จากกรณีสาว 23 ปี ถูกเพื่อนบ้านวัย 18 วิ่งมาต่อยถึงหน้าบ้าน อ้างไม่พอใจที่มีปากเสียงกัน ช้ำสุดคือลูกสาววัย 4 ขวบ ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ทุกวันนี้ยังหวาดกลัว แม้เรื่องราวจะผ่านมาเกือบ 2 เดือน



ภาพจากกล้องหน้ารถ เป็นภาพที่ น.ส.ปลา วัย 23 ปี ส่งให้กับผู้สื่อข่าวดู ภาพในนั้นเป็นเหตุการณ์ขณะที่ น.ส.ปลา ไปรับลูกมาจากโรงเรียน กำลังจะพาเข้าบ้าน ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่ตำบลเกาะขวาง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี แต่หลังจาก น.ส.ปลา พาลูกสาววัย 4 ขวบลงจากรถ ไปเปิดประตูบ้าน เพื่อจะเอารถเข้าบ้านนั้น ชายวัย 18 ปี ที่เป็นเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้าม วิ่งปรี่เข้ามา พร้อมกับต่อยไปที่ใบหน้าของ น.ส.ปลา ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นลูกสาววัย 4 ขวบ เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เหตุการณ์ตรงนี้จึงสร้างความหวาดกลัวให้กับลูกของ น.ส.ปลา แม้ว่าเหตุการณ์จะผ่านมาเกือบ 2 เดือนแต่ทุกครั้งที่น้องเห็นคู่กรณีก็จะเกิดอาการหวาดกลัว และวิ่งหนีเข้าบ้านทุกครั้ง



ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพบกับ น.ส.ปลา เจ้าของคลิปหน้ารถและเป็นผู้เสียหาย น.ส.ปลา ได้นำเอกสารหลักฐานการเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี มาให้ผู้สื่อข่าวดู ประกอบกับร่องรอยบาดแผลหลังจากเกิดเหตุ ที่ได้ถ่ายภาพไว้ สาเหตุที่เพิ่งจะออกมาร้องกับผู้สื่อข่าวแม้ว่าเวลาจะผ่านมาเกือบ 2 เดือนแล้วนั้น ก็เป็นเพราะว่ากลัวเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากที่บ้านมีแต่ผู้หญิงอยู่ นาน ๆ ที พ่อเลี้ยงจะมาอยู่ด้วย ส่วนเรื่องคดีตอนนี้อยู่ในชั้นของอัยการ แต่คู่กรณีซึ่งเป็นเพื่อนบ้านก็ไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อกฎหมาย ยังมาระรานโพสต์หน้าเฟซบุ๊กและมองมาที่บ้านตนตลอด

ส่วนเรื่องราวที่เกิดขึ้น น.ส.ปลา บอกว่า ปกติบ้านตรงข้ามหรือบ้านคู่กรณีก็เคยคุยกันรู้จักกันแต่ระยะหลังไม่ได้คุยกัน จนวันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา ที่บ้านตนเองจัดงานวันเกิดแม่ มีการเปิดเครื่องเสียงแต่ได้แจ้งเพื่อนบ้านรอบข้างไว้หมดแล้วว่าขอเปิดเพลง และ 4 ทุ่มจะปิดตามเวลาเลยเพื่อนบ้านในซอยก็โอเคกันหมด แต่ไม่ได้มีการบอกกับบ้านตรงข้ามที่เป็นคู่กรณี โดยช่วงเย็นบ้านคู่กรณีออกไปทานข้าวนอกบ้าน กลับมาช่วงค่ำประมาณ 20.30-21.00 น. พอหลังจากบ้านของคู่กรณีกลับเข้ามา ช่วง 21.00 น. ก็มีสายตรวจเข้ามา จากนั้นแม่ของคู่กรณีได้เดินถือโทรศัพท์ออกมามอง ทรงแบบเมื่อไรตำรวจจะมา ก็เลยมีปากเสียงกันหน้าบ้านหลังนั้นแต่ก็ไม่ได้คิดติดใจหรือไปโทษทางบ้านของคู่กรณี



