากทับร่างครูเล็กอยู่ คาดว่าน่าจะนำมาใช้ในการห่อหุ้มศพ ก่อนทิ้งลงบ่อ กู้ภัยฯ ซึ่งต้องทยอยตักหิน และต้องนำแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดที่กีดขวางขึ้นมา ท่ามกลางความเสี่ยงของทีมชุดปฏิบัติการค้นหาเนื่องจากอากาศก้นบ่อน้อยนิด ซึ่งขณะนี้การค้นหาร่างอยู่ที่ 20 เมตรเศษแล้ว อีกทั้งก้นบ่อยังแคบมาก คาดว่าศีรษะครูเล็กคงทิ่มอยู่ก้นบ่อ แต่ถึงอย่างไรก็ตามชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจชำนาญการ ก็ไม่ละความพยายาม เร่งดำเนินการเพื่อให้นำร่างครูเล็กขึ้นมาให้ได้ก่อนมืดค่ำซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญเช่นกัน




ขณะกลุ่มเพื่อนครูกว่า 10 คน ได้เดินทางมาให้กำลังใจทีมกู้ภัยฯ ตั้งแต่เริ่มค้นหา ปักหลักเอาใจช่วย โดยนำอาหาร น้ำดื่ม ขนมหวานเครื่องดื่มชูกำลัง มามอบให้กู้ภัยชุดปฏิบัติการค้นหาในครั้งนี้ พร้อมกับนั่งดูการค้นหาร่างครูเล็กด้วยความกระวนกระวาย หลังทราบข่าวว่าพบร่างแล้วต่างแสดงความดีใจ แม้จะได้เพียงร่างไร้วิญญาณ อยู่ในบ่อแห่งนี้คงหนาวเหน็บ


ล่าสุดเมื่อเวลา 22.00 น. การค้นหาได้ยุติลงเมื่อทีมกู้ภัยสามารถนำร่างครูเล็กขึ้นมาจากบ่อได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งพบว่าสภาพศพเน่าเปื่อย เนื้อหลุดลุ่ย แต่สามารถนำทุกชิ้นส่วนร่างกายขึ้นมาครบ โดยมีพนักงานสอบสวน สภ.พัฒนานิคม และเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานร่วมชันสูตรพลิกศพ ในเบื้องต้นจะได้นำร่างครูไปฝากไว้ที่ รพ.พัฒนานิคม ซึ่งจะได้ส่งสถาบันนิติเวชพร้อมกันกับครูพนมพร (ครูแหม่ม) พี่สาว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ฝากไว้ที่ รพ.พัฒนานิคม ตั้งแต่วันพบร่าง




ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า แนวทางการสืบสวนกระชับเข้ามาที่ถือว่าเป็นเบาะแสสำคัญคือการหารถบรรทุก 6 ล้อ บรรทุกหินคลุกคลุมผ้าใบที่วิ่งผ่านเข้ามาในเส้นทางเมื่อวันที่ 5 ม.ค. ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน สอดคล้องกับคำให้การที่ผู้ต้องหาให้ปากคำไว้เบื้องต้น ว่าลงมือฆ่าป้า และน้า ตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค. และวันที่ 5 ได้ว่าจ้างรถบรรทุกหินคลุกจำนวน 5 คิว (คิวละ 1650 กิโลกรัม) มาเทเพื่อกลบบ่ออำพรางคดี แต่จำไม่ได้ว่าได้ไปสั่งจากที่ใด ซึ่งเบาะแสนี้หากพบรถคนขับรถบรรทุกหิน จะพบถึงเบาะแสสำคัญ ว่าในวันที่นำหินมาเทลงบ่อบาดาล ผู้ต้องหามากับใคร ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การผู้ต้องหาว่าลงมือฆ่าคนเดียว