วันที่ 6 กันยายน 2566 มีเหตุยิงกันเสียชีวิตที่บ้าน ในพื้นที่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ผู้ตายคือ นายเกษม อายุ 43 ปี มีแผลถูกยิงที่บริเวณด้านหลัง 1 นัด และพบนายบุญสืบ อายุ 70 ปี พ่อของผู้ตาย รับว่าเป็นคนใช้อาวุธปืนแก๊ปยาวเหนี่ยวไกยิงลูกชายแท้ๆ จนเสียชีวิต

 

จากการสอบสวนนางโสภิณ แม่ผู้ตายและเป็นภรรยาของนายบุญสืบ ทราบว่า ลูกชายอยู่บ้านที่เกิดเหตุกับพ่อเพียงสองคน เนื่องจากนายบุญสืบ ชอบดื่มสุราเมาแล้วชอบขู่จะทำร้าย ทำให้ตนอยู่ด้วยไม่ได้ ต้องไปอาศัยอยู่กับลูกสาว ซึ่งมีบ้านตรงกันข้ามกับบ้านที่เกิดเหตุ มีถนนคั่นกลาง สำหรับสาเหตุ ที่พ่อคว้าปืนมายิงลูกชาย เพราะลูกชายทำลูกแมวหายจึงได้ ทะเลาะกัน พ่อโมโหจึงพูดขึ้นว่าจะเอาปืนมายิงให้ตายเลย ลูกชายก็เลยตอบไปว่า จะยิงก็ยิงเลย พ่อเลยเดินไปหยิบปืนในบ้านมายิงลูกชายจนเสียชีวิตดังกล่าว

ทีมข่าวได้ภาพจากกล้องวงจรปิด จะเห็นว่าลูกชายนั่งบ่นหน้าร้านพี่สาว และลุกขึ้นเดินไปมา หลังจากไปเมามาจากที่อื่นและมานั่งหน้าร้านพี่สาว จากนั้นนายบุญสืบผู้เป็นพ่อ เมาเดินเซกลับไปที่บ้าน และเจอกันถามว่าแมวอยู่ไหน

ขณะที่ นางโสภิณ ซึ่งเป็นแม่นายเกษมได้วิ่งมาจากบ้านเกิดเหตุ ก่อนจะได้ยินเสียงปืนดัง 1 นัด

ลูกสาวของนายบุญสืบเล่าให้ฟังว่า วันเกิดเหตุนายเกษมกินเหล้าทั้งวัน พอเมาก็ขับรถไปทั่วหมู่บ้าน เอาแมวที่พ่อเลี้ยงไว้ไปด้วย จนทำรถล้ม แมวที่เอาไปด้วยก็หายไป พอกลับมาถึงบ้าน พ่อก็ถามว่าเอาแมวไปทิ้งไว้ที่ไหน น้องชายก็ตอบพ่อไปว่ารถล้ม แมวไม่รู้หายไปไหน เดี๋ยวมันก็กลับมาบ้านเอง แต่พ่อก็ยังถามหาแมวซ้ำๆ อยู่หลายรอบ จนลูกชายพูดกับพ่อว่า ถามจริงๆ ระหว่างลูกกับแมว พ่อรักใครมากกว่ากัน ด้านพ่อก็ตอบกลับไปว่า กูก็รักแมวของกูสิ กูเลี้ยงมา ลูกชายจึงด่าพ่อด้วยคำหยาบคาย ว่า "พ่อหัว_วย" จึงทำให้พ่อโมโห แล้วเดินไปที่บ้านเพื่อเอาปืนมายิงลูกชาย

ส่วนลูกเมื่อเห็นพ่อทำแบบนั้นจึงเดินตามไปที่บ้าน แล้วพูดท้าทายว่า จะยิงก็ยิงเลย แต่พ่อก็ไม่ทำ ได้แต่นิ่งเฉย นั่งกินเหล้าอยู่หน้าบ้าน ส่วนน้องชายก็เดินไปเดินมาแถวๆ บ้านตะโกนเสียงดังโวยวาย แล้วเข้าบ้านไปเอารถมอเตอร์ไซค์จะขี่ออกไปกินเหล้าต่อข้างนอก เมื่อแม่เห็นแม่ก็เดินไปห้ามลูกชายไม่ให้ออกไป เพราะว่าช่วงเช้าเมาแล้วขี่รถไปล้มมาครั้งหนึ่งแล้ว กลัวจะไปล้มอีก

จากนั้นพ่อก็ยังถามหาเจ้าแพนด้า แมวที่เลี้ยงไว้อีกรอบว่าแมวมันอยู่ใต้เบาะมั้ย ลูกก็ตอบว่ามันจะอยู่ใต้เบาะได้ไง ขณะนั้นพ่อก็ได้หยิบปืนขึ้นมาเล็งใส่ เมื่อแม่ที่เข้าไปห้าม เห็นปืนก็เลยวิ่งกลับมาที่บ้านตน วิ่งออกมาได้ครึ่งทางเสียงปืนก็ดังขึ้น 1 นัด แล้วตะโกนบอกตนว่า พ่อมึงยิงน้องชายมึงแล้ว ล้มหงายท้องไปแล้ว ด้วยความกลัวว่าแม่จะเป็นอันตราย เลยบอกให้แม่รีบวิ่งเข้ามาในบ้าน ซึ่งพ่อเมื่อทะเลาะกับแม่ทีไรก็ขู่จะเอาปืนยิงแม่ทุกครั้ง แม่เลยต้องแยกออกมาอยู่กับตนที่บ้าน ส่วนน้องชายเวลาไม่เมาก็จะซื้อของกินมาให้พ่อกินอยู่เป็นประจำ หลังเกิดเหตุตนเข้าไปดูน้องชาย สภาพถูกยิงเข้าทางด้านหลังไหล่ขวา ทะลุออกทางหน้าอกซ้าย นอนจมกองเลือด พ่อพอได้สติก็เข้ามากอดศพลูกไว้

นางโสภิณ ยังเล่าอีกว่า ปกติลูกชายกับพ่อก็มักพูดกันอยู่ประมาณนี้ ลูกชายก็ชอบพูด ว่าฆ่าเลยๆ แล้วตามประสาคนกินเหล้า แต่ไม่คิดว่าครั้งนี้พ่อจะกล้ายิงลูกชายจริงๆ ส่วนตนก็มาอยู่บ้านลูกสาวตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม ปีแล้ว เพราะอยู่บ้านไม่ได้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุเวลากินเหล้ามักชอบเล่นปืน และขู่ตนบ่อยๆ ตนจึงมาอาศัยนอนอยู่บ้านลูกสาว ตอนนี้พอนึกถึงขึ้นมาทีไร ตนก็จะร้องไห้ตลอด ทำใจยังไม่ได้ไม่คิดว่าพ่อจะกล้ายิงลูกชายจริงๆ

พ่อฉุนลูกทำแมวหายคว้าลูกซองยิงตายแม่เปิดปากสุดเจ็บ แมวไม่ทำช้ำใจ