กรณีการส่งคลิปของเสี่ยแป้ง นาโหนด ซึ่งมีการส่งคลิปเผยแพร่ทางโลกออนไลน์และรวมถึงสื่อต่างๆ ถึง2คลิป โดยมีการออกมาเรียกร้องถึงกระบวนการยุติธรรมยุติ และกล่าวถึงบุคคลที่เคยร่วมร่วมในเรื่องของการก่อเหตุแต่ได้รับการประกันตัว ซึ่งคลิปดังกล่าวได้มีการส่งผ่านผู้สื่อข่าวท้องถิ่น ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง จนเป็นเหตุทำให้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกสอบ นั้น

 

ด้าน นายไสว รุยันต์ ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นประจำจังหวัดพัทลุง และสังกัดช่อง 8 เผยว่า ส่วนตัวยืนยันว่าการทำหน้าที่โดยเฉพาะการนำคลิปของเสี่ยแป้งมาเผยแพร่นั้น ไม่มีนัยยะแอบแฝง แต่ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ และทำด้วยความเป็นหน้าที่สื่อมวลชนและมีความเป็นกลาง เมื่อได้คลิปและตัวของเสี่ยแป้งต้องการขอความยุติธรรม ก็ได้มีการจัดส่งคลิปดังกล่าวให้กับต้นสังกัด เพื่อที่จะนำไปเผยแพร่ และเป็นการทำในฐานะหน้าที่สื่อ แต่ไม่ได้มีเจตนาหรือมีนัยยะสำคัญว่าจะให้การช่วยเหลือ เพราะตนเองทำหน้าที่ก็ในฐานะความเป็นกลาง ซึ่งตนเองก็ไม่ปฏิเสธว่า ตนเองเป็นคนจังหวัดพัทลุง ยอมรับว่ารู้จักคือคนในจังหวัดเดียวกัน แต่ไม่มีความจำเป็นใดที่จะจะต้องเอื้ออำนวยหรือให้ความช่วยเหลือ และไม่ถึงขั้นต้องกินข้าวหม้อเดียวกัน  เพราะในเมื่อทำหน้าที่สื่อ แล้วเสี่ยแป้งไม่ได้รับความเป็นธรรมตามที่เจ้าตัวกล่าวอ้าง ตนเองก็ทำหน้าที่ในการส่งสารเพื่อความเป็นกลางเท่านั้น

 

โดยหลังจากที่ตนเองเป็นผู้สื่อข่าวท้องถิ่นเพียงคนเดียวที่เสี่ยแป้งเป็นคนติดต่อกลับมาพร้อมกับมีการส่งคลิปมาให้ ส่วนตัวก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกไปดำเนินการสอบปากคำแล้ว แต่ก็ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็น หรือทำนอกเหนือจากความเป็นสื่อ ที่จะต้องเป็นกลาง และส่วนตัวก็ไม่ได้มีความกังวลใจอะไร  “ไม่ได้ให้การช่วยเหลือ แต่ทำหน้าที่สื่อกลางในฐานะคนท้องถิ่น และในฐานะคนพัทลุงด้วยกัน”

 

สำหรับการติดต่อครั้งแรก ของเสี่ยแป้ง ส่งสัญญาณมา โดยการแอด LINE มาหาตนเองครั้งแรก หลังจากเหตุการณ์ปะทะ ประมาณ 1สัปดาห์ แต่จำวันไม่ได้ ซึ่งมี LINE แปลก โดยไม่มีชื่อไม่มีรูปโปรไฟล์ แต่มีการพูดคุยแนะนำตัวว่า เป็นเสี่ยแป้ง จนกระทั่งมีการโทรพูดคุยกันใน LINE ซึ่งตนเองก็ยังมีการแนะนำให้เสี่ยแป้งมีการมอบตัว แต่เสี่ยแป้งยืนยันว่า มอบตัวไม่ได้  “มีอะไรอยากเล่าก็เล่ามา มีอะไรอยากพูด มีอะไรอยากระบายก็ระบาย พูดมา บางครั้งที่ต้องหลบหนีอาจจะโดนกดดันหลายๆอย่าง” ก่อนที่เสียแป้งจะขาดการติดต่อแล้วอ้างว่าจะติดต่อกลับมาใหม่ และได้มีการลบไอดี LINE และมีการลบข้อความบางข้อความออกไป

