ปลอมตัวเป็นทหารอิสราเอล ลวงเรียกเหยื่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 1 ในแรงงานที่ไปทำงานที่อิสราเอล ส่งรูปภาพมาให้ ซึ่งเป้นภาพของทหารอิสราเอล ซึ่งสามารถตามไปจับชาย 4 คน ซึ่งเป็นกลุ่มฮามาส ที่เข้ามา ฮัลโหลไทยแลนด์ สวัสดีครับคนไทย ได้ที่หน้าโรงงาน ซึ่งในการนั่งสอบสวนของทหารตามในภาพ กลุ่มฮามาส ที่เปลี่ยนเอาเสื้อผ้าของคนไทยไปใส่ และสองคนนี้ก็ทำหน้าที่เป็นตัวเดินล่อให้คนไทยออกมาคุยก่อนที่จะถูกจับเป็นตัวประกันและสังหาร

เล่าหมดเปลือก เปิดกลล่อจับคนไทยเป็นตัวประกัน

ล่าสุดวันนี้(14ต.ค.66) ทีมข่าวช่อง 8 ได้เดินทางไปที่บ้านของนายสุริยัน กันตา หนึ่งในแรงงานไทย ที่ตำบลบ้านโป่ง อำเภองาว จังหวัดลำปาง โดยช่วงเช้าวันนี้ เมื่อนายสุริยัน มาถึงบ้าน เจ้าตัวมีสีหน้าแจ่มใสขึ้น ซึ่งจะมีทางญาติๆมานั่งให้กำลังใจกันอยู่ที่บ้าน ส่วนแม่ วันนี้ได้มีการผูกสายสิญจน์สีแดงของครูบาบุญชุ่ม เพื่อเป็นการรับขวัญที่ลูกกลับมาถึงบ้านเป็นวันแรก

นายสุริยัน ยังได้เล่าเหตุการณ์ในวันที่ 7 ตุลาคม ที่เฉียดตายมาถึง 3 ครั้งในวันนั้นอย่างละเอียดให้ทีมข่าวฟังอีกครั้งว่า เริ่มต้นตนเองไปทำงานที่โรงงานในประเทศอิสราเอล ได้ประมาณ 7 เดือน ซึ่งระหว่าง 7 เดือนที่ใช้ชีวิตอยู่ ก่อนจะเกิดสงคราม ยืนยันว่าได้ยินเสียงระเบิดแค่ 2 ครั้ง ซึ่งเสียงระเบิดดังกล่าว เป็นเสียงที่คนอิสราเอล และแรงงานไทยมองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะที่ผ่านมา ไม่มีใครเคยได้ยินเสียงปืน

เห็นกับตา 2สามีภรรยาคนไทยถูกจับเป็นตัวประกัน
จนกระทั่งเช้าวันที่ 7 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันที่กลุ่มฮามาส บุกเข้ามาในดินแดนอิสราเอล ตนเองได้ยินเสียงปืนดังขึ้นชุดแรกในช่วงเวลา 05.30 - 06.00 น. จากนั้นก็จะมีเสียงหวอ แจ้งเตือนภัย ดังขึ้น ซึ่งพอตนเองและเพื่อนแรงงานไทยในโรงงานได้ยินก็พากันวิ่งไปหลบในบังเกอร์ กระทั่งเมื่อเสียงปืนเงียบลงในเวลาประมาณ 07.00 น. แรงงานไทยที่เข้าไปหลบในบังเกอร์ ก็ออกมาใช้ชีวิตทำกับข้าวกินกันตามปกติ แต่ปรากฏว่าผ่านไปประมาณ 30 นาที ก็ได้ยินเสียงปืนอาก้าดังขึ้นมาแถวๆหน้าโรงงานอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่เอะใจ เนื่องจากแรงงานไทยทุกคน เข้าใจว่าเสียงปืนที่ดังหน้าโรงงาน เป็นเสียงปืนของทหารอิสราเอล ที่ยิงไล่แรงงานไทยให้กลับไปอยู่ในที่พัก แต่พวกตนเองก็คิดผิด เพราะเสียงปืนมันดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ และสักพักกระสุนปืนก็เฉี่ยวผ่านหัวไป กระทั่งมีเพื่อนแรงงานไทยเดินไปเห็นรูกระสุนเจาะอยู่ที่หน้าห้องพักคนงาน ทำให้ตนเองและเพื่อนคนงานต่างคนก็วิ่งเข้าไปหลบในห้อง ซึ่งตอนนั้นตนเองวิ่งเข้าไปหลบในห้องครัว และภาพเหตุการณ์แรกที่เห็นก็คือ ตนเองเห็นกลุ่มฮามาส ยิงปืนขู่ คู่ผัวเมีย ก็คือ นายบุญถม และ น.ส.ณัฐฐาวรี จากนั้นก็เห็นกลุ่มฮามาส ลากผู้ชายที่ถูกยิงบาดเจ็บไปขึ้นรถพร้อมกับคู่ผัวเมีย ซึ่งตนเองจำหน้าได้แม่นว่าผู้ชายคนที่ถูกยิงและถูกลากไปขึ้นรถ คือ นายบรรณวัชร

