กระบะพุ่งชนห้องเรียนอนุบาลพัง เด็กถูกโต๊ะกระแทกหัวโน 1 ราย คนขับเผยป่วยจิตเวช อ้างเช้านี้ลืมกินยา ไม่รู้ขับเข้ามาได้ยังไง
วันที่ 7 มกราคม 2569 เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. พ.ต.ต.ปิโยรส ชูกุล พนักงานสอบสวน สภ.เขลางค์นคร ได้รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะ ขับพุ่งเข้าไปชนอาคารห้องเรียนชั้นอนุบาล ภายในโรงเรียนบ้านโทกหัวช้าง ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยอัมรินทร์ และเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลลำปาง


ที่เกิดเหตุพบว่าเป็นอาคารปูน ระดับชั้นอนุบาล 2 และ3 พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า ป้ายทะเบียนจังหวัดลำปาง พุ่งชนกำแพงอาคารเรียนอย่างแรง จนหน้ารถจอดแน่นิ่งอยู่ในห้องเรียน มีเศษปูน โต๊ะ เก้าอี้ ผ้าห่ม หนังสือเรียนก็กระจายไปทั่วภายในห้องเรียน
โดยมีครู แม่ครัว รวมทั้งชาวบ้านต่างอยู่ในอาการตกใจ ต่างสอบถามว่ามีเด็กได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ซึ่งพบว่ามีเด็กชายชั้นอนุบาล 2ได้รับบาดเจ็บศีรษะบวมโน จากโต๊ะกระแทก 1 คน กู้ชีพนำตัวตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลศูนย์ลำปาง

ส่วนคนขับนั่งอยู่ที่เบาะคนขับ เป็นผู้ชายมาคนเดียว อายุ 40 ปี ชาวตำบลดอนไฟ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ กู้ภัย ได้ช่วยนำตัวออกมาจากรถ ซึ่งไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด และยังพบว่าใต้รถยนต์กระบะมีรถจักรยานยนต์พ่วงข้างถูกชนอยู่ใต้ท้องรถ
โดยภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านค้าที่อยู่ทางเข้าประตูโรงเรียน บันทึกนาทีที่รถกระบะคันดังกล่าวขับพุ่งเข้าประตูของโรงเรียนที่เปิดอยู่อย่างรวดเร็ว ซึ่งมีเสียงเจ้าของร้านกรีดร้องเสียงดัง ก่อนที่จะเห็นชาวบ้านและนักเรียนจำนวนหลายคนพากันวิ่งไปดู และอีกคลิปเป็นกล้องวงจรปิดของโรงเรียน จะเห็นรถกระบะขับพุ่งเข้ามาโรงเรียนอย่างรวดเร็วเช่นกัน

นายต้อม (นามสมมติ) คนขับรถกระบะ เปิดเผยว่า ตนเองทำงานเป็นกู้ภัย อบต.ดอนไฟ ที่อำเภอแม่ทะยอมรับว่าป่วยเป็นจิตเวช หลังเกิเหตุก็ยังงงๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ตนเองได้ขับรถเข้ามาในโรงเรียนจนชนห้องเรียนได้อย่างไร ปกติจะนอนบ้านญาติ และจะทานยาจิตเวชวันละ4 เม็ด หลังอาหารเช้าสองเม็ด หลังอาหารเย็นสองเม็ด แต่เช้าวันนี้ตนเองลืมกินยา อาจทำให้ให้เกิดอาการหลงลืมก็เป็นได้
นางสาวนวพรรณ แก้วร่วมวงค์ ผอ.รร.บ้านโทกหัวช้าง เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนเองกำลังทำงานภายในห้อง ใกล้กับห้องเรียนชั้นอนุบาลที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงดังตกใจมาก ครั้งแรกคิดว่าตู้ในห้องเรียนล้มลงพื้นห้อง แต่เมื่อวิ่งออกมาดูพบว่ารถกระบะชนทะลุกำแพงห้องเรียน ซึ่งขณะนั้นเป็นช่วงพักเที่ยงหลังจากที่เด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 2 และ 3 ทานอาหารกลางวันเสร็จแล้วรวมทั้งหมด 14 คน กำลังเตรียมตัวนอน โชคดีที่ไม่มีเด็กได้รับบาดเจ็บมากหรือเสียชีวิต โดยปกติแล้วหลังพักเที่ยงก็จะมีเด็กนักเรียนชั้นประถม มาวิ่งเล่นบนถนนที่รถกระบะคันดังกล่าวขับเข้ามา แต่ในวันนี้เด็กๆ พากันไปวิ่งเล่นจุดอื่น ถือว่าโชคดีมาก แต่ก็ทำให้เด็กขวัญเสียเช่นกัน และยิ่งใกล้จะถึงวันเด็กที่จะจัดขึ้นภายในโรงเรียน

หลังจากเดิเหตุ เจ้าหน้าที่ได้นำรถยกมายกรถยนต์กระบะนำไปเก็บรักษาไว้ที่ สภ.เขลางค์นคร เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และทางพ่อของนายต้อม คนขับรถกระบะ ได้รีบเดินทางมาที่เกิดเหตุแสดงความรับผิดชอบ ได้ประสานช่างเข้ามาดูเพื่อที่จะซ่อมแซมห้องเรียน และอุปกรณ์ที่เสียหายทั้งหมดแล้ว

















