ร้องไห้โฮ รู้ข่าวร้ายลูกตายแล้ว

วันนี้ (14 ต.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านนาทัน ต.ท่าลี่ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ญาติๆ ยังคงเฝ้าความหวังกับนายพิรุณ ทานนพิมพ์ หรือ “บอม” อายุ 34 ปีแรงงานไทยที่ไปทำงานประเทศอิสราเอล จนถึงตอนนี้นานกว่า 7 วันแล้วยังติดต่อไม่ได้ โดยผู้เป็นแม่คือนางนิภารัตน์ ทานนพิมพ์ อายุ 64 ปีแม่ของนายบอม บอกว่า ลูกชายไปทำงานได้ 2 ปี ตอนนี้ทำงานในฟาร์มวัว มีเงินเดือน พอจะลืมตาอ้าปากได้ และลูกชายโทรหาแม่ทุกวัน ลูกชายย้ำกับแม่เสมอว่า ให้แม่ทานข้าวเยอะๆ นะ กลับไปจะไปกอดแม่ให้หายคิดถึง ตอนนี้ทำงานมีเงินแล้วให้แม่เตรียมสร้างบ้านและอยากได้รถยนต์ก็ซื้อเลย จบแท็กทำงาน 5 ปีจะมาทำฟาร์มเลี้ยงวัวที่บ้าน แต่ตอนนี้ติดต่อลูกชายไม่ได้ 7 วันแล้ว หัวอกคนเป็นแม่กินไม่ได้นอนไม่หลับ ใจคอไม่ดีไม่รู้ลูกชายเป็นอย่างไรบ้าง ติดต่อไม่ได้ยังไม่รู้ชะตากรรม คิดมากจนเมื่อคืนฝันว่าได้ต่อสู้กับคนร้าย กำลังจะชนะแล้ว แต่สะดุ้งขึ้นมาก่อน จนสามีถามว่าเป็นอะไรๆ

ขณะที่น.ส.พรทิพย์ หรือ เจียว ภรรยานายบอม บอกว่า มีลูกด้วยกัน 3 คน สามีไปทำงานที่อิสราเอลอยากยกฐานะความเป็นอยู่ของครอบครัว ยอมเหนื่อย ทำงานต่างบ้าน ตนเองติดต่อสามีวันสุดท้ายคือคืนวันที่ 6 จากนั้นก็ติดต่อไม่ได้เลย สามีไปทำงานในฟาร์มวัวใกล้กับฉนวนกาซ่า 7 วันมานี้ได้แต่เฝ้ารอ ยังไม่รู้ข่าว ทราบจากเพื่อนสามีว่า ให้ทำใจ สามีอาจจะไปแล้วเพราะในฟาร์มดังกล่าวคาดว่าแรงงานไทยเสียชีวิตทั้งหมด แต่อย่างไรแล้วตอนนี้เริ่มทำใจได้แล้ว แต่ก็ยังมีความหวังสามีจะมีชีวิตรอดกลับมา

ต่อมา เวลา 15.00 น.นายเจริญจิต สืบสาววงศ์ นายอำเภอกุมภวาปี ได้เดินทางมาแจ้งข่าวกับแม่และภรรยานายพิรุณว่า ขอแสดงความเสียใจด้วย ตอนนี้ทราบว่านายพิรุณเสียชีวิตแล้ว ปรากฏว่าทั้งแม่และภรรยาตกใจแทบช็อก ร้องไห้โฮออกมาเสียงดัง จนญาติๆ ต้องปลอบใจ

ยกมือไหว้ วอนขอนำศพลูกกลับไทย
นางนิภารัตน์ร้องไห้ทั้งน้ำตาเสียงสั่นเครือและยกมือไหว้ว่า อยากให้ทางการนำศพลูกชายกลับมาให้ด้วย อยากเห็นหน้าลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย ขอนำร่างมาบำเพ็ญกุศลที่บ้าน ขอโปรดทางการด้วยช่วยด้วยเถิด ตอนท้ายแม่กล่าวถึงลูกชายว่า บักหล่าของแม่เอ๊ย แม่คิดฮอดบักหล่า บักหล่ากลับมาบ้านเด้อ หัวอกแม่หลังรู้ข่าวร้ายลูกชายเสียชีวิตแล้วร้องไห้แทบขาดใจ ขณะที่นายอำเภอได้แจ้งกับญาติว่าตอนนี้มีมิจฉาชีพจะดำเนินการงานศพจะมีค่าใช้จ่าย ขอยืนยันว่า การดำเนินการเรื่องศพทางการจัดการให้ทั้งหมดไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นอย่าไปหลงเชื่อโดยเด็ดขาด

ใจจดจ่อ รอฟังข่าวทางไกล
ขณะเดียวกันวันนี้ (10 ตุลาคม 66) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยัง บ้านพักของนายศตวรรษ เพียเอีย (โจ้) ม.13 บ้านปลวก ต.คำสะอาด อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร โดยบรรยากาศภายในบ้านมีญาติพี่น้องมาเฝ้ารอรับฟังข่าวจากความเคลื่อนไหวที่ประเทศอิสราเอลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก

ขณะที่ นางคำมล เพียเอีย อายุ 54 ปี แม่ของนายศตวรรษหรือโจ้ กล่าวว่า ตนมีลูก 2 คน โจ้เป็นลูกชายคนเล็กขยัน ตั้งใจไปทำงานเก็บผลไม้ที่ประเทศอิสราเอล อย่างถูกต้องตามกฎหมายได้เพียง 1 ปี 10 เดือน ส่งเงินมาให้ครอบครัวเดือนละ 30,000 บาท และช่วงวันหยุดจะไปทำงานพิเศษเพื่อหารายได้เสริม ลูกชายมักติดต่อคุยผ่านข้อความเฟซบุ๊กทุกวันไม่เคยขาด ตลอดเวลาที่ได้คุยกันลูกชายเล่าสถานการณ์ที่ทำงานให้ฟังตลอด ว่ามีจรวดยิงบนท้องฟ้าขึ้นบ่อยครั้งเป็นปกติ แต่ครั้งสุดท้ายที่ได้ติดต่อได้คือ เมื่อวันเสาร์ที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 11.00 น. จากนั้นก็ขาดการติดต่อ กระทั่งเพื่อนร่วมงานโทรมาบอกข่าวร้ายว่าลูกชายเสียชีวิตจากเหตุการณ์โจมตี รู้สึกกระวนกระวายแต่ยังมีความหวัง ไม่ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ก็อยากวอนรัฐบาลยื่นมือเข้าช่วยเหลือ

ด้าน นายชัยมงคล ไชยรบ สส.สกลนคร เขต 5 พรรคพลังประชารัฐ มอบหมายให้ นายศุภอรรถ ฐานะ ผู้เชี่ยวชาญประตัว เดินทางลงพื้นที่มาปลอบขวัญและให้กำลังใจนางคำมล เพียเอีย ทั้งนี้ฝากไปถึงรัฐบาลให้เร่งดำเนินการเรื่องความชัดเจนเกี่ยวกับแรงงานไทยที่ประเทศอิสราเอลด้วย

 

 

ครอบครัวใจสลายรัฐแจ้งข่าวลูกตาย แม่ทรุด-เมียช็อก 7 วันที่รอไร้ปาฏิหาริย์