 

จนกระทั่งเหตุการณ์ครั้งที่ 2 ถัดจากนั้นอีกหลายวันแต่ก็ยังจำวันไม่ได้ ได้มีการติดต่อกลับมาอีกครั้ง ซึ่งก็มีการใช้ชื่อใหม่ และคาดว่าเป็นไอดีใหม่ แต่ก็ยังไม่ได้มีการใส่รูปโปรไฟล์เหมือนเดิม ทักมาเพื่อนัดหมายที่จะเปิดใจ และเรียกร้องขอความยุติธรรม เสี่ยแป้งบอกครั้งที่ 2 ว่า “ ให้พี่ตั้งคำถามมาว่าอยากรู้อะไร แล้วผมจะตอบ” แต่เหตุการณ์ครั้งที่สอง เสี่ยแป้งก็ยังไม่ไว้ใจ ขอเก็บไปพิจารณาก่อน และนัดหมายใหม่ว่าจะมีการโทรกลับมาเพื่อวีดีโอคอลด้วย แต่สุดท้ายก็เงียบหายอีกครั้ง

 

ครั้งที่ 3 เสี่ยแป้งตัดสินใจโทรกลับมา และเล่าเรื่องราว แต่ก็ยังไม่มีความไว้ใจ ไม่ให้มีการบันทึกเสียง ไม่ให้มีการอัดคลิปวิดีโอ และยังไม่มีการวิดีโอคอล ตามที่มีการนัดหมายเอาไว้ ตนเองจึงได้พยามถามกลับไปว่า “ ต้องการขอความเป็นธรรมเรื่องอะไร และมีอะไรอยากจะพูด” แต่เสี่ยแป้งก็ยังย้ำคำเดิมว่า“ ต้องการที่จะทวงคืนความยุติธรรม และขอความยุติธรรมในสังคม ก่อนที่จะมอบตัว” ก่อนที่จะมีการลบข้อความและไอดี LINE ออกไปอีกครั้ง

 

จนมาถึง ครึ่งที่ 4,5 ตามวันเวลาที่มีการส่งให้ต้นสังกัด  เจ้าตัวก็ได้มีการทักข้อความกลับมาอีกครั้งหลังจากที่ลบชื่อและไอดี LINE  ออกไป แต่เปลี่ยนใจไม่มีวิดีโอคอล มีการส่งคลิปแรกมาให้ซึ่งถ่ายอยู่ในสวนปาล์มแห่งหนึ่งแต่ไม่ได้บอกพิกัด หลังจากส่งคลิปก็ได้มีการลบและออกจากไอดี LINE ออกไป , ก่อนที่จะมีการส่งกลับมาอีกครั้งในเช้าวันรุ่งขึ้น ซึ่งเป็นคลิปที่อยู่ในห้อง เห็นเป็นลักษณะฝาไม้หรือประตูไม้

 

ดังนั้นแม้ว่า ตนเองจะเป็นเพียงสื่อท้องถิ่นหรือผู้สื่อข่าวคนเดียวที่เสี่ยแป้งติดต่อ หรือมีการส่งคลิปและข้อมูลมาเพื่อที่จะขอความเป็นธรรม แต่ตนเองก็ไม่รู้ว่าเสี่ยแป้งอยู่ที่ไหน หรือมีการกระทำรูปแบบใด เพราะอย่างที่เล่าให้ฟัง ทุกครั้งที่มีการส่งคลิปหรือข้อมูลการสื่อสารเสร็จ ก็จะมีการลบหรือเปลี่ยนไอดี และไม่ได้มีการใช้เบอร์โทรศัพท์ในการติดต่อ จึงทำให้หาพิกัดไม่ได้

 

นายไสว เผยอีกว่า เสี่ยแป้งไม่เคยพูดเรื่องติดต่อขอมอบตัวอย่างที่ ผบ.ตร.ออกมาให้สัมภาษณ์ เขาแค่บอกว่าถ้าให้ความยุติธรรมกับเขา เขาจะเดินเข้ามอบตัวเอง และเชื่อว่า วันนี้ เสึ่ยแป้งคงประเมินสถานการณ์อยู่แบบวันต่อวัน ว่า ความยุติธรรมไปถึงไหน และถ้าวันไหนความยุติธรรมเกิด เขาคงจะออกมามอบตัวเอง

