จากกรณีตำรวจ สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุยิงกันได้รับบาดเจ็บสาหัสที่หอพักแห่งหนึ่ง ก่อนพบคนเจ็บในชุดนุ่งกางเกงสั้นสีดำตัวเดียวไม่สวมเสื้อนอนฟุบจมกองเลือดบนเก้าอี้ไม้หน้าหอพัก

 

ต่อมาทราบชื่อคนเจ็บ คือ นายภัคธร อายุ 33 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสั้นไม่ทราบชนิดและขนาด เข้าหน้าท้องทะลุหลัง 1 นัด เลือดไหลนองเต็มพื้น ต่อมาเจ้าหน้าที่นำตัวจึงรีบนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล

 

ต่อมาตำรวจได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ บริเวณลานจอดรถเจ้าหน้าที่พบหัวกระสุนอาวุธปืนไม่ทราบชนิดจำนวน 1 หัว และเศษกระสุนปืนจำนวน 1 ชิ้น ตกอยู่ระเบียงหลังห้องพักชั้น 1 และพบกระจกหลังห้องพักมีรอยรูกระสุนจนกระจกแตกเป็นรูโบ๋ 1 รู นอกจากนี้บริเวณพื้นด้านหลังห้องพักเต็มไปด้วยร่องรอยหยดเลือดเป็นทางยาวออกไปถึงลานจอดรถหน้าหอพัก

 

ขณะที่ในที่เกิดเหตุยังพบ น.ส.ศิรัญญา อายุ 29 ปี เจ้าของห้องพักและอยู่ในที่เกิดเหตุ ได้เล่าให้กับตำรวจเบื้องต้นเป็นข้อมูล ว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่เจ้าตัวได้อาศัยอยู่กับ “นายภัคธร” คนเจ็บและขณะคนเจ็บกำลังเดินออกมายืนระเบียงหลังห้องเพื่อสูบบุหรี่ ซึ่งอยู่ติดกับลานจอดรถหลังหอพัก ปรากฏว่า ทันใดนั้นทาง “นายเบล” มือยิง ซึ่งเพื่อนชายคนสนิทของตนเองขับรถเก๋งวีออสสีบรอนเงินเข้ามา ก่อนที่ใช้อาวุธปืนยิงใส่ “นายภัคธร” จำนวน 1 นัด กระสุนเจาะหน้าท้องทะลุหลัง ไปเจาะกระจกห้องพักแตกเป็นรูโบ๋  ก่อนที่ทางผู้ก่อเหตุจะได้ขับรถหลบหนีไป อย่างไรก็ตามตำรวจคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องปมหึงหวง ซึ่งตอนนี้กำลังติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

 

ต่อมาทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุ เราได้ภาพกล้องวงจรปิดตัวแรก ช่วง 13.23 น. จะเห็นรถผู้ก่อเหตุขับรถเก๋งยี่ห้อ โตโยต้า วีออส สีบรอนซ์ โดยได้ขับเข้ามาบริเวณหอพักที่เกิดเหตุ แล้วไปจอดอยู่บริเวณลานจอดรถ จากนั้นคาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเดินไปที่ห้องพัก ที่ผู้บาดเจ็บและผู้หญิงคนสนิทพักอยู่

 

กระทั่งวงจรปิดในเวลาต่อมาจะเห็นผู้บาดเจ็บกระโดดออกจากระเบียงห้องชั้นหนึ่งวิ่งเอามือกุมท้องผ่านลานจอดรถมาหน้าถนน เพื่อไปขอความช่วยเหลือจากพนักงานหอพัก

 

ก่อนจะไปนอนบริเวณม้านั่งไม้หน้าหอพักอีกอาคารหนึ่ง ที่อยู่ด้านหน้า จะเห็นพนักงานได้วิ่งเข้ามาช่วยเหลือและแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยซึ่งผู้บาดเจ็บก็นอนโอดโอยอยู่พักใหญ่ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะมาช่วยนำส่งโรงพยาบาล

 

ซึ่งช่วงเวลา 13:37 น. รถกู้ภัยมาถึงจะเห็นรถของผู้ก่อเหตุขับย้อนศรมาทางด้านหน้าจุดที่กู้ภัยมารับผู้บาดเจ็บก่อนจะย้อนศรข้ามยูเทิร์นขับหลบหนีไปตาม ถนน ม.วลัยลักษณ์ มุ่งหน้าไปถนนสุราษฎร์ธานีนครศรีธรรมราช

 

