ปรเมศวร์ติงแรง “ฮีโร่แป้ง”แฉรอบ 3 ทำเหมือนศาลไม่มีความหมาย เผยความเป็นธรรมของแป้งคือคุก

ล่าสุด ทีมข่าวช่อง 8 นำคลิปนี้ให้นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการอาวุโส สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด ได้วิเคราะห์คลิป 3 แป้ง นาโหนดสะเทือนศาล โดยอาจารย์ปรเมศวร์พูดเลยว่า วันนี้ไม่ใช่แล้ว สังคมเริ่มเป๋แล้ว เพราะจากคลิปเสี่ยแป้งบอกให้ยุบศาลฎีกาทิ้ง แบบนี้พูดเหมือนศาลฎีกาไม่มีความหมาย อันนี้เป็นกระบวนการทำลายหลักการทางด้านเสาหลักของการยุติธรรม เพราะยังไม่มีคดีไหนที่ศาลฎีกาตัดสินแป้ง ทำไมแป้งต้องไปพูดแบบนั้น ซึ่งการจะเผยแพร่ข่าวสามารถเผยแพร่ออกมาได้ แต่อย่าไปวิจารณ์กัน เพราะ ทำให้สังคมเริ่มคิดว่าคนที่ชิงตัวประกัน คนที่โดนข้อหาฆ่ากำลังจะเป็นฮีโร่ ซึ่งมันไม่ใช่ ไอ้ความยุติธรรมที่เขาถามหา ต้องถามว่าเขายุติธรรมไหม เพราะเขาทำผิดแล้ว ศาลลงโทษต้องถามว่าศาลยุติธรรมแล้วหรือยัง อาจารย์บอกว่าแป้งไม่ต้องไปห่วงคนอื่น ว่าทำไมคนทำผิดด้วยกันไม่โดนลงโทษ เพราะแป้งทำผิดถึงโดนลงโทษ กลับกันถ้าแป้งไม่ได้ทำความผิดแล้วติดคุกแบบนั้น คือไม่ได้รับความเป็นธรรม

ถามว่ามุมอาจารย์แป้งได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ อาจารย์บอกแป้งได้รับความเป็นธรรมครบถ้วน ติดคุก ติดตะราง ตามที่เขากระทำ เพียงแต่แป้งคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะ คนที่เขากล่าวว่าทำด้วยกันมันไม่ติดคุก ทำไมเขาโดนคนเดียว เทียบง่ายๆ เหมือนขี่จยย.ไม่ใส่หมวกกันน็อก โดนตำรวจจับคนเดียว พอเราโดนจับถามตำรวจว่า ทำไมไม่จับคนนั้นด้วย

 

ปรเมศวร์ เผยแป้งยิงตำรวจตอนชิงตัวจรวด ส่วนอัยการบอยก็อยู่ใกล้จุดชิงตัววันนั้น แต่ไปกับพ่อจรวด ชี้อัยการควรวางตัวให้เหมาะสมไม่ไปสนิทกับคนทำผิด

อาจารย์ปรเมศวร์ ให้ข้อมูลชัดๆว่า คนที่ยิงตำรวจคือ เสี่ยแป้ง โดยวันชิงตัวจรวดนั้น พอแป้งไปถึงบอกคนคุมตัวจรวดว่าให้นอนลงกับพื้น ตอนแป้งมาชิงตัวจรวดนั้นลงมาจากรถและมีท่าทีโกรธจากนั้นยิงไปโดนขาตำรวจ ตำรวจ ที่โดนยิงไปรักษาอีกอำเภอและไม่ได้แจ้งความด้วย ซึ่งข้อมูลตรงนี้อาจารย์ปรเมศวร์ บอกว่าเป็นข้อมูลจากตำรวจชุดที่เค้าไปจับกุมได้เล่าให้ฟัง แต่ทั้งหมดทั้งมวลต้องไปดูในสำนวนการสอบสวนว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง เพราะเรื่องนี้พนักงานสอบสวนเองก็ต้องซวยไปด้วย

สิ่งที่น่าสงสัย อาจารย์ปรเมศวร์ บอกว่าตำรวจภาค 8 เข้ามายุ่งอะไรกับพื้นที่ของตำรวจภาค 9 อันที่จริงแล้วตำรวจสามารถข้ามเขตเข้ามาได้หากเป็นกรณีการจับกุมต่อเนื่อง แต่ แต่ต้องมีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานจะบันทึกก่อนหรือหลังจับกุมก็ขึ้นอยู่กับทางตำรวจ แต่เมื่อไม่มีบันทึกประจำวัน เลยเข้าข่ายการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ พอปปช.สอบแล้วมีมูลทุจริต ทางอัยการสูงสุดเลยสั่งฟ้อง โดยเป็นไปได้ว่านำหลักฐานจากประจำวัน และการสอบข้อเท็จจริงมารวบรวมไว้ในสำนวน

 

