กรมทางหลวง เร่งเคลียร์พื้นที่ถนนพระราม 2 หลังเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตครบแล้ว พร้อมระดมเครน 550 ตัน เร่งรื้อถอนโครงเหล็กสำหรับประกอบชิ้นส่วนสะพาน ตั้งเป้าคืนผิวจราจรภายใน 14 วัน
วันที่ 16 มกราคม 2569 กรมทางหลวง รายงานความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุโครงสร้างเหล็ก (Launching Girder - LG) ของโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 สายบางขุนเทียน - เอกชัย - บ้านแพ้ว ตอน 7 ทรุดตัวบนถนนพระราม 2
นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ภายหลังจากเกิดเหตุเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 กรมทางหลวงได้ระดมทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกับ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน), วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.), ทีมค้นหาและกู้ภัย (USAR) จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดสมุทรสาคร และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่ประชุมประเมินสถานการณ์และวางแผนการกู้ภัยอย่างรัดกุมทันที
โดยล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 16 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตออกจากจุดเกิดเหตุได้ครบทั้ง 2 รายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กรมทางหลวงขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และพร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบ


สำหรับแผนการรื้อย้ายและคืนผิวจราจร กรมทางหลวงได้ระดมเครื่องจักรและเจ้าหน้าที่เข้าบริหารจัดการพื้นที่อย่างเต็มกำลัง โดยได้ติดตั้งรถเครนขนาด 550 ตัน จำนวน 2 คัน ตั้งแต่ช่วงกลางคืนที่ผ่านมา เพื่อเตรียมยกโครงสร้างเหล็กและวัตถุที่มีน้ำหนักมาก และตั้งแต่เช้าวันนี้ (16 มกราคม2569) ทีมวิศวกรได้เริ่มเข้าดำเนินการตัดแยกชิ้นส่วนโครงเหล็ก (LG) และทยอยยกชิ้นส่วนโครงเหล็ก และคอนกรีตหล่อสำเร็จออกจากพื้นที่ตามลำดับขั้นตอนทางวิศวกรรมที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ กรมทางหลวงตั้งเป้าหมายให้การรื้อย้ายสิ่งกีดขวาง รวมถึงการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างให้แล้วเสร็จภายในไม่เกิน 14 วัน เพื่อเร่งคืนผิวจราจรช่องทางหลักทั้งขาเข้า และขาออกให้ประชาชนสามารถสัญจรได้ตามปกติโดยเร็ว โดยระหว่างดำเนินการได้ประสานตำรวจทางหลวงและหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารจัดการจราจรและบรรเทาผลกระทบของผู้ใช้เส้นทางบนถนนพระราม 2 ควบคู่กับการกำชับให้ตรวจสอบความปลอดภัยของเครื่องจักรและโครงสร้างในทุกจุดของโครงการอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซ้อน



นอกจากนี้ อธิบดีกรมทางหลวงได้มีคำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีอุบัติเหตุดังกล่าว โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ผู้แทนจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และผู้แทนจากสภาวิศวกร ร่วมเป็นคณะกรรมการ เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง วิเคราะห์สาเหตุของการเกิดเหตุอย่างรอบด้าน และรายงานผลการตรวจสอบให้ทราบภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด
หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลการเดินทางหรือแจ้งเหตุ สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) โดยกรมทางหลวงจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบอย่างต่อเนื่อง และขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้














