จากกรณีมีผู้ร้องผ่านโซเชียลเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับ นายพิริยะ อายุ 27 ปี หรือนายเจ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.13 อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี จับกุมในข้อหาค้ายาเสพติด ในพื้นที่ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ซึ่งระหว่างจับกุมนายเจได้ต่อสู้ขัดขืน จึงทำให้เจ้าหน้าที่ ตชด. ต้องใช้กำลังในการควบคุมตัว แต่ไม่ทราบว่าเกิดเหตุอะไรจึงทำให้นายเจหมดสติหยุดหายใจ จนเจ้าหน้าที่ ตชด. ต้องช่วยปั๊มหัวใจและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล



ในวันนี้ (22 ม.ค. 2567) ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปยัง อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี โดยทีมข่าวได้เข้าไปพบกับ น.ส.สมจิตร อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นแม่ของนายเจ โดยอยู่ระหว่างการเข้ามาลงบันทึกประจำวัน เพื่อเป็นหลักฐาน และเข้ารับคำปรึกษาจากพนักงานสอบสวนที่ สภ.ท่ามะกา

หลังจากนั้น น.ส.สมจิตร ได้เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ในวันนี้ตนได้มาลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ท่ามะกา เพื่อเป็นหลักฐาน แต่ยังไม่ได้แจ้งความเอาผิดกับผู้ใด เนื่องจากตนยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้ลูกชายของตนเป็นแบบนี้ ซึ่งในขณะนี้ลูกชายของตนนอนหมดสติอยู่ในห้อง ICU ของโรงพยาบาลมะการักษ์ ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ตลอดเวลา และไม่มีการตอบสนองแต่อย่างใด โดยพนักงานสอบสวนได้ให้คำแนะนำว่า ถ้าลูกชายของตนเสียชีวิตก็จะต้องนำไปผ่าชันสูตร เพื่อดูว่ามีร่องรอยการทำร้ายหรือไม่ แต่ในเบื้องต้นภายนอกไม่พบว่ามีร่องรอยการทำร้าย



โดยเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เกิดขึ้นเมื่อมาถึงวันที่ 18 มกราคม 2567 ในช่วงค่ำหลังจากที่ลูกชายของตนและลูกสะใภ้ของตนเลิกงาน เจ้าหน้าที่ ตชด.13 อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ได้จับผู้ต้องหาเกี่ยวกับการค้ายาเสพติดไว้ในพื้นที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี หลังจากนั้นผู้ต้องหาคนดังกล่าวจึงได้ต่องานโดยการสั่งซื้อยาเสพติดกับลูกชายของตน ในลักษณะการล่อซื้อ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ ตชด.13 จึงได้เดินทางมาบริเวณจุดนัดหมาย ซึ่งอยู่ช่วงใกล้เคียงวัดเขาช่อง อ.ท่ามะกา เพื่อมาล่อซื้อยาเสพติดลูกชายของตน หลังจากที่ลูกชายได้นำยาเสพติดไปให้เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวจับกุม โดยจับกุมลูกชายและลูกสะใภ้ แต่ในขณะที่จับกุมลูกชายของตนได้ขัดขืน จนกระทั่งแขนทั้งสองข้างมีรอยกุญแจมือขูดเป็นรอยแดงเต็มไปหมด

ขณะที่ลูกสะใภ้ที่ถูกจับอยู่เช่นกันนั้นได้เห็นเหตุการณ์ และได้เล่าให้ตนฟังว่า ขณะที่จับกุมลูกชายของตนได้ขัดขืน เจ้าหน้าที่จึงได้ทุบไปบริเวณหน้าอกของลูกชาย ก่อนจะสั่งให้ลูกสะใภ้ของตนนอนคว่ำหน้าลงจึงไม่เห็นเหตุการณ์ต่อจากนั้น และได้นำตัวลูกสะใภ้กลับที่ฐาน ตชด.13 อ.สวนผึ้ง แต่ได้นำตัวขึ้นรถคนละคันกับลูกชายของตน เมื่อถึงที่ฐาน ตชด.13 ลูกสะใภ้ของตนก็ได้ถามกับเจ้าหน้าที่ว่าแฟนของเขาไปไหน ทางเจ้าหน้าที่ตอบว่านายเจได้หมดสติขณะที่วิ่งหนีตำรวจ จึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลมะการักษ์



จากนั้นช่วงเช้าวันที่ 19 มกราคม 2567 เวลาประมาณ 04.00 น. ลูกสะใภ้ของตนได้โทรมาบอกกับหลานของตนเพื่อแจ้งให้ตนทราบจึงได้รีบไปที่โรงพยาบาลมะการักษ์ โดยช่วงแรกตนคิดว่าลูกชายของตนบาดเจ็บหรือป่วยเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อถึงที่โรงพยาบาล พบว่าลูกชายของตนนอนใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ในห้อง ICU ตนจึงตกใจมากและได้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งแต่งตัวนอกเครื่องแบบและเฝ้าอยู่จำนวน 3 คน ว่าเกิดอะไรขึ้น

