กรณีนายสิทธิโชค อายุ 52 ปี ที่ คนเช่าบ้านก่อเหตุใช้อาวุธปืนจ่อยิงนางทิพย์มณี อายุ 49 ปี เพื่อนบ้านจนเสียชีวิตก่อนที่จะลากศพไปซ่อนไว้ในบ้าน ในท้องที่หมู่ 3 ตำบลแม่ปูคา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น

 

ล่าสุดวันนี้ในเวลา 9.00 น. (9/4/67) ทีมข่าวช่อง8 ได้เดินทางมายังสภ. สันกำแพงได้พบกับผู้ต้องหา นาย สิทธิโชค 52ปี (คนก่อเหตุ) ฆ่าเพื่อนบ้าน ในขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัว นายสิทธิโชคออกมาเพื่อพบพนักงานสอบสวนและผู้การจังหวัดเชียงใหม่ (พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย)

 

ระหว่างนั้นทีมข่าวช่อง8 ได้พยามสอบถามข้อมูลกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทีมข่าวพยายาม สอบถามอยากจะขอโทษคนตายไหมนาสิทธิโชคคนก่อเหตุมีสีหน้านิ่งเฉย จากนั้นได้พยามสอบถามถึงฆาตกรรมครั้งนี้ที่นำศพเข้าบ้านโดยนายสิทธิโชคคนก่อเหตุต่อเพลงสั้นสั้นว่าไม่ได้เอาเข้า จากนั้นพนักงานสอบสวน ได้นำตัวผู้ต้องหาเข้าพบพนักงานสอบสวนและผู้การจังหวัดเชียงใหม่



โดยหลังจากท่านผู้การจังหวัดเชียงใหม่ (พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย) และพนักงานสอบสวน สอบสวนข้อมูลเพิ่มเติมเสร็จ ทีมข่าวช่อง 8 พยายามสอบถามข้อมูลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายสิทธิโชค อายุ 52ปี คนก่อเหตุ โดยนายสิทธิโชค ไม่ขอโทษคนตาย และไม่ตอบคำถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยมีสีหน้านิ่งเฉย

 

ต่อมาในเวลา 10.30 น. ทีมข่าวช่องแปดได้พบกับคนก่อเหตุก่อนไปชี้จุดทิ้งปืนโดยได้บอกกับทีมข่าวว่า คนตายได้ถือมีดมาหาตนจริง ทีมข่าวได้สอบถามเอาปืนไปยิงอยากจะขอโทษอะไรหน่อยไหมคนก่อเหตุได้บอกกับทีมข่าวว่า ไม่ขอโทษคนตายและญาติ คนตายทำเกินกว่าเหตุ ด่าพ่อแม่บรรพบุรุษตน มีการท้าทายจะฆ่าตน ส่วนเรื่องของศพและบอกกับทีมข่าวสั้นๆว่าหล่นลงมาเอง

 

ต่อมาทีมข่าวช่องแปดได้พบกับ นายกฤตชัย ผู้สื่อข่าวจังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้รับแจ้งข้อมูลกับพลเมืองดีที่พบคนก่อเหตุมารักษาตัวผู้สื่อข่าวเชียงใหม่และบอกกับทีมข่าวว่า โดยส่วนตัวตนเป็นนักข่าวท้องถิ่นของจังหวัดเชียงใหม่และได้ทำคดีนี้โดยมีการโพสต์ผ่าน Facebook ส่วนตัวจากนั้นพลเมืองดีคนนี้เป็นเพื่อนใน Facebook ของตนและได้รับทราบข่าวว่าตามตัวคนร้ายผ่านหน้า Facebook ของตน

 

