จากกรณี เมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนัสนิคมได้รับแจ้งเหตุยิงกัน มีเหตุยิงกัน ใกล้วัดโพธารามตำบลหนองเหียง อำเภอพนัสนิคม จังหวัด ชลบุรี และมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จึงรีบรุดเข้าตรวจสอบ พบร่างของนายสิทธิศักดิ์ อายุ 30 ปี เสียชีวิตหน้าบ้านคนก่อเหตุใน หมู่ 4 ตำบลหนองเหียง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี

ถูกอาวุธปืน ขนาด 9 มม. ยิงเข้าจำนวน 4 นัด กระสุนเข้าราวนมขวา1 นัด ไหล่ซ้าย1 นัด หลัง 1 นัด และ ศีรษะ 1 นัด เสียชีวิต ในที่เกิดเหตุ ยังพบปลอกกระสุนจำนวน 5 ปลอก โดยมีนางสาวสุปราณี อายุ 29 ปี แฟนผู้ตายร่ำไห้เสียใจอยู่ข้างๆ เผยเพียงว่า คนก่อเหตุ คือ นายณรงค์ศักดิ์ หรือป๊อบ อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นสามีเก่า ที่เลิกรากันไปนานแล้ว โดยก่อนหน้านี้ตนเองได้มีเรื่องกัน เลยให้แฟนใหม่ คุยไกล่เกลี่ย แต่มาพอจอด รถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ดสีบรอนซ์เงิน ยังไม่ทันได้คุยกัน นายป๊อบ ได้ใช้ อาวุธปืนยิงออกมาจากบ้าน เข้ามาในรถ ก่อนที่จะออกมายิงซ้ำ แล้วหลบหนีไป
ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุบันทึกเหตุการณ์เวลา 19.03 น. วันที่ 21 พฤษภาคม ขณะนายสิทธิศักดิ์ ผู้เสียชีวิตขับรถกระบะสีบรอนซ์เงินมาที่หน้าบ้านของนายณรงค์ศักดิ์ ขณะที่นายสิทธิศักดิ์ ซึ่งขณะนั้นหน้าบ้านพักมีแม่ของคนก่อเหตุยืนอยู่ ภายหลังจอดรถเสร็จแล้วนายสิทธิศักดิ์ตั้งใจเปิดประตูรถลงมา แต่ยังไม่ทันได้ลงจากรถก็ปรากฏว่านายณรงค์ศักดิ์พุ่งเข้าทำร้ายร่างกายก่อนโดยถือปืนมาขู่ แม่นายณรงค์ศักดิ์เห็นท่าไม่ดีจึงรีบห้ามลูกชายแต่ก็ไม่เป็นผล
ปรากฏว่านายณรงค์ศักดิ์ที่ใจร้อนเลยชักปืนยิงนายสิทธิศักดิ์ จากนั้นแม่ก็ขวามือลูกชายลงเพื่อไม่ให้ยิงซ้ำ จากนั้นก็มีญาติผู้ชายเข้ามาห้ามนายดำรงศักดิ์อีกคน ด้วยความโมโหนายณรงค์ศักดิ์ก็เลยยิงปืนขึ้นฟ้า ก่อนที่แม่ของนายณรงค์ศักดิ์จะชี้นิ้วมือด่านายสิทธิศักดิ์ ที่ขับรถมาเย้ยลูกชายตอนถึงที่บ้าน ในขณะที่นายสิทธิศักดิ์ไม่ได้ลงมาจากรถคาดว่าถูกยิงบาดเจ็บจนกระทั่งเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
ต่อมาวงจรปิดตัวที่ 2 จะได้ยินเสียงปืนที่นายณรงค์ศักดิ์ยิงใส่แฟนใหม่ของเมียเก่า โดยรัวประมาณ 4 นัด ช่วงเวลา 19:03 นาที ซึ่งตรงกับกล้องวงจรปิดตัวที่1 ที่จะเห็นภาพนาทีนายณรงค์ศักดิ์เล็งไกปืนหาผู้เสียชีวิตแล้วลั่นไก