 

และยืนยันย้ำอีกครั้งว่า  “การทำหน้าที่ในฐานะสื่อ  และให้มีความเป็นกลาง  สื่อมวลชน ก็ต้องทำหน้าที่ให้โอกาสและเปิดใจรับฟังเพื่อความเป็นกลางไม่ว่าจะ เป็น นักโทษ ข้าราชการ ก็ต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ต้องเปิดโอกาสให้คนเสียโอกาส ได้ออกมาพูดบ้าง เราเป็นคนกลางที่จะทำให้สังคมดีขึ้น” และวันนี้ ตนเองเป็นแค่คนกลาง ที่มาสื่อสารไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ และส่วนตัวเชื่อว่า ถ้าเขาได้รับความยุติธรรม ก็เชื่อว่าเขาจะออกมามอบตัว ด้วยวิสัยของคนพัทลุงที่อยากเห็นความถูกต้อง

 

ทั้งนี้ ทีมข่าวได้มีการสอบถาม  นายไสว นักข่าวท้องถิ่นประจำจังหวัดพัทลุงทำนองว่า  ถ้าเสี่ยแป้ง ได้รับความเป็นธรรม จะออกมามอบตัวแน่นอนไหม  ทางนายไสว ตอบว่า “มาพี่เชื่อว่ามา” และนอกจากตัวของเสี่ยแป้งที่มาขอความเป็นธรรมในฐานะที่ตนเองเป็นสื่อท้องถิ่น ตัวของ 5 บุคคล ทั้งอัยการ จ่า และรวมถึงบุคคลอื่นที่ถูกเสียแป้งพาดพิง ยังไม่มีใครมาขอพื้นที่และจะขอชี้แจง เพราะตนเองก็รู้จักกับทั้งประธานติ่งและนายจรวด โดยได้มีการติดต่อเพื่อที่จะให้พื้นที่ในการชี้แจงแล้ว แต่คนเหล่านี้ยืนยันว่ายังไม่พูดอะไรและไม่ชี้แจงอะไร ทำให้จึงไม่ได้มีข้อมูลของคนที่ถูกพาดพิงถูกเผยแพร่ออกมา

 

ด้าน นายชัชวาลย์ บำรุงวงศ์ ทนายความ เปิดเผยว่า วันนี้ตนเองได้รับข้อความและการสื่อสารบางอย่างมาจากเสี่ยแป้ง ที่เป็นลูกความของตนเอง โดยมีการฝากสื่อสารว่าให้มีการประสานกับทาง กระทรวงยุติธรรม เพื่อที่จะจัดเตรียมให้ยื่นเอกสารขอความเป็นธรรมและเรียกร้องความยุติธรรม ให้เกิดขึ้นในสังคม เกี่ยวกับความได้รับความเป็นธรรม ด้วยตนเองก็เตรียมที่จะรอรับเอกสาร และหนังสือตามที่เสี่ยแป้งได้มีการประสานมา แต่จนถึง ณ เวลานี้ยังไม่ได้รับเอกสารดังกล่าว  หากได้รับก็จะประสานส่งต่อให้โดยทันที และเหตุผลที่เสี่ยแป้งจะมีการฝากหนังสือดังกล่าวผ่านตนเอง ไปให้กับกระทรวงยุติธรรม ก็เป็นเพราะว่าเจ้าตัวต้องการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและฝากถึงคนที่เชื่อใจได้เท่านั้น และหลังจากที่มีการส่งเอกสารไปให้แล้วก็ต้องได้รับคำยืนยันว่าจะได้รับการตรวจสอบและได้รับความยุติธรรม

 