จากนั้นพลเมืองคนนี้ได้ทักข้อความมาหาบอกว่าคนก่อเหตุอยู่ที่บ้านพักของตน ต่อมาตนได้บอกให้ใจเย็นๆ ตนพยามโทรติดต่อสอบถามข้อมูลแต่ทางพลเมืองดีบอกว่าไม่สะดวก ห่วงเรื่องความปลอดภัย โดยไม่ทราบว่ามีอาวุธปืนอยู่หรือเปล่ากลัวจะก่อเหตุซ้ำ และกลัวคนร้ายจะรู้ตัว เนื่องจากอยู่ใกล้กับคนก่อเหตุจึงทำให้เป็นการพิมพ์แชตข้อมูล โดยทราบข้อมูลเบื้องต้นว่าคนก่อเหตุอยู่กับแพทย์ทางเลือกในชุมชนที่ เชียงดาว ตอนจึงรีบประสานกับทางผู้กำกับสภ. สันกำแพง ให้ประสานนำกำลังตำรวจบุกเข้าจับคนก่อเหตุ

 

หลังจากควบคุมตัวคนก่อเหตุได้พลเมืองดีที่เป็นแพทย์ทางเลือกได้ฝากขอบคุณ ทีมข่าวช่องแปดและรายการลุยชนข่าว ที่ทำให้ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด และเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย

 

ต่อมาทีมข่าวช่อง 8 ได้พูดคุยกับ นายซูซัง อายุ 58ปี พลเมืองดีที่โทรประสานตำรวจให้เข้าจับกุมคนก่อเหตุ โดยบอกกับทีมข่าวว่า เวลาประมาณ 16.00ของวันที่ 7/4/67 ที่บ่อน้ำร้อนบ้านยางปู่โต๊ะ คนก่อเหตุมาขอความช่วยเหลือตน โดยปกติตนทำเป็นแพทย์ทางเลือกอยู่แถว เชียงดาว โดยสถานที่สถานที่เป็นพื้นที่เปิดสาธารณะทุกคนสามารถเข้ามาได้แต่ส่วนตัวคนก่อเหตุมาน่าจะรู้จักคนในพื้นที่และแนะนำให้มาหาตน โดยส่วนตัวตนไม่รู้จักกับคนก่อเหตุมาก่อนโดยคนก่อเหตุมานอน อยู่ที่นี่ 1วัน จากนั้นตนได้เห็นข่าวจากพี่เบิ้ม นักข่าวภูมิภาคเชียงใหม่ผ่าน Facebook จึงเอะใจและคิดว่าคนก่อเหตุคือคนเดียวกัน

 

โดยคนก่อเหตุเหมือนมีพิรุธอะไรหลายหลายอย่างตนพยามถามถึงบัตรประชาชนแต่คนก่อเหตุไม่มีและเริ่มมีการหลุดคำพูดว่าไปยิงคนมาสาเหตุที่ทำเพราะโดนเรื่องของอิทธิพลคุกคาม จากที่ตนมองคนก่อเหตุมาขอความช่วยเหลือมีสีหน้านิ่งเฉยไม่ได้พกอะไรมาเลย ส่วนตัวไม่กลัวคนก่อเหตุเพราะได้ดูจากลักษณะเบื้องต้นไม่มีอาวุธหรือท่าทีที่จะก่อเหตุซ้ำ มีเพียงเล่าปัญหา ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนตัวสงสารคนก่อเหตุกลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม

 

ต่อมาหลังจากทราบว่าเป็นคนก่อเหตุที่ทางตำรวจได้ตามตัวตนจึงรีบประสานทักแชตส่วนตัวหาพี่เบิ้มผู้สื่อข่าวเชียงใหม่และเล่าเหตุการณ์คร่าวๆให้กับผู้สื่อข่าวฟัง จากนั้นทางพี่เบิ้มผู้สื่อข่าวเชียงใหม่ได้ประสานตำรวจในพื้นที่เข้ามาจับกุมคนก่อเหตุโดยเล่าเหตุการณ์ ให้กับทีมข่าวฟังเบื้องต้นในวันที่ตำรวจเข้ามาจับกุมตนทำตัวไม่ถูกตกใจเพราะหลังจากแจ้งข้อมูลให้กับนักข่าวเชียงใหม่ตำรวจในท้องที่เชียงดาวก็เข้ามาจับกุมอย่างรวดเร็ว

 

