จากกรณีมีการแชร์คลิปเหตุการณ์ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังใช้อาวุธมีดไล่แทงกันบนรถเมล์สายหนึ่ง และพนักงานบนรถเมล์ได้ควบคุมสถานการณ์ได้โดยที่ผู้โดยสารคนอื่น ๆ ไม่ได้รับอันตรายใด ๆ ทำให้ได้รับเสียงชื่นชมจำนวนมากจากชาวโซเชียลว่าพนักงานบนรถเมล์ดังกล่าวมีสติและควบคุมสถานการณ์ได้




ล่าสุดวันนี้ (29 ก.ค. 2567) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังอู่รถเมล์คันที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นอู่รถเมล์สาย 36 ก อยู่ที่สวนสยาม ได้พบกับพนักงานที่อยู่บนรถเมล์คันที่เกิดเหตุ โดยทีมข่าวได้พบกับ น.ส.โสภา อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นพนักงานขับรถเมล์ได้เล่าเหตุการณ์ให้กับทีมข่าวฟังว่า เมื่อวานตนได้ขับรถประจำทางสาย 36 ก สวิ่งจากอู่สวนสยาม - อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แต่ในขณะที่เกิดเหตุนั้นตนได้จอดเทียบป้ายบริเวณหน้าตลาดปฐวิกรณ์ โดยหลังจากนั้นจึงได้มีผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมาบนรถ และได้มีการกันไม่ให้ผู้ชายขึ้นตามมา แต่หลังจากนั้นทางฝ่ายชายก็สามารถขึ้นตามมาได้และเกิดมีปากเสียงกันบนรถเมล์ ตนจึงได้จอดรถและลุกขึ้นมาจากที่นั่งคนขับ เพราะกลัวว่าจะมีเหตุอะไรรุนแรง




ซึ่งทางฝ่ายหญิงได้มีการด่า แล้วต่อว่าฝ่ายชายว่าไม่ให้ไปยุ่งกับเขา และในมือก็มีลักษณะของมีคมที่เป็นตะขอเหล็ก พยายามที่จะวาดกวัดแกว่งใส่ทางฝ่ายชาย โดยในตอนนั้นตนได้ไปยืนห้ามและไล่ทั้งคู่ให้ลงจากรถ เพราะกลัวว่าจะมีเหตุรุนแรงบนรถเมล์และกลัวว่าผู้โดยสารคนอื่นจะได้รับผลกระทบ ซึ่งทางฝ่ายหญิงที่มีอาวุธจึงได้เดินลงไปยังบันไดทางลงและลงจากรถเมล์ไป


จากนั้นตนจึงรีบเดินไปปิดประตูรถซึ่งเป็นประตูอัตโนมัติ แต่ในทางฝ่ายชายนั้นนั้นก็ยังอยู่บนรถ ตนจึงได้รีบออกรถและไปส่งฝ่ายชายอีกป้ายหนึ่งซึ่งอยู่ข้างหน้า โดยจากเหตุการณ์เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นตนต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และต้องไม่ให้กระทบต่อผู้โดยสารท่านอื่น ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวตนได้พยายามแยกทั้งคู่ออกจากกัน เมื่อทางฝ่ายหญิงได้ลงจากรถของตนแล้วตนจึงรีบปิดประตูเพื่อที่จะแยกเอาฝ่ายชายให้ไปลงอีกอีกป้ายหนึ่ง เพื่อลดการเกิดปัญหาและป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรง


ดูจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนก็ยอมรับว่าตนก็รู้สึกกลัว แต่ถึงอย่างไรก็ตามตนเป็นพนักงานขับรถและทางขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ ได้เน้นย้ำกับพนักงานในเรื่องของการดูแลผู้โดยสารเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ตนจึงต้องดูแลให้ผู้โดยสารทุกคนที่อยู่ภายในรถปลอดภัยและไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น




ทีมข่าวได้ภาพวงจรปิดในช่วงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นภาพวงจรปิดภายในรถเมล์คันดังกล่าว โดยโดยในช่วงแรกจะเห็นว่าในช่วงเวลาประมาณ 14.18 น. ของวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 รถเมล์คันดังกล่าวได้จอดบริเวณป้ายหน้าตลาดปฐวิกรณ์ จากนั้นจะเห็นว่า นางสาวกี้ (นามสมมติ) และนายเจมส์ (นามสมมติ) ได้ทะเลาะกันตั้งแต่ยังไม่ได้ขึ้นรถเมล์


หลังจากนั้นนางสาวกี้จึงได้ขึ้นมาบนรถ และพยายามใช้เท้าถีบนายเจมส์เพื่อไม่ให้นายเจมส์ขึ้นมา จากนั้นนายเจมส์จึงขึ้นมารถได้และได้มีการต่อสู้กันบนรถ ซึ่งจะเห็นว่าผู้โดยสารคนอื่น ๆ จะหนีไปอยู่บริเวณหลังรถกันหมด จนกระทั่งพนักงานขับรถได้จอดรถและลุกขึ้นมาห้าม และไล่ทั้งสองคนให้ลงจากรถเมล์คันดังกล่าว