หลังจากมีปากเสียงทางแม่ของปลาและตัวเจ้าของบ้านที่เป็นคู่กรณี ได้พูดคุยเคลียร์กันและจบกันไปแต่ทางบ้านนั้นก็ยังมีโพสต์ด่าว่าอยู่แต่ไม่ได้ตอบโต้ เพราะคิดว่าโพสต์ด่าคอมเมนต์ด่าก็คงจะหยุดไปเอง แต่หลังจากนั้นวันที่ 30 สิงหาคม ขณะที่ตนเองกำลังจะเข้าบ้าน ผู้ก่อเหตุนั่งอยู่หน้าบ้าน ตนพาลูกสาวลงจากรถไปเปิดประตู เหตุการณ์ก็เป็นไปตามคลิปกล้องหน้ารถ และอ้างว่าไม่พอใจที่วันเกิดมีปากเสียงกัน

เรื่องคดีความได้มีการแจ้งความและนัดไกล่เกลี่ยแล้ว แต่ทางคู่กรณีไม่รู้สึกผิดและสำนึกอะไรใด ๆ ทั้งยังไปมีปากเสียงด่าตนที่โรงพัก จะไม่รับผิดชอบค่าเสียหาย อยากจะขึ้นศาล ซึ่งตำรวจส่งสำนวนไปแล้วรอทางอัยการติดต่อมา แต่ตนอยากให้สื่อและสังคมกระตุ้นการกระทำนี้ เพราะคู่กรณีไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวกฎหมายแต่อย่างใด และที่ตนรู้สึกเสียใจคือลูกสาววัย 4 ขวบที่เห็นเหตุการณ์ตอนนี้เกิดความหวาดกลัวทุกครั้ง ตัวเองโดนกระทำว่าเจ็บแล้ว พอมาเจอลูกในสภาพนี้ เจ็บยิ่งกว่า

หนุ่มเพื่อนบ้านแจงตบหน้าสาวฉุนถูกด่าแม่

จากนั้นทีมข่าวจึงได้ติดต่อไปที่นายฟลุ๊ก ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุตามภาพจากกล้องหน้ารถที่ น.ส.ปลา ได้นำมาร้องเพจและสื่อ ซึ่งหลังจากที่ทีมข่าวได้ติดต่อไปนายฟลุ๊กก็ยินดีที่จะชี้แจงกับกรณีเหตุการณ์ดังกล่าว จากนั้นทีมข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของ นายฟลุ๊ก ซึ่งก็ได้รับการต้อนรับจากครอบครัวเป็นอย่างดี จากนั้นนายฟลุ๊กได้ชี้แจงกับทีมข่าวว่า ในวันที่เกิดเหตุนั้นตนได้นั่งซ่อมรถจักรยานอยู่บริเวณหน้าบ้าน จากนั้น น.ส.ปลา ได้ขับรถเลี้ยวเข้ามาที่บ้านของเขาโดยไม่มีการชะลอ และจอดบริเวณบริเวณหน้าบ้านของเขาซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านของตน

จากนั้น น.ส.ปลา ได้ลงจากรถและมองไปที่ตนและทำปากลักษณะเหมือนด่าตนแต่ไม่มีการออกเสียง และทำหน้าและสายตาเหมือนเยาะเย้ย รวมกับความแค้นที่ตนได้สะสมไว้ในวันที่มารุมด่าแม่ตนและท้าทายแม่ตน จึงทำให้ตนฟิวส์ขาด เดินเข้าไปและทำร้ายร่างกาย น.ส.ปลา ในเรื่องที่ตนแค้นนั้นเพราะในวันที่ 26 สิงหาคม 2566 บ้านของเขาได้มีการเปิดเพลงส่งเสียงดัง แต่ไม่ได้มีการมาแจ้งบ้านของตนก่อน และในขณะนั้นแม่ของตนกำลังจะนำหลานเข้านอน แต่ก็นอนไม่ได้เพราะเพลงเสียงดังมาก