ล่าสุดทางตำรวจได้ค้นห้องพักของ นส.ศิรัญญา อายุ 29 ปี เจ้าของห้องพักที่เกิดเหตุ ปรากฏว่าได้ค้นพบยาบ้าจำนวน 28 เม็ด ยาไอซ์ 4.3 กรัม ซ่อนอยู่ในห้องพัก จึงทำกาตรวจยึดของกลางเพื่อดำเนินคดีกม.ต่อไป ขณะเดียวกันตำรวจยังได้ตรวจค้นรถยนต์เบนซ์สีขาว ซึ่งนส.ศิรัญญา อ้างว่าเป็นของตัวเอง ปรากฏว่าจนท.ค้นเจออาวุธปืน 9 มม.จำนวน 1 กระบอกกระสุน 13 นัดในรถเบนซ์คันดังกล่าวและจนท.ยังได้ตรวจยึดรถยนต์กระบะอีซูซุ ดีแม็ค สีเทา ของคนเจ็บและรถยนต์อีก2คันที่อ้างว่าเป็นรถจำนำมา ซึ่งจนท.ได้ตรวจยึดรถยนต์ทั้ง4คันมาสภ.ท่าศาลา เพื่อทำการตรวจสอบต่อไป

 

ทีมข่าวยังสอบถาม นางสาวกีกี้ (นามสมมุติ) เจ้าหน้าที่ของหอพักซึ่งเป็นคนที่เข้าไปช่วยและ โดยวินาทีนั้นตนยังไม่ทราบว่าเกิดเหตุการณ์ยิงกันภายในหอพัก แต่ช่วงจังหวะที่กำลังปฎิบัติหน้าที่อยู่เห็นว่า ผู้ชายที่ได้รับบาดเจ็บวิ่งมาสภาพเลือดเต็มอก และบอกว่า ช่วยด้วยๆ แน่หน้าอก ซึ่งตอนนั้นตนเองตกใจมาก และรีบแจ้งกู้ภัยและตำรวจ

 

ส่วนผู้ก่อเหตุตนเองไม่รู้ว่าเป็นใครในขณะนั้น กระทั่งมาเปิดกล้องดูจนพบ ผู้ก่อเหตุได้เดินทางมาหาฝ่ายหญิงที่ห้องพัก ซึ่งขณะนั้นผู้บาดเจ็บได้อยู่ภายในห้องฝ่ายแล้ว

 

ยืนยันที่ผ่านมาทั้งผู้บาดเจ็บและผู้ก่อเหตุไม่ใช่คนของหอพัก และฝ่ายหญิงได้มาเช่าห้องพักอยู่ได้ไม่นานมากนัก

 

ต่อมาทีมข่าวได้สอบถาม “ นางสาวมิ้น” (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นผู้ที่พักอาศัยอยู่ภายในหอพักเดียวกับจุดที่เกิดเหตุ เล่าให้ฟังว่า ช่วงบ่ายตนเองได้ยินเสียงลักษณะคล้ายอาวุธปืนดังขึ้นจำนวน 3 นัด ก่อนที่จะได้ยินเสียงลักษณะคล้ายมีชายคนหนึ่ง กำลังตะโกน และเคาะหน้าห้องที่เกิดเหตุ ซึ่งตอนนั้นตนเองไม่ได้ออกมาดู จนกระทั้งมีเพื่อนในห้องใกล้เคียงได้มีการแจ้งมาว่า เกิดเหตุยิง และเห็นว่าคนก่อเหตุได้เข้ามาเคาะห้องที่เกิดเรื่อง แต่ไม่เห็นว่ามีคนมาเปิดประตูหรือไม่

 

สำหรับหญิงเจ้าของห้อง ตนเองไม่ทราบว่าเขาเองเป็นใครแต่ทำงานอะไร แต่จะเจอหน้ากันบ้างบางครั้ง ส่วนผู้บาดเจ็บไม่น่าจะใช่บุคคลที่เข้ามาพักอาศัยอยู่เป็นประจำ อาจจะเป็นเพื่อนของทางเจ้าของห้องหรือไม่ตนไม่ทราบ

 

ส่วนพฤติกรรมของฝ่ายหญิงเจ้าของห้องที่ผ่านมาเขาเองเพิ่งย้ายมาอยู่ได้ประมาณ  1 เดือนกว่า ซึ่งห้องดังกล่าวแต่ก่อนตนเองได้พักอาศัยก่อนที่จะย้ายไปอีกห้องหนึ่ง ที่ผ่านมาตนเองไม่ทราบว่า เป็นเพื่อนหรือใครเข้ามาหาตลอด แต่มักจะมาไม่ซ้ำหน้า รวมไปถึงตนก็ไม่ทราบ ว่าทางฝ่ายหญิงเองเขามีอาชีพอะไรแต่เห็นว่าเขาเองมักจะขับรถหรูสลับไปมาหลายคัน ตั้งแต่อยู่มา 1 เดือนกว่าเห็นเขาขับทั้งรถเบนซ์ และ รถหรูคันอื่น และมีพฤติกรรมแปลกๆคือ ถอดป้ายทะเบียนรถ และสลับป้ายทะเบียนรถคันเดิมแต่ป้ายทะเบียนใหม่แต่ละคันอยู่ตลอด ซึ่งตนเองก็ไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับเขามาก

 

 

 

ล่ามือปืนบุกห้องยิงหนุ่มต่อหน้าสาวโลก 2 ใบ ล็อกตัวเค้นตะเพิดสื่อที่แท้ตรวจรถเจอซุกยา