จนกระทั่งเมื่อกลุ่มฮามาส จับทั้งสามคนไปขึ้นรถ พวกเขาได้เดินมาสาดกระสุนใส่ที่ห้องพักคนงานต่อ ซึ่งตอนนั้นตนเอง หมอบอยู่ในห้องครัวกับเพื่อนรวม 5 คน และความโชคดีคือ ตอนที่ฮามาส มันสาดกระสุนใส่มาในห้องครัว มีตู้เย็นที่ล้มลงมาขวางบังกระสุนปืนให้ จึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง ก็เริ่มมีเสียง เฮลิคอปเตอร์ บินอยู่ใกล้ๆกับโรงงาน ทำให้แรงงานไทยในโรงงาน เข้าใจว่าทหารของอิสราเอล คงจะเข้าพื้นที่มาเคลียร์เรียบร้อยแล้ว ก็เลยพากันออกมาจากห้องพักแล้วก็พากันทำกับข้าวกินกันต่อ ซึ่งรอบนี้ ตนเองและแรงงานไทยบางคน มีการเตรียมตัวโดยการเก็บของมีค่าใส่กระเป๋าและห่อข้าวบางส่วนใส่กระเป๋า เพื่อเตรียมตัวที่จะหนีหากได้ยินเสียงปืนอีกครั้ง

จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงประมาณ 17.00 น. ในขณะที่แรงงานไทยนั่งเล่นกันอยู่ที่โต๊ะไม้ตรงหน้าห้องพัก ปรากฏว่า พวกฮามาส มันบุกเข้ามาอีกเป็นรอบที่สอง ทำให้แรงงานไทยจำนวน 19 คน พากันวิ่งหนีไปคนละทิศคนละทาง ซึ่งบางกลุ่มวิ่งหนีเข้าไปในป่าส้ม ส่วนตนเองกับนายวิชัย กระโดดเข้าไปหลบในห้องหมายเลข 2 ส่วนห้องที่ 1 ข้างๆกันเห็นคนไทยเข้าไปหลบ 2 คน ห้อง 3 สองคน และห้อง 6 อีก 1 คน แต่มีหนึ่งคนที่ชื่อโน่ ไม่ยอมวิ่งมาหลบในห้อง กระทั่งเขาถูกยิงที่ขา แต่โน่ ก็ฝืนวิ่งหนีเข้าไปในป่าได้ทัน

จากนั้นเมื่อทุกคนหนีเข้าไปในห้องแล้ว ก็ได้ยินเสียงปืนของกลุ่มฮามาส ยิงถล่มเข้าไปในห้องพัก จากนั้นกลุ่มฮามาส ก็ปาระเบิดเข้ามาใส่อีก 4 - 5 ลูก ซึ่งด้วยความโชคดีที่ตนเองกับนายวิชัย ไม่โดนระเบิด ก็เป็นเพราะว่า ระเบิดมันติดตู้เย็น ซึ่งปามากี่ลูกระเบิดก็แตกตรงหน้าตู้เย็น ทำให้ตนเองกับนายวิชัย ไม่ได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิด กระทั่งเมื่อเสียงระเบิดเงียบลง ตนเองก็ได้ยินเสียง กลุ่มฮามาส ช่วยกันตะโกนว่า "ฮัลโหลไทยแลนด์ สวัสดีครับคนไทย"

นาทีหนีตาย ทนร้อนหลังไฟไหม้ห้อง
ซึ่งตอนนั้นทันทีที่นายวิชัย ที่หลบซ่อนตัวอยู่ข้างๆตนเองได้ยิน วิชัยพยายามดึงแขนตนเองขึ้นยืน โดยบอกว่าไปเว้ยท็อป ทหารอิสราเอลมาช่วยแล้ว แต่ตนเองไม่เชื่อก็เลยดึงแขนนายวิชัย โดยบอกว่าพี่รอฟังก่อนแล้วก็หมอบลงเหมือนเดิม จากนั้นก็เห็นเงาของกลุ่มฮามาส เดินผ่านไปผ่านมา แต่พวกมันมองไม่เห็นเพราะตู้เย็นบังอยู่ จนกระทั่งเมื่อกลุ่มฮามาส มันเดินหาใครไม่เจอ ก็เกิด เหตุการณ์ระทึกขึ้นอีกครั้ง เนื่องจาก ฮามาส มันราดน้ำมันใส่ห้องพักที่ตนเองหลบซ่อนตัวอยู่ จากนั้นมันก็จุดไฟเผาห้องพักทุกห้อง ซึ่งวินาทีนั้น ตนเองกับวิชัย ก็สองจิตสองใจว่า วิ่งหนีทันที หรือ รอให้ไฟไหม้สักพักค่อยวิ่งหนี ซึ่งตนเองกับวิชัย เลือกทนอยู่ในห้องประมาณ 20 นาที