จากนั้นแม่ของตนได้เดินออกมาดูเพราะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตักเตือนบ้านของเขา แต่ น.ส.ปลา ได้เข้าใจว่า แม่ของตนเป็นผู้แจ้งตำรวจ จึงได้เดินมาต่อว่าด้วยคำหยาบคาย และท้าทายแม่ของตน จึงทำให้ตนเกิดความแค้นแต่วันนั้น และหลังจากนั้นตนไม่เจอ น.ส.ปลา เลย จนมาถึงวันที่ 30 สิงหาคม 2566 ซึ่งเป็นวันที่เกิดเหตุที่ตนเข้าไปทำร้าย น.ส.ปลา เป็นวันที่ตนพบ น.ส.ปลาครั้งแรกหลังจากที่ น.ส.ปลาได้ด่าแม่ของตน จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

ซึ่งในตอนนี้ถ้าตนไปขอโทษตนก็ขอโทษได้ แต่อยากให้ น.ส.ปลา ได้มาขอโทษแม่ของตนก่อนที่ได้ด่าและท้าทายแม่ของตน ในส่วนเรื่องที่ทำร้ายตนยอมรับผิด และอยากให้สังคมเข้าใจตนว่าตนถูกด่าแม่และดูถูกแม่ของตนจึง ได้ก่อเหตุดังกล่าวขึ้น ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ทนไม่ไหวจริง ๆ

ด้วยความจริงแล้ว น.ส.ปลา ก็เป็นแฟนพี่ชายของตน แต่มีปัญหากันก็เลยต่างคนต่างอยู่และไม่ยุ่งกัน ซึ่งหลังจากนี้ก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของขั้นตอนทางกฎหมาย ซึ่งในส่วนที่มีการทำร้ายกันตนก็ยอมรับผิด แต่ที่ออกมาชี้แจงเพราะอยากให้สังคมเข้าใจกันบ้าง



งัดคลิปแฉสาวข้างบ้านปาร์ตี้เสียงดัง-ด่าถึงหน้าบ้าน

จากนั้นทีมข่าวจึงได้พูดคุยกับ น.ส.กัญจนพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ52ปี ซึ่งเป็นแม่ของนายฟลุ๊กผู้ก่อเหตุ โดย น.ส.กัญจนพร ได้เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ในวันที่ 26 สิงหาคม 2566 ตนเห็นว่าบ้านของ น.ส.ปลา ได้มีการสังสรรค์และเปิดเพลงส่งเสียงดัง จากนั้นในเวลาประมาณ 21.30 น. ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายขับรถกระบะเข้ามา ซึ่งในขณะนั้นตนกำลังจะนำหลานเข้านอน และอยู่บ้านเพียงสองคนกับหลาน จึงได้อุ้มหลานออกไปดูบริเวณหน้าบ้าน ก็ได้เห็นตำรวจตักเตือนบ้านของ น.ส.ปลา ให้ปิดเครื่องเสียง แต่หลังจากนั้น น.ส.ปลา ได้เดินมาที่ตนและต่อว่าด้วยหยาบคายต่าง ๆ นา ๆ และกล่าวกล่าวหาว่าตนเป็นผู้แจ้งตำรวจ ซึ่งตนก็ปฏิเสธว่าไม่ได้แจ้งแต่ไม่มีผู้ใดฟังเลย



และหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ให้แยกย้าย ซึ่งตนก็ทราบว่านายฟลุ๊กไม่พอใจ ที่ น.ส.ปลา ได้มาด่าและท้าทายตน แต่ก็พยายามห้ามปรามนายฟลุ๊คไว้ แต่ในที่เกิดเหตุตนได้ทำกับข้าวอยู่หลังบ้านแต่ในฟุคนั่งเล่นอยู่บริเวณหน้าบ้านจึงได้ห้ามปรามไม่ทัน นายฟลุ๊กจึงได้ไปก่อเหตุดังกล่าว

ซึ่งในตอนนี้ก็ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องขั้นตอนของทางกฎหมายไปเพราะอันที่จริงแล้ว ลูกชายคนกลางของต้นก็เป็นแฟนกับ น.ส.ปลา แต่มีปัญหากันก็ตัดขาดกันไป โดยในตอนนี้ก็ต้องต่างคนต่างอยู่

สาวโดนหนุ่มข้างบ้านตบหน้าสั่นไร้เหตุผล ถูกแฉกลับงัดคลิปโชว์ด่าแม่ทำแค้นฝังใจ