ทบ. เตือนกัมพูชาให้เคร่งครัดในข้อตกลงหยุดยิง ด้าน จ.ส.อ.ปรัชญา ถูกสะเก็ดระเบิดแขนขวา อาการปลอดภัย ถึง รพ. แล้ว
วันที่ 6 ม.ค. 2569 จากเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทหารกัมพูชาได้ยิงปืน ค. เข้าใส่ฐานทหารที่ประจำการอยู่ที่เนิน 469 ช่องบก ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ทำให้กำลังพล คือ จ่าสิบเอกปรัชญา พิลาชัย ตำแหน่งผู้บังคับหมวดปืนเล็กที่ 1 กองร้อยทหารราบ 6021 (RDF) ได้บาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดที่บริเวณแขนขวา โดยแพทย์ประเมินอาการเป็นผู้ป่วยระดับสีเขียว ซึ่งไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต หลังเกิดเหตุได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ตามขั้นตอนทางการแพทย์สนาม พร้อมส่งผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่ปฏิบัติการให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลประจำอำเภอน้ำยืน และส่งตัวต่อมายังโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ มณฑลทหารบกที่ 22 อ.วารินชำราบ โดยผู้บาดเจ็บมีอาการปลอดภัยและอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดแล้ว

ทั้งนี้ สาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยหน่วยทหารที่เกี่ยวข้อง กองทัพภาคที่ 2 ขอแสดงความห่วงใยต่อกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บ และได้กำชับทุกหน่วยให้เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติภารกิจอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่
ด้าน พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 07.40 น. ได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ได้ยินเสียงอาวุธไม่ทราบชนิดจากฝ่ายกัมพูชา จำนวน 1 นัด ยิงเข้ามาในเขตไทยบริเวณเนิน 469 อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าเป็นการยิงเครื่องยิงลูกระเบิดมาจากฝั่งกัมพูชา ส่งผลให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากสะเก็ดระเบิด 1 นาย
จากนั้นหน่วยในพื้นที่ได้รับการประสานจากฝ่ายกัมพูชา อ้างว่าไม่ได้มีเจตนาใช้อาวุธยิงมาในฝั่งไทย กรณีดังกล่าวเป็นเพราะความผิดพลาดจากการปฏิบัติงานของกำลังพลฝ่ายกัมพูชาเอง ซึ่งหน่วยทหารในพื้นที่ได้แจ้งเตือนฝ่ายกัมพูชาให้มีความระมัดระวัง พร้อมกำชับว่าหากเกิดเหตุการณ์ผิดพลาดลักษณะเช่นนี้อีก ฝ่ายไทยอาจจำเป็นต้องปฏิบัติการตอบโต้เพื่อป้องกันตนเอง ตามกฎการใช้กำลังในสัดส่วนที่เหมาะสม จึงขอให้ฝ่ายกัมพูชาได้เคร่งครัดต่อมาตรการหยุดยิง
โฆษกกองทัพบกยังได้กล่าวว่า กองทัพบกยังคงเตรียมพร้อม และมีแผนรองรับในทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อปกป้องอธิปไตย และดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ราษฎรไทยตลอดแนวชายแดนด้านกัมพูชา ปัจจุบันอยู่ในช่วงการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในแนวทางวิธีการบริหารสถานการณ์ บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา ของกองทัพไทย ซึ่งสถานการณ์ในปัจจุบันยัง ไม่อยู่ในระดับที่น่ากังวลแต่อย่างใด และยังไม่พบการใช้อาวุธเพิ่มเติมในพื้นที่อื่น ซึ่งพี่น้องประชาชนในบริเวณพื้นที่ชายแดนสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ หากสถานการณ์มีแนวโน้มเป็นที่น่ากังวล จะสื่อสารให้ได้ทราบทันที














