หนุ่ม 33 ขี่รถขึ้นสะพาน ไม่เห็นรถซาเล้งพ่วงข้างขี่เปลี่ยนเลนช่วงลงสะพาน เบรกไม่ทันพุ่งชนท้ายอย่างจัง ร่างกระเด็น หน้ากระแทกหลังคารถซาเล้งอย่างแรงดับคาที่

วันที่ 3 มกราคม 2569 มีรายงานว่า คืนที่ผ่านมา ร.ต.ท.หญิง อาริสา ธีราศิลป์ รอง.สว.(สอบสวน) สภ.เมืองฉะเชิงเทรา รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง (ซาเล้ง) มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ บริเวณถนนสิริโสธร กลางสะพานหน้าร้านริน ขาออกเมืองฉะเชิงเทรา ม.7 ต.บางพระ อ.เมืองฉะเชิงเทรา จึงประสานแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลพุทธโสธร และเจ้าหน้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทราร่วมตรวจสอบ


ที่เกิดเหตุบริเวณกลางสะพาน พบร่างผู้เสียชีวิตเพศชาย ทราบชื่อคือนายศุภชัย อายุ 33 ปี สภาพศพมีบาดแผลขนาดใหญ่บริเวณหน้าผาก และใบหน้า มีเลือดไหลออกเป็นจำนวนมาก ถัดไปเล็กน้อยช่วงลงสะพานพบรถจักรยานยนต์ สีขาว จอดล้มคว่ำหน้า ด้านหน้ารถมีร่องรอยการชน จนโช้คหน้าหัก ชิ้นส่วนด้านหน้ารถแตกกระจาย


และถัดลงไปเล็กน้อย พบรถซาเล้งพ่วงข้าง มีร่องรอยการชยนด้านท้ายจนเหล็กงอยุบ มีคราบเลือดกระเซ็นติดอยู่ โดยผู้ขับขี่เป็นหญิงชาวเมียนมา ทราบชื่อต่อมาคือนางวี อายุ 32 ได้รับบาดเจ็บกระเด็นออกมาจากรถซาเล้ง พร้อมลูกชายอายุประมาณ 6-10 ขวบที่นั่งมาด้วย 3 คน ได้รับบาดเจ็บกระเด็นออกมาจากรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทราเร่งนำตัวผู้บาเจ็บทั้ง 4 ราย ส่งโรงพยาบาลพุทธโสธร


นายนาย อายุ 45 ปี สัญชาติเมียนมา สามีของนางวี ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ภรรยาของตนได้พาลูกๆ ไปถ่ายต้นคริสมาสยักษ์ริมแม่น้ำบางปะกงหน้าโรงพยาบาลพุทธโสธร และกำลังพาลูกๆ กลับบ้าน ซึ่งภรรยาต้องขี่รถลงสะพานแล้วมาจอดรถสัญญาณไฟแดง เพื่อเลี้ยวขวากลับห้องพัก ตนเองทราบข่าวจากเพื่อนบ้านจึงรีบออกมาดู ก็พบว่าภรรยาและลูกๆ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว


เบื้องต้นจากการสอบสวนและตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดว่า นายศุภชัยน่าจะขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยความเร็ว ขณะขี่ขึ้นสะพานอาจจะไม่ทราบว่ามีรถซาเล้งกำลังจะเปลี่ยนเลน เพื่อเข้าซ้ายไปรอสัญญาณไฟจราจร เมื่อขึ้นมากลางสะพานแล้วจึงเห็นรถซาเล้งที่กำลังเปลี่ยนเลน แต่เบรกไม่ทันพุ่งชนท้ายรถซาเล้งเข้าอย่างจัง จนร่างของนายศุภชัย ลอยกระเด็นออกมาจากรถ ทำให้ศรีษะช่วงบริเวณหน้าผาก ไปกระแทกเข้ากับเหล็กหลังคารถซาเล้ง จนเป็นบาดแผลขนาดใหญ่ เลือดไหลออกจำนวนมาก ก่อนจะเสียชีวิต ซึ่งหลังจากนี้จะเดินทางไปสอบสวน นางวี ผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล เพื่อสรุปสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงต่อไป