และภาพวงจรปิดตัวที่ 3-6 จะเห็นว่าหลังเกิดเหตุนายณรงค์ศักดิ์ที่ใส่เสื้อสีขาวได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพักที่เกิดเหตุทันทีหลังลั่นไกยิงอีกฝ่ายเสียชีวิต โดยจุดที่เราได้ภาพหลักฐานวงจรปิดห่างจากบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร ต่อมาทางตำรวจกดดัน เจ้าตัวจึงยอมมอบตัวในที่สุด

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมกับทนายความและครอบครัว โดยขณะที่นำตัวนายณรงค์ศักดิ์ ผู้ต้องหาขึ้นมานั้น ทีมข่าวสังเกตเห็นว่า นายณรงค์ศักดิ์มีสีหน้าเคร่งเครียด เดินก้มหน้าก้มตา ไม่มีการพูดจาใด ๆ กับทีมข่าว ก่อนเข้าห้องไปสอบปากคำ
ในขณะเดียวกันทีมข่าวได้พยายามสอบถามข้อมูลกับแฟนใหม่ของผู้ต้องหา ซึ่งทางแฟนใหม่ของผู้ต้องหานั้นไม่สะดวกให้ข้อมูล และยืนยันว่าวันที่เกิดเหตุไม่ได้อยู่ที่บ้านของผู้ต้องหา เนื่องจากเพิ่งคบหากันได้ไม่นาน จึงไม่ทราบรายละเอียดว่าทั้งสองคนนั้นเคยทะเลาะอะไรกันมาก่อน เพราะตัวแฟนหนุ่มเองไม่เคยเล่าอะไรให้ฟัง
ภายหลังสอบปากคำนานกว่า 2 ชม. เจ้าที่ตำรวจได้มีการคุมตัวผู้ต้องหาเข้าห้องขัง เพื่อเตรียมนำตัวส่งฝากขังศาลจังหวัดชลบุรีในวันพรุ่งนี้ ในระหว่างนั้นทีมข่าวได้สอบถามผู้ต้องหาถึงปมเหตุในการก่อเหตุว่า สาเหตุเกิดจากทวงเงินค่าเลี้ยงดูบุตรหรือไม่ ทางผู้ต้องหานิ่งเงียบไม่มีการคำถามกับสื่อแต่อย่างใด นอกจากนี้ทีมข่าวได้มีการย้ำสอบถามถึงความแค้นที่เคยโดนผู้ตายใช้ปืนตบหน้าว่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่ผู้ต้องหายังคงนิ่งเงียบไม่ตอบคำถามสื่อแต่อย่างใด ก่อนที่จะเดินเข้าห้องขัง
ทางตำรวจให้ข้อมูลว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่า ปมเหตุเกิดจากการทะเลาะวิวาท ซึ่งเป็นเรื่องภายในครอบครัว โดยก่อนเกิดเหตุทางผู้ก่อเหตุได้มีการโทรศัพท์มาหาภรรยาของผู้ตาย (เมียเก่าของผู้ต้องหา) เพื่อทวงถามเงินค่าเลี้ยงดูลูก แต่ทางภรรยาของผู้ตายไม่มีให้ และเมื่อผู้ตายทราบเรื่องจึงมีอารมณ์โมโหและทะเลาะกันผ่านทางโทรศัพท์ ก่อนจะมีการท้าทายกัน จากนั้นผู้ตายได้พาภรรยามาหาลูกที่บ้านคนก่อเหตุ แต่พอมาถึงบริเวณหน้าบ้านยังไม่ทันได้พูดอะไรกัน คนก่อเหตุก็ได้มีการพบปืนออกมากระหน่ำยิงผู้ตายจนเสียชีวิต โดยรับยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา แต่ปฏิเสธการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
เบื้องต้นทางเจ้าที่ตำรวจได้มีการตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , พยายามฆ่าผู้อื่น และ พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ ส่วนข้อหามีใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืน ทางญาติผู้ต้องหาอ้างว่าคนก่อเหตุมีใบอนุญาต ซึ่งทางตำรวจได้ให้ญาตินำหลักฐานมาชี้แจงอีกครั้ง โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการนำตัวผู้ต้องหาฝากขังส่งศาลจังหวัดชลบุรี เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้มีการคัดค้านการประกันตัวผู้ก่อเหตุ
