"บิ๊กเต่า" ไม่หวั่นหาก "บิ๊กโจ๊ก" ปรากฏตัวสัปดาห์นี้ เชื่อคิดหนัก ถ้าออกมาจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เผยคนรอบตัวเดินหน้าเข้ามาให้ข้อเท็จจริงกันหมดแล้ว ย้ำให้กำลังใจท่าน ออกต่อสู้กับความจริง
วันที่ 13 ม.ค. 2569 พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ออกมาเปิดเผยถึงประเด็นที่ทนายความของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ในคดีติดสินบนคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยทองคำแท่งหนัก 246 บาท โดยมีผู้เกี่ยวข้องรวม 6 คน เพื่อขอให้ ป.ป.ช. และตำรวจทบทวนอำนาจในการพิจารณาไต่สวนว่า มีอำนาจหน้าที่รับคำกล่าวหาและดำเนินการหรือไม่ ซึ่งพลตำรวจตรีจรูญเกียรติ กล่าวว่า เรื่องนี้ก็เป็นสิทธิของทนายความบิ๊กโจ๊ก ที่มีสิทธิไปยื่นหนังสือคัดค้านต่างๆ แต่ยืนยันว่าตั้งแต่เรารับคดีนี้มา โดยทาง ปปป. ได้ตั้งคณะกรรมการ เรารู้อยู่แล้วว่าการต่อสู้กับบิ๊กโจ๊กคงมีปัญหาตามมาหลายอย่าง อย่างตอนนี้ทนายคงเดินสายร้องในเรื่องของวิธีการปฏิบัติว่าทำได้หรือไม่ได้ แต่ไม่ได้ต่อสู้กันในเรื่องข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานต่างๆ ยืนยันไม่หนักใจ เพราะว่าเป็นวิธีการที่ไม่สามารถทำลายพยานหลักฐานได้ เราเชื่อว่าข้อมูลต่างๆ ที่เราดำเนินการมา ศาลจะมองเรื่องพยานหลักฐานในการที่เราดำเนินคดีเป็นหลัก
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ทนายความของบิ๊กโจ๊ก งัดข้อกฎหมายออกมาต่อสู้คดีนี้ พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ระบุว่า "ก็เป็นความเข้าใจของทนายความ ที่ทำเพื่อให้บิ๊กโจ๊กสบายใจหรือไม่ หรือทำเพื่อวัตถุประสงค์อื่น หรือทำเพื่อให้มีเรื่องจะทำ จะได้มีค่าแรงได้ค่าขนมกินหรือไม่ เราก็ไม่รู้ แต่เรามองว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะทำ เพราะเป็นการป่วน ย้ำตนเองไม่ให้น้ำหนักหรือไม่ให้ราคา ไม่แม้กระทั่งมีความรู้สึก"

ส่วนกรณีที่ทนายบิ๊กโจ๊ก ระบุว่า หาก ป.ป.ช. หรือตำรวจยังดำเนินการต่อ บิ๊กโจ๊กจะเอาจริงนั้น พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ยืนยันว่า “พวกเราทำไปตามกฎหมาย วิธีขั้นตอนปฎิบัติ ตามมาตรา 61 ในการร้องทุกข์แจ้งความดำเนินคดี เราสามารถจะรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้น ส่งให้ ป.ป.ช. เพื่อที่จะพิจารณาว่าจะส่งสำนวนกลับให้เราทำ หรือ ป.ป.ช. จะทำเอง ในส่วนขั้นตอนที่มีคณะกรรมการ ป.ป.ช. เข้ามาเกี่ยวข้อง มันเป็นเรื่องที่ท่านมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง เพราะฉะนั้นเรื่องขณะนี้ไปอยู่ที่ ป.ป.ช. โดยทาง ป.ป.ช. จะส่งเรื่องของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ท่านนี้ ไปที่ประธานวุฒิสภา เพื่อลงเสียง 1 ใน 5 และส่งไปที่ศาลแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เรื่องนี้เป็นขั้นตอนที่น่าจะไปตามนั้น หรืออาจจะส่งกลับมาให้ตำรวจ และตำรวจส่งไปให้ประธานวุฒิสภา จากนั้นประธานวุฒิสภาส่งเรื่องมาที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบก็ได้ หรือส่งมาแล้ว จะแบ่งบิ๊กโจ๊กกับพวกให้ตำรวจทำ แล้วส่งเฉพาะ ป.ป.ช. ไปให้ประธานวุฒิสภาก็ได้ เพราะฉะนั้นเป็นไปได้หมดทุกแนวทาง ดังนั้นเราต้องรอทาง ป.ป.ช. ว่ามีความคิดเห็นอย่างไร จะส่งกลับมาให้เราทำหรือท่านจะส่งเอง เรายืนยันว่าเราทำไปตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง ทำตามกฏหมาย เราพิจารณาเรื่องนี้กับนักกฎหมายและผู้รู้มาพอสมควร ส่วนบิ๊กโจ๊กจะเมตตาหรือจะมามอบคดีให้เราเยอะๆ เราก็รับไว้ไม่เป็นไร เรารู้อยู่แล้วว่าท่านเมตตา ท่านจะต้องฟ้องเราหลายเรื่อง“
พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ย้ำว่า "ขอบคุณท่านทนายความที่เป็นห่วง ผมก็ให้กำลังใจท่านและบิ๊กโจ๊ก ในการต่อสู้คดี และอยากจะให้พยานหลักฐานต่างๆ ไม่เป็นจริง แต่ผมเชื่อว่าสิ่งที่เราเห็น มันเป็นข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นก็ต้องไปว่ากันในศาล มันต้องไปจบในศาลสถิตยุติธรรม ไม่ได้จบแค่ไอโอ หรือไม่ได้จบเพราะเฟคนิวส์ ถ้าสุดท้ายท่านไม่ผิด ทุกอย่างก็สามารถกู้คืนกลับมาได้ แต่ถ้ามันผิดท่านก็ต้องรับโทษ ผมมองว่าระยะเวลาการต่อสู้คงเยอะขึ้น จากการที่ศาลปกครองมีคำสั่ง ก็ต้องรอจนกว่าจะเสร็จสิ้นคดี และผมเชื่อในศาลสถิตยุติธรรม จะให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำไปตามอำนาจหน้าที่ ไม่มีกลั่นแกล้ง เราทำงานกันอย่างสบายใจ"
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่หากภายในสัปดาห์นี้ บิ๊กโจ๊กจะออกมาปรากฏตัว เพื่อฟาดกลับตำรวจที่ทำคดี พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ระบุว่า “ตนเองเชื่อว่าบิ๊กโจ๊กคงคิดหนักที่จะปรากฏตัว เพราะท่านคงมองว่าเจ้าหน้าที่ถืออะไรไว้บ้าง และถ้าปรากฏตัวแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะว่าคนสำคัญและคนรอบข้างมาให้ข้อเท็จจริงกับเรา เพราะฉะนั้นเราก็ต้องดำเนินการ แต่ตนเองก็อยากให้เขาออกมาสู้กับความจริง ออกมาเปิดเผยตัวตนเลย ถ้าเราไม่ได้ทำผิด เราก็ไม่ต้องกลัว”
พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ยังระบุถึงพยานคนอื่นๆ ด้วยว่า มีการพูดคุยกันเยอะ แต่ยังไม่ได้สอบปากคำ เพราะเราก็อยากได้พยานที่เกี่ยวข้องกับคดีต่างๆ ที่มันเกิดขึ้นหลายเรื่อง ยืนยันว่าเราได้ข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีและมีประโยชน์ต่อสำนวนการสอบสวนอย่างมาก แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งตามขั้นตอน หากเราได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ได้ข้อเท็จจริง เราก็จะสอบปากคำในฐานะพยานผู้เข้ามาให้ถ้อยคำ เพื่อส่งให้กับทาง ป.ป.ช. ดำเนินการต่อ
ส่วนขั้นตอนของ ป.ป.ช. ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาตามกรอบระยะเวลา เราไม่ไปก้าวก่ายอำนาจ แต่มีการพูดคุยระหว่างผู้ปฏิบัติงานว่าแนวโน้มจะเป็นอย่างไร และย้ำว่าเป็นการปรึกษาขั้นตอน หากสำนวนถูกส่งกลับมา เราก็ต้องดูรายละเอียดว่าเราต้องดำเนินการตามขั้นตอนอย่างไร เพราะมันเป็นคดีที่ไม่เคยเกิดขึ้น กรรมการ ป.ป.ช. โดนแจ้งข้อกล่าวหาเอง ดังนั้นเราก็ต้องการข้อเท็จจริงในการปฏิบัติ
พร้อมยืนยันว่าทาง ป.ป.ช. กำลังทำเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อให้เกิดความโปร่งใสชัดเจน เพราะมีหนังสือในเรื่องของการให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ที่เกี่ยวข้องมีความรับผิดชอบ ซึ่งก็เป็นเรื่องกดดัน เนื่องจาก ป.ป.ช. เป็นต้นน้ำของการปราบปรามทุจริต ดังนั้น ป.ป.ช. ก็ต้องการความชัดเจนในเรื่องนี้