ทีมข่าวช่องแปดได้ลงพื้นที่ไปยังสถานที่ตั้งศพของ นาง ทิพย์มณี อายุ 49 ปี (คนตาย) โดยสถานที่ตั้งศพอยู่ที่ วัดบ้านปงป่าเอื้อง สวด 3 คืน โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าของทางญาติ ในวันเผา ทางญาติได้จัดเตรียมกระทงโดยภายในกระทงมีข้าวเหนียวและกับข้าว ดอกไม้ธูปใส่ใบตอง ทั้งหมดใส่ในกระทง ที่ทำมาจากต้นกล้วย โดยประเพณีเป็นประเพณีพื้นบ้านของทางผู้ตาย

 

ต่อมาทีมข่าวช่องแปดได้พูดคุยกับนายเปรมกมล อายุ 29 ปี ลูกชายคนตายโดยได้บอกกับทีมข่าวว่า โดยปกติคนตายกับคนก่อเหตุไม่ค่อยมีปัญหากัน เพราะว่าแม่ตนไม่ค่อยอยู่บ้าน ไปทำงานต่างจังหวัดและต่างประเทศ โดยเเต่ก่อน เมื่อปี 65 คนก่อเหตุเคยมีปากเสียงกับตน แต่ปัญหาจบลงเพราะทางผู้ใหญ่บ้านได้เข้ามาเคลียร์ปัญหา หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อ ต่างคนต่างอยู่กับคนก่อเหตุ

 

ส่วนในวันที่เกิดเหตุตนไม่ทราบว่าปัญหาเกิดจากอะไร โดยในที่เกิดเหตุแม่ตนน่าจะออกมาตัดต้นไม้หน้าบ้าน ช่วงเย็นในที่เกิดเหตุน้าได้บอกกับตนว่าแม่หายออกไปจากบ้าน แต่ตนเอะใจเพราะแม่เปิดประตูบ้านไว้ รถมอไซค์ของคนตายก็อยู่ มันผิดปกติของผู้ตาย และข้างบ้านที่เป็นคนก่อเหตุถ้าหากไม่อยู่บ้านจะปิดประตูล็อกแต่ในวันนั้นเปิดประตูไว้ ส่วนรอยเลือดที่พบบริเวณหน้าบ้านคนก่อเหตุน้าสาวเป็นค้นพบคนแรกแต่ไม่กล้าบอกตนเพราะกลัวตนจะบุกเข้าบ้านไปหาคนก่อเหตุ ด้านนิสัยคนก่อเหตุเท่าที่ตนสัมผัส เป็นคนสุงสิงกับใครโดยส่วนมากจะต่างคนต่างอยู่ ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน

 

ส่วนประเด็นที่คนก่อเหตุบอกกับทีมข่าวผู้ตายดูถูกและเคยขู่ฆ่าคนก่อเหตุลูกชายได้บอกกับทีมข่าวว่า เป็นไปไม่ได้ ผมกล้ารับประกัน สามารถถามชาวบ้านหรือคนในชุมชนได้ว่าแม่ตนไม่มีพฤติกรรมแบบนี้

 

จากคำให้การของคนก่อเหตุ การลากศพของคนตาย เข้าบ้าน โดยคนก่อเหตุอ้างว่ากลัวรถที่สัญจรหน้าบ้านจะเหยียบศพ ลูกชายมองว่า เป็นไปไม่ได้ต้องเป็นการอำพรางศพ หากมีชาวบ้านมาพบศพคนก่อเหตุอาจใช้เวลาหนีไม่ได้โดยจากคำให้การของคนก่อเหตุบอกกับทีมข่าวว่าไม่ขอโทษทางผู้ตายและญาติ ลูกชายของคนตายบอกกับทีมข่าวว่า มองจากโดยสันดาน คนอย่างเขาไม่มีจิตสำนึก ไม่ใช่คน หากเป็นคนก่อคดีจะไม่หนีมาแบบนี้

 

อยากจะบอกถึงคนก่อเหตุว่า หากได้ดูบทสัมภาษณ์ตน ถ้าเขาไม่ตายจากข้างในคุก ก็น่าจะเป็นผมที่ตามทำให้ตาย

รวบมือปืน ล็อกมือฆ่า "หมอนวด" ลากศพเข้าบ้าน อ้างกลัวรถเหยียบ มือฆ่ายันไม่ขอโทษ!