โดยนางภักดี อายุ 70 ปี แม่ของคนก่อเหตุ เดินทางมาที่โรงพักช่วงบ่ายอีกครั้งเนื่องจากทางตำรวจได้เรียกนางภักดีไปสอบปากคำเพิ่มเติมและให้นางภักดีได้พบกับลูกชาย
ก่อนที่นางภักดีจะได้พบกับลูกชาย บอกกับเราว่า ก่อนหน้านี้ลูกชายตนได้คบหากับนางสาวแอม (นามสมมติ) อดีตภรรยาได้ประมาณ 6 ปีกว่า มีลูกสาวด้วยกัน 2 คน อายุ 8 ขวบ กับ 5 ขวบ หลังจากนั้นทั้งคู่ได้เลิกรากันมาประมาณ 3 ปี เนื่องจากฝ่ายหญิงไปแอบคบหากับผู้ชายคนอื่น และด้วยความที่ทั้งคู่จดทะเบียนสมรสกันจึงทำการหย่า และมีการตกลงค่าเลี้ยงดูบุตร โดยฝ่ายหญิงจะต้องส่งค่าเลี้ยงดูบุตรจำนวน 5000 บาทต่อเดือนให้กับลูกชายตน เพราะลูกชายตนเป็นคนนำลูกสาวทั้ง 2 คนมาเลี้ยงดู
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดปมเหตุเกิดจากพวกตนได้มีการโทรศัพท์ไปทวงถามค่าเลี้ยงดูลูกจากฝ่ายหญิง เนื่องจากฝ่ายหญิงไม่ได้ส่งเงินค่าเลี้ยงดูลูกมาประมาณ 8 เดือนแล้ว ซึ่งในขณะนั้นที่ตนและฝ่ายหญิงมีการพูดคุยกันนั้น ทางฝ่ายหญิงได้มีการเปิดลำโพงโทรศัพท์จึงทำให้ผู้ตายซึ่งเป็นสามีใหม่ของฝ่ายหญิงได้ยิงจึงเกิดการทะเลาะวิวาทด่าทอกันไปมา
หลังจากนั้นผู้ตายได้ขับรถกระบะมากับที่บ้านตนกับฝ่ายหญิง ก่อนที่จะลงจากรถแล้วตะโกนโหวกเหวกโวยวายประมาณว่า “ไอ้ป๊อบ มึงจะเอายังไงกับกู” พร้อมกับทำท่าทีลักษณะคล้ายอาวุธออกมา ด้วยความที่ลูกชายของตนเคยโดนผู้ตายทำร้ายร่างกายทำร้ายร่างกาย โดนเอาปืนตบหน้าเมื่อช่วงประมาณหลายเดือนที่แล้ว จึงเกิดบันดาลโทสะคว้าปืนออกมา และยิงผู้ตายจนเสียชีวิต
โดยก่อนหน้านี้ตนได้ทะเลาะกับอดีตลูกสะใภ้หลายครั้งเรื่องทักท้วงเงินในการค่าเลี้ยงดูบุตร แต่อดีตลูกสะใภ้คนดังกล่าวก็บ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด อ้างว่าไม่มีเงิน ทั้งที่รูปถ่ายต่าง ๆ ของฝ่ายหญิงที่มีการโพสต์ภาพลง Facebook มีลักษณะอยู่ดี กินดี แต่งตัวสวยๆ ตลอด
หลังจากเกิดเหตุ ตนได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมลูกชายซึ่งลูกชายยังคงมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัดสำหรับการประกันตัวนั้น ตนจะมีการเข้าไปประกันตัวลูกชายในวันพรุ่งนี้ ยืนยันว่าที่ลูกชายก่อเหตุลงไปเพราะอีกฝ่ายขับรถกระบะมาเย้ยถากถามที่หน้าบ้านพักก่อน เสร็จแล้วมีการทะเลาะกันทำให้ลูกชายโมโหและบันดาลโทสะยิงเสียชีวิต


















