ชายวัย 56 เที่ยวผับ หัวร้อนขอเพลง HBD ให้สาว แต่ดีเจเปิดช้า บุกตบหัว ถาม "มึงรู้มั้ยกูเป็นใคร" พบเป็น ก.ต.ตร.สภ.เมืองขอนแก่น
วันที่ 16 มิ.ย. 2569 กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ขณะตนเองไปทำงานเป็นดีเจที่สถานบันเทิงในจังหวัดขอนแก่น แล้วถูกนักท่องเที่ยวชายรายหนึ่งเข้ามาทำร้ายร่างกาย ด้วยการตบศีรษะหลายครั้งจนได้รับบาดเจ็บ สาเหตุจากไม่พอใจที่ดีเจยังไม่ได้เปิดเพลง Happy Birthday ให้กับหญิงสาว ตามที่ร้องขอ

ผู้เสียหายระบุข้อความว่า เหตุเกิดคืนวันที่ 13 มิถุนายน 2569 ขณะเดินทางไปเล่นดีเจให้กับร้านแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น โดยรอบการเล่นเริ่มเวลา 01.30 น. หลังจากเริ่มเล่นไปได้ประมาณ 5-10 นาที มีบุคคลที่ไม่รู้จักและไม่เคยสนทนากันมาก่อน เดินเข้ามาในบูธดีเจ และกล่าวในทำนองข่มขู่ว่า “กูบอกให้มึงเปิด HBD มึงไม่เข้าใจเหรอ มึงรู้ไหมกูเป็นใคร” จากนั้นได้ตบเข้าที่ศีรษะของตนหลายครั้งติดต่อกัน
ผู้เสียหายยังระบุเพิ่มเติมว่า ระหว่างเกิดเหตุ คู่กรณีได้ถอดหมวกของตนออกแล้วโยนทิ้งหรือตบจนหมวกหลุด ซึ่งตนไม่แน่ใจ เนื่องจากคู่กรณีเข้ามาทางด้านหลัง ขณะเดียวกัน ยืนยันว่าทางร้านไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือหละหลวมในการดูแลความปลอดภัย แต่เหตุเกิดขึ้นในช่วงชุลมุน ขณะที่ ทีมงานและคนสนิทที่ตนเชิญมากำลังเดินเข้ามาหา พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดต้องใช้อำนาจที่ตัวเองมีมาข่มขู่และทำร้ายร่างกาย ทั้งที่ตนเพียงมาทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวเท่านั้น

ขณะที่ ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านบันทึกเหตุการณ์หลังเกิดเหตุไว้ โดยพบว่า ชายคู่กรณีถูกการ์ดของร้านเข้ามาควบคุมสถานการณ์ ก่อนที่ผู้ดูแลร้านจะเดินเข้ามายกมือไหว้ขอโทษชายคนดังกล่าว ซึ่งชายคู่กรณีได้รับไหว้ จากนั้นผู้ดูแลร้านได้เข้าไปพูดคุยเพื่อพยายามทำความเข้าใจและคลี่คลายสถานการณ์ แต่ชายคนดังกล่าวยังคงมีท่าทีไม่พอใจ พร้อมพูดในลักษณะให้ไปเรียกเจ้าของร้านมา และกล่าวว่า “มึงรู้ไหมกูเป็นใคร” พร้อมขู่ก่อนที่ภายหลังจะมีคนรู้จักเข้ามาพาตัวชายคนดังกล่าวออกจากร้านไป

หลังเกิดเหตุ นายภัทระ อายุ 34 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร ผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นดีเจ ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีกับคู่กรณีในความผิดฐานทำร้ายร่างกาย โดยผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า ขณะเดินทางไปแจ้งความ พบว่าบริเวณประตูทางเข้าสถานีตำรวจมีภาพของคู่กรณี พร้อมชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ และระบุตำแหน่งว่าเป็น ก.ต.ตร. สภ.เมืองขอนแก่น จึงได้นำข้อมูลดังกล่าวประกอบการแจ้งความดำเนินคดี
นายภัทระ เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. วันที่ 14 มิถุนายน 2569 ขณะตนกำลังทำงานเป็นดีเจในสถานบันเทิงที่เกิดเหตุในเขตเมืองขอนแก่น หลังขึ้นเวทีได้ไม่ถึง 10 นาที ก็ถูกนักท่องเที่ยวชายรายหนึ่งทำร้ายด้วยการตบศีรษะจำนวน 3 ครั้ง

นายภัทระ กล่าวอีกว่า ก่อนเกิดเหตุ ชายดังกล่าวได้มาขอเพลง HBD โดยทางเอ็มซีได้ประกาศผ่านไมโครโฟนแล้วว่า “วันนี้วันเกิดคุณลินดา” และในช่วงที่รอรอบของบีท เพื่อเตรียมเปิดเพลง HBD ให้ตามลำดับนั้น กลับถูกนักท่องเที่ยวชายรายดังกล่าวเข้ามาตบศีรษะเสียก่อน หลังเกิดเหตุจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกาย ก่อนเดินทางกลับไปทำงานที่กรุงเทพมหานครด้านความคืบหน้าทางคดี พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผู้กำกับการ สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบสวน และพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการออกหมายเรียกตามลำดับ ส่วนประเด็นที่มีการระบุว่าผู้ถูกกล่าวหามีตำแหน่งเป็น ก.ต.ตร. สภ.เมืองขอนแก่น นั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และดำเนินการตามพยานหลักฐานและกระบวนการทางกฎหมาย
ภายหลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาในความผิดฐาน “ทำร้ายร่างกาย” โดยพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามกฎหมายแล้ว และได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อประกอบสำนวนคดี

นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกคู่กรณีมาพบแล้วในเบื้องต้น โดยมีรายงานว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ (16 มิ.ย.) คู่กรณีจะเดินทางเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน เพื่อยืนยันว่าไม่ได้หลบหนีไปไหน ส่วนการดำเนินคดียังคงต้องรอผลชันสูตรของแพทย์ เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวนและพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผู้กำกับการ สภ.เมืองขอนแก่น ยืนยันว่า แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะเป็นคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ หรือ ก.ต.ตร. แต่การดำเนินคดีจะเป็นไปตามพยานหลักฐานและกระบวนการยุติธรรมอย่างเคร่งครัด ไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือให้สิทธิพิเศษแก่บุคคลใด พร้อมกำชับพนักงานสอบสวนให้เร่งรัดการดำเนินคดีด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยยืนยันว่าจะอำนวยความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม และหากผลการสอบสวนปรากฏว่ามีการกระทำความผิดจริง จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดจนถึงที่สุด โดยไม่มีข้อยกเว้น

