อัยการบอยไม่เคยโทรสั่งเสี่ยแป้งชิงตัวจรวด

ส่วนประเด็นอัยการปกป้องอัยการ อาจารย์ปรเมศวร์ ยืนยันชัดว่า ไม่รู้จักอัยการบอย ไม่เคยสัมผัส ขอรับประกันว่าไม่ได้เข้าข้างอัยการบอย เพราะจากการที่อาจารย์ได้ดูสัมภาษณ์ของบอยที่อ้างว่าเขาไม่ได้อยู่บ้าน เค้าไม่ได้โทรไปตามแป้งให้ออกไปช่วยชิงตัวจรวด ประกอบกับอจ.ไปเช็คข้อมูลกับคนที่รู้จักแป้งกับอัยการบอย ทำให้ทราบว่า สายปริศนาที่โทรหาแป้งตอนที่บอกว่าจรวดโดนอุ้มไปนั้นไม่ใช่อัยการบอยแน่นอน แต่อัยการบอยไปในที่เกิดเหตุ ห่างจากที่เกิดเหตุไม่เกิน 200 -300 เมตร แต่ไปคนละชุดกับเสี่ยแป้ง เขาไปกับชุดของพ่อจรวดแล้วจรวดกลับพร้อมพ่อ ตรงนี้อัยการปรเมศวร์บอกเป็นคำบอกเล่ามา แต่ตรงที่สุดคือต้องดูในสำนวน ต้องหาใครที่พูดความจริง

ประเด็นที่มีชื่อของอัยการบอยในคลิปเสี่ยแป้ง มันมีนัยยะ ที่ผูกโยงไปถึงการพูดถึงศาลในคลิปที่ 3 เหมือนเขากำลังต้องการต่อจิ๊กซอว์อะไรบางอย่าง แต่ไม่โยงถึงตำรวจ

ส่วนอัยการบอย ฝั่งอัยการก็มีการตรวจสอบหากทำไม่ดี เป็นคนไม่ดีไม่ต้องห่วง สำนักงานอัยการสูงสุดไล่ออกและดำเนินคดีแน่ ผมไม่ปกป้องใครทั้งนั้น ผมปกป้องกระบวนการยุติธรรม พร้อมฝากถึงเหล่าอัยการ การวางตัวในสังคมต่อระมัดระวัง ไม่ควรไปสุงสิงกับผู้ที่ทำผิดบ่อยๆ คบคนพาลพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล

เปิดตัวละคร พันตำรวจโท ศ. และ ดาบตำรวจ ช. บุคคลถูก แป้ง นาโหนด ร้องเรียน

เฟซบุ๊กของ สภ.แห่งหนึ่งใน จ.พัทลุง ได้พบกับภาพของตำรวจ 2 นายที่แป้ง นาโหนดระบุพาดพิงในจดหมายร้องเรียนที่ส่งถึงนายกรัฐมนตรี โดยในจดหมายระบุพฤติการณ์ของตำรวจ 2 นายดังกล่าวว่า
พันตำรวจโท ศ. เรื่องจับอาวุธปืนขนาด .33 เมื่อพ.ศ.2561 เรียกรับเงิน 50,000 เพื่อแลกกับคืนอาวุธปืนและปล่อยตัว ผมได้ฝากเงินไปกับดาบตำรวจ ช. และ พันตำรวจโท ศ. ได้ฝากอาวุธปืนกลับมากับ ดาบตำรวจ ช. เอามาให้ผม และเอาเงินชาวบ้านอีกหลายคน

 
ธนกฤต นำข้อมูลเสี่ยแป้งที่ร้องเรียนส่งให้สำนักตำรวจแห่งชาติ ด้านรองจเรตำรวจแห่งชาติระบุ รอตรวจสอบไม่เกิน 15 วันรู้ผล

นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีรัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี ยังคงเดินหน้าเป็นตัวแทนนำเรื่องร้องทุกข์นายชวลิต ทองด้วง หรือ "แป้ง นาโหนด" ยื่นร้องต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นหน่วยงานที่ 3 หลังจากเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ไปยื่นเรื่องร้องต่อกระทรวงยุติธรรมและสำนักงานอัยการสูงสุดมาแล้ว

โดยนายกองตรีธนกฤต ระบุว่า ประเด็นที่มาร้องต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ตรวจสอบ เนื่องจากในคำร้องของนายแป้ง อ้างว่ามีตำรวจ 3 นาย ยศพันตำรวจโท และ ดาบตำรวจ 2 นาย รวมถึงตำรวจชุดจับกุมอีก 1 กลุ่ม เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเรียกรับเงินจากนายแป้ง โดยมีการอ้างอิงหลักฐานเป็นบัญชีธนาคารและเส้นทางการเงินที่มีการถอนเงินออกเพื่อนำไปส่งมอบให้กับตำรวจกลุ่มดังกล่าว แลกกับการที่นายแป้งจะไม่ต้องถูกดำเนินคดี มายื่นประกอบเป็นหลักฐานให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พลตำรวจตรีณพวัฒน์ อารยางกูร รองจเรตำรวจแห่งชาติ เป็นตัวแทนรับหนังสือ

ทั้งนี้นายกองตรีธนกฤตเปิดเผยอีกว่า ได้ยื่นหนังสือของนายแป้งให้กับ 3 หน่วยงานครบเรียบร้อยแล้ว แล้วจะมีการติดตามความคืบหน้ากับหน่วยงานทั้ง 3 แห่งต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม นายแป้งจะต้องเข้ามอบตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และให้ปากคำในประเด็นข้อร้องเรียนต่างๆ ซึ่งตนเองยืนยันเรื่องความปลอดภัยให้หากนายแป้งมอบตัว

อัยการบอยท้าชน!ไม่เคยสั่งแป้งชิงตัวใคร ปรเมศวร์ยันแป้งยิงตำรวจเหิมสั่งหมอบยึดปืน