รฟท. เตรียมฟ้องแพ่งผู้รับเหมา จากเหตุเครนหล่นทับรถไฟโดยสาร พร้อมเร่งสอบสัญญาหากผิดจริงจ่อยกเลิก ย้ำต้องมีมาตรการป้องกันซ้ำรอย

ที่ ทำเนียบรัฐบาล อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2569 เวลา 17.30 น. ถึงแนวทางการดำเนินการกรณีอุบัติเหตุ โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ โดยระบุว่า นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ตรวจสอบเงื่อนไขสัญญาของผู้รับจ้างอย่างละเอียด หากพบว่า มีการกระทำผิดเงื่อนไข จะต้องพิจารณายกเลิกสัญญาโดยทันที

รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ประเด็นเร่งด่วนที่ต้องตรวจสอบคือ สัญญาที่ 3-4 คือ ช่วงการก่อสร้าง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมาว่า ผู้รับจ้างได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือไม่ หากพบข้อผิดพลาดที่เป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย รฟท. พร้อมดำเนินการยกเลิกสัญญา นอกจากนี้ จะมีการตรวจสอบสัญญาในส่วนอื่น ๆ ควบคู่กันไป เพื่อทบทวนขั้นตอนการทำงาน และวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต

สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ รฟท. ได้กำหนดมาตรการเบื้องต้น ดังนี้

- กรณีผู้เสียชีวิต จะได้รับการเยียวยารายละ 340,000 บาท และเงินช่วยเหลือส่วนอื่น ๆ นอกจากนี้ จะมีการพิจารณาสิทธิประโยชน์ จากประกันสังคมเพิ่มเติมเป็นรายกรณี

- กรณีชาวต่างชาติ สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย รฟท. จะดูแลการเยียวยาขั้นพื้นฐานในเบื้องต้น และจะพิจารณารายละเอียดการช่วยเหลือเพิ่มเติมต่อไป

ในส่วนของการซ่อมแซม และกู้พื้นที่เกิดเหตุ รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ได้ระดมเครื่องจักรชุดใหญ่ และเครนขนาดใหญ่ 4 ตัว เข้าพื้นที่เพื่อเตรียมเคลื่อนย้ายโครงเหล็กที่ติดค้างลงมา โดยจะเริ่มดำเนินการในวันนี้ (16 มกราคม 2569) จากนั้นจะเข้าซ่อมแซมรางรถไฟที่เสียหาย คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 วัน รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กล่าวทิ้งท้ายถึงความเสียหายทางทรัพย์สินว่า รฟท. เตรียมดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่งกับผู้รับจ้าง เพื่อเรียกค่าเสียหายครอบคลุมทั้งตัวรถไฟ หัวรถจักร และความล่าช้าของขบวนรถ โดยเบื้องต้นประเมินความเสียหาย เฉพาะตัวรถไฟ 2 คัน มีมูลค่าสูงถึง 105 ล้านบาท ซึ่งยอดนี้ยังไม่รวมค่าเสียหาย จากการเยียวยาผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