ซึ่งในระยะเวลา 20 นาทีนั้น ตนเองกับนายวิชัย เอาตัวรอดโดยการเอาน้ำมาราดที่ผ้าห่มแล้วก็เอาผ้าห่มมาปิดที่จมูกเอาไว้ แต่ก็ทนไม่ได้นาน เนื่องจากหลังคาที่ถูกไฟไหม้เริ่มจะพังลงมา ก็เลยคุยกับวิชัยว่า ถ้าเราอยู่ในห้องต่อ เราโดนไฟคลอกตายแน่ๆ เราพังประตูวิ่งหนีกันไหม เพราะถ้าวิ่งหนีตอนนี้ อย่างมากก็ตายโดยการถูกยิง ดีกว่านอนรอไฟคลอกตาย สุดท้ายก็เลยตัดสินใจ พังประตูแล้วก็พากันวิ่งหนีเข้าไปในป่า ซึ่งเมื่อไปถึงป่าได้ประมาณ 1 นาที ปรากฏว่าหันไปดูห้องพักก็ถล่มลงมาจริงๆ ซึ่งตอนนั้นคิดในใจถ้าไม่ตัดสินใจวิ่งออกมาก็คงตายอยู่ในนั้น

จากนั้นเมื่อตนเองเข้าไปหลบอยู่ในป่าข้างโรงงานได้แล้ว ปรากฏว่าก็เกิดเหตุระทึกขึ้นอีก เนื่องจากพอฟ้ามืด สปอร์ตไลท์ ที่โรงงานดันทะลึ่งส่องมาในป่าที่ตนเองหลบอยู่ ทำให้ตนเองกับนายวิชัย ต้องพากันวิ่งผ่ากระสุนปืนเพื่อข้ามไปยังป่าส้มหลังโรงงาน ซึ่งพอถึงป่าส้ม ตนเองกับนายวิชัย ก็เดินเลาะอยู่ในป่าส้ม 1 คืนเต็มๆ โดยการใช้ชีวิตอยู่ในป่าส้ม ก็อาศัยเด็ดส้มกิน เพื่อประทังชีวิต กระทั่งเมื่อเดินไปเดินมา ก็ไปเจอเฮ้าส์มะเขือเทศ จึงเข้าไปนอนหลบอยู่ในนั้นแล้วก็ได้เจอกับคนไทยที่หนีมาก่อนหน้านี้ ซึ่งระหว่างที่รอคนมาช่วย ก็พยายามเปิดเฮ้าส์ดูตลอดว่าปลอดภัยหรือไม่ พอรู้ว่าไม่ปลอดภัยก็พากันเดินผ่าเฮ้าส์มะเขือเทศไปเรื่อยๆ กระทั่งไปโผล่ที่หลังโรงงาน จึงได้เจอกับทหารอิสราเอล กับคนไทยอีกชุดที่กำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ตามคลิปที่คนบนด้อยติ้วให้ทีมข่าวช่อง 8 มาก่อนหน้านี้ โดยกับข้าวตามคลิปที่แบ่งกันกิน จริงๆแล้วไม่ใช่กับข้าวของคนในโรงงาน แต่เป็นกับข้าวของคนไทยที่รอดชีวิตเขตอื่นที่ฝากทหารมาให้คนในโรงงานกิน

ส่วนเหตุการณ์สุดท้ายที่เฉียดตาย ก็คือนาทีที่ทหาร ปล่อยให้คนไทยรออยู่ตรงจุดที่นั่งกินข้าว โดยบอกว่าเดี๋ยวจะให้ตำรวจเอารถมารับไปที่ศูนย์อพยพ แต่ปรากฏว่า คนไทยก็รอแล้วรอเล่า ไม่มีใครมารับ จึงตัดสินใจพากันเดินเท้าไปที่ศูนย์อพยพกันเอง ซึ่งเหตุการณ์นี้ที่บอกว่าเฉียดตายคือ หลังจากที่คนไทยเดินออกมา กลุ่มฮามาส มันย้อนกลับมาถล่มจุดที่คนไทยนั่งรอตำรวจมารับ

ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงตอนนี้ก็กลับมานอนคิดทบทวนดูว่า ตนเองรอดตายมาได้ยังไง ทั้งระเบิด , กระสุนปืน , ไฟไหม้ และถ้าไม่ตัดสินใจเดินออกมาตรงจุดที่นั่งกินนอนกินรอทหารก็ตาย ส่วนตัวดีใจมากที่ได้กลับมาอย่างปลอดภัย ซึ่งพระและแหวนที่ติดตัวไว้ตลอดในเหตุการณ์เฉียดตาย คือ เหรียญท้าวเวสสุวรรณ วัดจุฬามณี และแหวนของหลวงพ่อรวย

 

40ชีวิตสุดกังวล จ่อถูกส่งกลับทำงานจุดเสี่ยง
ขณะเดียวกันวันนี้ หลังจากการสัมภาษณ์ ทางนายสุริยัน ยังขอให้ทีมข่าวติดต่อไปหาเพื่อนของเขาที่ยังติดอยู่ในประเทศอิสราเอล ซึ่งเพื่อนคนดังกล่าวชื่อว่านายจักรินทร์ แบ่งหิรัญ อายุ 26 ปี เป็นคนจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งอยากจะให้ทีมข่าวช่อง 8 ช่วยเหลือในการเดินทางกลับประเทศไทย โดยวันนี้ ก่อนที่ทีมข่าวจะวิดีโอคอลไปคุยกับเจ้าตัว

ซึ่งวันนี้ ทีมข่าวได้โทรวิดีโอคอล ไปหานายจักรินทร์ แบ่งหิรัญ อายุ 26 ปี โดยเจ้าตัว เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ ตนเองอยู่ในแคมป์คนงานใกล้กับหมู่บ้านโมชาฟ ซึ่งจะอยู่ห่างจากฉนวนกาซ่า ไม่เกิน 10 กิโลเมตร โดยคนงานในแคมป์ จะมีอยู่ด้วยกัน 14 คน ส่วนแรงงานไทยที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านโมชาฟ มีประมาณ 100 กว่าคน

ซึ่งในวันเกิดเหตุตั้งแต่วันแรก คนไทยจำนวนดังกล่าว ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากอยู่ใกล้กับฐานที่มั่นที่ทหารอิสราเอลประจำอยู่ จากนั้นประมาณ 3 วันให้หลังเมื่อมีสัญญาณเตือนภัยสงคราม นายจ้างก็ได้ทยอยคนไทย ทั้งที่แคมป์คนงานและในหมู่บ้านไปอยู่ในเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งจะอยู่ติดกับประเทศจอร์แดน

จากนั้นเมื่อนายจ้างพาคนไทยไปที่นั้น คนไทยกว่า 40 คน ก็ได้มีการขอลงชื่อกลับไทย กระทั่งวันที่ 11 ตุลาคม นายจ้างก็เข้ามาเลือกคนไทยไปทำงาน โดยให้เหตุผลว่า ถ้าไม่ทำงานก็ให้ไปอยู่ที่อื่น ส่วนคนที่จะอยู่ต่อ ก็ต้องไปทำงานแลกกับที่อยู่อาศัย ซึ่งตนเองกับคนไทยที่ไม่มีทางไปก็จำใจที่ต้องออกไปทำงาน จนกระทั่งมาในวันนี้ ก็มีนายจ้างหลายคนในหมู่บ้านโมชาฟ แจ้งมากับหัวหน้างานคนอิสราเอลว่า ตนเองและคนไทยที่อยู่ด้วยกันว่า อีก 2 วันจะต้องเดินทางกลับไปทำงานที่เดิมซึ่งใกล้กับฉนวนกาซ่า จึงวิงวอนช่อง 8 ให้ช่วยประสานกับสถานทูต หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารับคนไทยกว่า 40 คนที่อยากกลับประเทศไทยโดยด่วนก่อนที่อีก 2 วันนายจ้างจะมารับไปอยู่ที่ดินแดนสงคราม ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ของสถานทูต ดูข่าวช่อง 8 อยู่ในตอนนี้ ขอบอกพิกัดเท่าที่รู้ว่า คนไทยที่ต้องการจะกลับประเทศ อยู่ในเขตเวสต์แบงก์ ใกล้กับทะเลสาบเดดซี และขอยืนยันกับสถานทูตไทยว่า ตามรายชื่อ คนไทยที่จะกลับล็อตต่อๆไป 100 คน หรือ 250 คน ไม่มีชื่อของคนไทยที่อยู่ด้วยกันแม้แต่คนเดียว

แฉฮามาส "ฮัลโหลไทยแลนด์" อุบายลวงคนไทยเปิดห้องยิง 40 ชีวิตผวานายจ้างไล่ทำงาน