และจากกรณีเนื้อหาดังกล่าวที่คาดว่าจะมีการร่างหนังสือส่งมาให้กับตนเองในฐานะทนายความและยื่นต่อให้กับกระทรวงยุติธรรม ยังคงเชื่อว่าเป็น ไปตามข้อเสนอในคลิป 3 ข้อ เพราะอาจจะเป็นเหตุผลที่เจ้าตัวอาจจะมีการชี้แจงหรือมีการเล่าว่ามีเหตุผลอะไรทำไมต้องหนีออกจากเรือนจำหรือการควบคุมของเจ้าหน้าที่ แต่ต้องรอว่าจะถูกส่งมาในรูปแบบใด เพราะเพราะการจะส่งให้เป็นเอกสารลายลักษณ์อักษรก็อาจจะต้องผ่านทางระบบไปรษณีย์ก็ได้ หรืออาจจะส่งผ่านสื่อมวลชนซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวท้องถิ่นประจำจังหวัดพัทลุงหรือไม่ก็ได้ เพราะเนื่องจากก่อนหน้านี้มีการส่งคลิปผ่านช่องทางดังกล่าว

 

ซึ่งตนเองก็พยามสื่อสารกับทางเสี่ยแป้ง แม้ว่าเจ้าตัวจะมีการอัดคลิปมาก่อนหน้าก็ตาม แต่คลิปนั้นอาจจะเป็นหลักฐานหรือการเล่าเรื่องบางส่วน แต่สิ่งที่จะต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อยื่นต่อหน่วยงานราชการ จะต้องมีการเขียนหรือทำให้เป็นรูปแบบทางการมากกว่าคลิป เพราะระบบราชการนั้นการระบุเป็นรายลักษณ์อักษรจะมีความน่าเชื่อถือและตรวจสอบได้ง่ายกว่า และสามารถใช้เป็นพยานในชั้นศาลหรือในกระบวนการตรวจสอบอื่นได้

 

สำหรับการต่อสู้คดีให้กับเสี่ยแป้งนั้น ในคดีแรกนั้นได้มีบทพิสูจน์ชัดเจน คำที่อัยการฟ้อง กับคำพิพากษาของศาล ก็ต่างกันแล้ว เช่น โทษอุกฉกรรจ์ จากการปล้น เป็นเพียงแค่การลักทรัพย์ เพราะเนื่องจากมีการพิสูจน์ไปแล้ว ฉะนั้นก็เชื่อว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ผ่านขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมที่เชื่อถือได้ และส่วนตัวก็อยากวิงวอนให้เสี่ยแป้งมอบตัว เพื่อที่จะร่วมกันต่อสู้

 

ส่วนความมั่นใจว่า การที่เตรียมการในด้านของขั้นตอนเพื่อที่จะให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แล้วเสียแป้งจะมามอบตัวหรือไม่นั้น เรื่องนี้ยอมรับว่าอาจจะตอบยาก แต่อยากให้ย้อนดูเจตนาการปล่อยคลิปก่อนหน้า2คลิป รวมถึงการที่จะออกหนังสือขอความเป็นธรรมในวันนี้ อยากจะดูส่วนท้ายของเนื้อหาทั้งหมดว่า มีนัยยะหรือต้องการที่จะให้เป็นไปในทิศทางใด เช่นคลิปที่2 มีการทิ้งท้ายทำนองว่า “หากอัยการไม่ถูกดำเนินคดีก็มาเอาศพไป” เช่นเดียวกับการออกเนื้อหาครั้งนี้ก็เชื่อว่าอาจจะมีนัยยะทิ้งท้ายเอาไว้เช่นกัน  ฉะนั้นตนเองเชื่อว่า”แป้งมีความเป็นลูกผู้ชายพอ มีความเป็นนักเลงพอ พูดแล้วแป้งสามารถทำได้ และแป้งเคยย้ำเอาไว้เสมอว่า พร้อมจะรับโทษ ส่วนที่ทำผิดจริง แต่คนอื่นก็ต้องควรที่จะได้รับโทษตามไปด้วย“

 

ทนายชัชวาล ยังกล่าวย้ำอีกว่า “ แป้งยืนยันว่า เขาบริสุทธิ์ และแป้งก็ไม่ได้มีเจตนากรำ แต่การทำผิดครั้งแรกสำคัญผิดไปหน่อย อยากรู้ว่าคนที่กำลังกระทำอยู่นั้นเป็นตำรวจเขาก็จะไม่ทำ”

เสี่ยแป้งจ่อแฉอัยการบอยหวังให้ติดคุกก่อนจึงมอบตัว ไว้ใจนักข่าวอาวุโสยอมตีแผ่