จากนั้นทีมข่าวได้พูดคุยกับ น.ส.สุภัททรา อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นพนักงานเก็บสตางค์บนรถเมล์คันดังกล่าว และอยู่ในเหตุการณ์เหตุการณ์ในช่วงเมื่อวานได้เล่าให้กับทีมข่าวฟังว่า เมื่อวานตอนเกิดเหตุตนก็อยู่บริเวณหน้ารถใกล้เคียงกับที่นั่งคนขับ โดยหลังจากที่ชายหญิงคนดังกล่าวได้ขึ้นรถมา ตนก็เห็นว่าเค้ามีปัญหากันตั้งแต่บันไดทางขึ้นรถแล้ว ตนจึงได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปไว้เพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นจะได้มีหลักฐาน ซึ่งหลังจากนั้นตนก็ได้บันทึกเหตุการณ์ไว้ตลอด


จนกระทั่งพนักงานขับรถได้เดินไปห้ามและไล่ไล่ทั้งสองคนลงรถไป ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวทางขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ ก็ได้มีการเน้นย้ำในเรื่องความปลอดภัยของผู้โดยสาร ตนเองซึ่งเป็นพนักงานเก็บสตางค์บนรถเมล์คันดังกล่าว รวมถึงพนักงานขับรถที่อยู่คู่กับตน จึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารภายในรถที่ตนได้รับรับผิดชอบอยู่เป็นหลัก


ทั้งนี้ตอนช่วงเกิดเหตุตนเองและพนักงานขับรถก็เป็นผู้หญิงทั้งสองคนโดยในไทยก็รู้สึกกลัว และไม่เคยพบเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน แต่ก็ต้องควบคุมสติและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้ ตนจึงได้บันทึกคลิปเหตุการณ์ ในส่วนของพนักงานขับรถจึงได้ไล่ผู้ชายและผู้หญิงคนดังกล่าวลงจากรถ ซึ่งทั้งสองคนมีลักษณะคล้ายกับสามีภรรยากัน ซึ่งหลังจากที่พนักงานขับรถได้ไล่ทางฝ่ายหญิงได้ลงรถไปก่อนเพราะทางฝ่ายหญิงนั้นมีอาวุธอยู่ในมือ พนักงานขับรถจึงได้ปิดประตูรถ และออกรถไปขณะที่ทางฝ่ายชายยังอยู่ในรถ และไปจอดให้กับฝ่ายชายลงในป้ายถัดไป




จากนั้นทีมข่าวจึงได้ทราบข้อมูลว่าฝ่ายหญิงที่ชื่อนางสาวกี้ มักจะชอบไปพักอยู่แถวเพิงพักภายในซอยนวมินทร์ 70 แยกที่ 7 ซึ่งบริเวณบริเวณดังกล่าวนั้นจะเป็นลักษณะลักษณะพื้นที่ ที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้างและเป็นป่ารก ทีมข่าวจึงได้เดินทางไปยังบริเวณจุดดังกล่าว จากนั้นทีมข่าวจึงได้พบกับ ลุงดอน อายุ 65 ปี ซึ่งจะพักอาศัยอาศัยอยู่บริเวณนั้นเป็นประจำ โดยได้เล่าให้กับทีมข่าวฟังว่า กรณีผู้หญิงที่ชื่อกี้นั้น ตนรู้จักดีเพราะแต่ก่อนนี้มักจะเข้ามาอยู่กับตนที่บริเวณนี้ แต่ในช่วงหลังมักจะมีพฤติกรรมเสพยาเสพติดและขโมยของบริเวณสถานที่ก่อสร้าง ตนจึงได้ไล่ไม่ให้อยู่บริเวณบริเวณนี้ เพราะกี้มักจะเทียวเข้ามาขอเงินกับตนอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งตนก็มักจะต่อว่ากลับไป เพราะตนเองก็ไม่ค่อยจะมี




ในส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานนั้นในช่วงเช้าที่ผ่านมา นายเจมส์ ซึ่งเป็นคนที่นางสาวกี้ทะเลาะด้วยบนรถเมล์นั้น ได้มาเล่าให้กับตนฟังว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นจากสาเหตุที่ ก่อนหน้านี้นายเจมส์และนางสาวกี้ได้รักใคร่ชอบพอกัน และมีสัมพันธ์ลึกซึ้ง แต่ในช่วงหลังนี้นางสาวกี้เกิดเบื่อนายเจมส์ และอยากจะมีผู้ชายคนใหม่แต่นายเจมส์ไม่ยอมให้มีจึงเกิดการทะเลาะกัน ซึ่งทางนางสาวพี่เอง นั้นก็ยังมีพฤติกรรมที่ขายบริการให้กับผู้ชายคนอื่นอยู่เป็นประจำ เพื่อที่จะนำเงินมาซื้อยาเสพติด


โดยในวันนี้ตนไม่เห็นตั้งแต่เช้า และก็ไม่รู้ว่าจะเข้ามาที่บริเวณนี้หรือไม่แต่ตนก็ไม่อยากจะให้นางสาวพี่เข้ามาบริเวณนี้ เพราะส่วนใหญ่แล้วจะชอบสร้างความเดือดร้อนให้กับตน ซึ่งก่อนหน้านี้เพียงไม่นานก็นั่งรถแท็กซี่ แล้วมาลงบริเวณจุดที่ตนพักอยู่บริเวณเพิงพักจากนั้นจึงให้ตนจ่ายเงินให้เพราะนางสาวกี้ไม่มี เงินจ่ายค่ารถแท็กซี่

 

กระเป๋ารถเมล์ฮีโร่ ช่วยผู้โดยสารรอดคมมีดสาวเร่ร่อน