ทั้งนี้ ตำรวจแจ้งกับตนว่า ลูกชายของตนถูกจับในข้อหาค้ายาเสพติด แต่ระหว่างจับกุมได้ขัดขืนและวิ่งหลบหนีเจ้าหน้าที่ โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่วิ่งไล่เพื่อจับกลุ่มนั้น ลูกชายของตนได้หมดสติและหยุดหายใจ ตำรวจจึงปั๊มหัวใจและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งในตอนนี้พยาบาลที่เป็นผู้ดูแลอยู่ในห้อง ICU ก็ยังไม่สามารถตอบได้ว่าลูกชายของตนจะฟื้นหรือไม่ และตนเองนั้นก็ยังไม่เจอหมอที่รักษาลูกชายของตน มีเพียงแต่ใบการรักษาของแพทย์แจ้งมาเพียงเท่านั้น



โดยในใบการรักษาของแพทย์ ระบุว่า ลูกชายของตนมีอาการชักเกร็ง กล้ามเนื้ออ่อนแรง และยังมีโรควัณโรคด้วย แต่จากที่ลูกชายอยู่กับตน ตนไม่ทราบว่าลูกชายมีโรคประจำตัว เพราะลูกชายก็ยังดูเป็นคนแข็งแรงปกติ

ส่วนเรื่องการใช้ยาเสพติดหรือการเสพยานั้น ตนไม่เคยทราบพฤติกรรมนี้มาก่อน เพิ่งทราบก็หลังจากที่ตำรวจแจ้งกับตน ในส่วนเรื่องที่ผิดตนก็ต้องให้ลูกชายยอมรับผิด แต่ในส่วนที่ตนสงสัยก็คือลูกชายถูกทำร้ายระหว่างจับกุมหรือไม่ จึงออกมาร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับลูกชาย และด้วยตนนั้นมีลูกชายเพียงคนเดียว อีกทั้งตนยังป่วยเป็นโรคมะเร็ง ก็หวังที่จะพึ่งเขาในยามแก่ แต่ถ้าต้องมาเสียชีวิตตนก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปพึ่งใคร จึงอยากให้สื่อมวลชนช่วยเหลือตนและครอบครัวในครั้งนี้ด้วย

ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.นัฐพงศ์ เอกเผ่าพันธุ์ ผกก.สภ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ทำหนังสือรายงานข้อเท็จจริงประชาสัมพันธ์กับสื่อมวลชนว่า ก่อนเกิดเหตุดังกล่าว เจ้าหน้าที่ ตชด.13 ประกอบด้วย ร.ต.อ.เสิน พระแท่น กับพวก จับกุมตัวผู้ต้องหาคดีครอบครองยาบ้าไว้ได้รายหนึ่ง



จากการสอบสวนขยายผลผู้ต้องหารายดังกล่าวซัดทอดว่า สั่งซื้อของกลางมาจากนายพิริยะ จากนั้นชุดจับกุมจึงวางแผนล่อซื้อยาบ้าจากนายพิริยะ จำนวน 5 ถุง ถุงละ 5,800 บาท รวมเป็นเงิน 29,000 บาท นัดหมายส่งมอบของกลางกันที่หน้าโรงงานปาล์ม ริมถนนหมายเลข 4044 หมู่ 6 ต.เขาสามสิบหาบ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายพิริยะ ขี่รถจักรยานยนต์พาภรรยาซ้อนท้ายมาตามนัด ชุดจับกุมตำรวจตระเวนชายแดนสังกัด ตชด.ที่ 13 จึงแสดงตัวขอตรวจค้น

จากนั้นนายพิริยะ จึงโยนยาบ้าของกลางทิ้งไปในป่าข้างทาง ก่อนที่รถจักรยานยนต์จะเสียหลักล้มและทิ้งรถวิ่งหนี เจ้าหน้าที่จึงวิ่งตามเข้าสกัดจับ มีการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน เนื่องจากนายพิริยะพยายามต่อสู้ขัดขวาง ส่งผลให้เจ้าตัวเหนื่อยหอบชักเกร็ง จนตำรวจชุดจับกุมต้องรีบปฐมพยาบาล และส่งต่อไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลมะการักษ์ โดยแจ้งให้ญาติทราบเพื่อติดตามไปดูอาการด้วย

ส่วนภรรยาถูกจับกุมไว้ได้ พร้อมของกลางยาบ้า 5 ถุง รวม 980 เม็ด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่ามะกา แจ้งข้อกล่าวหาพยายามจำหน่ายฯ และจำหน่ายโดยการมีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายยาบ้าฯ ซึ่งทางภรรยายอมรับสารภาพว่า มีส่วนรู้เห็นกับนายพิริยะสามีตัวเองจริง พนักงานสอบสวนจึงรับตัวฝ่ายหญิงเอาไว้จากชุดจับกุม ตชด.ที่ 13 และจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนนายพิริยะที่ยังรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลยังไม่สามารถรับทราบข้อหาได้

แม่ช็อกลูกถูกจับยา สมองโคม่า สะใภ้ฉะตำรวจทำ เจอแฉจุดจบเพราะวิ่ง