จากกรณี 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 ภายหลังศาลปกครองสูงสุดพิพากษา สั่งเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้าง โครงการคอนโดมิเนียม แอชตัน อโศก เนื่องจากโครงการก่อสร้างและดัดแปลงอาคารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผิดข้อกฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร   ทำให้ผู้ซื้อคอนโดฯ แอชตัน อโศก กว่า 700 ราย ได้รับผลกระทบ

 

ด้านผู้ดำเนินโครงการ บริษัทอนันดา เอ็ม เอฟ เอเชีย อโศก จำกัด ได้โพสต์เอกสารชี้แจง ผ่านทางเพจของบริษัท โดยระบุว่า ผลของคำพิพากษาที่เกิดขึ้น หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในความเสียหายอย่างไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ต่อเจ้าของร่วมอาคารชุดและบริษัท เพราะหากหน่วยงานราชการซึ่งมีอำนาจหน้าที่ไม่เห็นชอบและอนุมัติโครงการแล้ว โครงการนี้จะไม่สามารถก่อสร้างได้ตั้งแต่แรกซึ่งก็จะไม่เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง

 

โดยบริษัทฯ จะเร่งรีบดำเนินการในการเรียกร้องค่าเสียหายกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อเยียวยาความเสียหายแก่เจ้าของอาคารชุดและบริษัทฯ โดยเร็ว รวมทั้งจะดำเนินการประสานงานกับคณะกรรมการนิติบุคคลแอชตัน อโศก และเจ้าของร่วม เพื่อขอเข้าพบว่าผู้ว่าฯ กทม.และผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อทวงถามความรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นภายใน 14 วันนับจากวันนี้

 

บริษัทฯ ใคร่ขอยืนยันว่าการทำโครงการ แอชตัน อโศก ได้มีการตรวจสอบประเด็นทางกฎหมาย รวมทั้งข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตต่างๆ รวมถึงสภาพที่ดินของโครงการอย่างรอบคอบรัดกุม ผ่านการพิจารณาอนุมัติภายใต้การควบคุมจากหน่วยงานของรัฐไม่ต่ำกว่า 8 หน่วยงาน จึงเป็นที่ประจักษ์และยืนยันได้ว่าบริษัทได้ดำเนินการไปด้วยความสุจริตและชอบด้วยกฎหมายอย่างชัดแจ้งแล้ว จึงขอเรียกร้องความเป็นธรรมจากภาคส่วนที่จะร่วมกันแก้ไขป้องกันมิให้ปัญหาที่เกิดขึ้นดังเช่นคดีนี้ได้เกิดขึ้นอีก และเรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยเร็ว

 

ผู้ที่ได้รับผลกระทบ คอนโดแอชตันถูกเพิกถอนใบอนุญาต

  1. ครอบครัวกว่า 580 ครอบครัว
  2. เจ้าของร่วมที่ถือหนังสือ อช.2
  3. เจ้าของร่วมคือคนไทย 438 ราย ต่างชาติ 142 ราย
  4. มูลค่าของโครงการที่โอนไปเล้ว 5,653 ล้านบาท
  5. มีคนอาศัยอยู่ในตึกนี้กว่า 488 ครอบครัว มานานกว่า 4 ปี
  6. ตึกอีก 13 โครงการมีลักษณะคล้ายกัน

 

ปัญหาคอนโดแอชตัน อโศก โครงการหมื่นล้านในที่ดินตาบอด

ทางเข้า-ออกคอนโดมี 2 ทาง

  1. ซอยเล็กๆ ที่ทะลุด้านหลังไป ซอยสุขุมวิท 19 มีความกว้างแค่ 2-3 เมตร ถ้าจะสร้างตึกยริเวณนี้ ตามกฎหมายทำได้เพียง 2-3 ชั้น
  2. ทางเข้า-ออกด้านหน้าที่มุ่งสู่ถนนอโศกมนตรี เกี่ยวพันกับทางเข้า-ออกรถไฟฟ้า MRT สุขุมวิท ไม่นับว่าเป็นทางออกของตัวเอง

 

ต่อมาทีมข่าวได้เดินทางไปบริเวณซอยสุขุมวิท 19 แยก 3  ซึ่งก่อนหน้านี้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้แนะทางรอดเดียวของตึกนี้ คือการที่ทางอนันดสอาจจะยอมเข้าไปซื้อตึกแถวด้านซอย 19 ซึ่งไม่ติดรถไฟใต้ดิน เป็นทางเข้าออกใหม่  ซึ่งปัจจุบันมีถนนซอยเล็ก ๆ กว้างประมาณ 4 เมตร อยู่แล้ว 2 ซอย ก็จะต้องกว้านซึ้อตึกแถวที่ติดกับถนนซอยนี้ลึกไปจนถึงโครงการ เพื่อเอามาทุบทำเป็นทางเข้าออกให้ได้กว้าง 12 เมตร ตามกฏหมาย  แต่ข้อเสียคือเจ้าของตึกทุกหลังจะต้องขายตึกให้อนันดา และจะเป็นฟันหลอไม่ได้

 

โดยเราไปพบกับคุณเอ ซึ่งเป็นชาวอินเดีย ที่มาซื้อตึกแถว 2 คูหา  ในซอยสุขุมวิท 19  คุณเอพาทีมข่าว ไปดูจุดบริเวณตึกแถวที่ทางเจ้าของโครงการต้องกว้านซื้อ  เพื่อไปทำทางเข้าออกของคอนโดมิเนียม  ยืนยันว่าซื้อตึกแถวเพียงแค่สองคูหาแล้วมาทำเป็นทางเข้าออกกว้าง 12 เมตรไม่ได้ 

ต้องซื้อตึกแถวที่ติดถนนสุขุมวิท 19 ซึ่งเป็นทางเข้าออกของคอนโดมิเนียมทั้งหมด 6 คูหา  และต้องซื้อบ้านพักตึกแถวส่วนตัว ที่อยู่ในซอยสุขุมวิท 19 แยก 3 อีกทั้งหมด 11 คูหา  เพื่อเอามาทุบทำเป็นทางเข้าออกให้ได้กว้าง 18 เมตร  รวมพื้นที่ทั้งหมด 1 ไร่

 

เพราะตึกแถวที่ติดถนนสุขุมวิท 19  แบ่งเป็นคุณอ้วน คนไทยเป็นเจ้าของ 2 คูหา  และคุณแซม  ลูกครึ่งไทย-อินเดีย  เป็นเจ้าของ 4 คูหา ซึ่งทั้งสองไม่ขายคูหาเดียว  ถ้าจะซื้อต้องเหมาหมด หากรวมมูลค่าพื้นที่  ที่ทางคอนโดมิเนียมจะต้องซื้อทั้งหมด 1 ไร่  รวมมูลละค่าประมาณ 800  -1500 ล้านบาท  เพราะที่ดินสุขุมวิทมีราคาสูงมาก  และในช่วงนี้ที่เป็นข่าวอาจมีเจ้าของบางคูหาที่ขึ้นราคา

 

วันนี้ทีมข่าวช่อง 8 ได้พูดคุยกับนายไวท์ อายุ 35 ปี  ลูกบ้านคอนโดมิเนียม  เปิดใจกับช่อง 8 ว่า  ลูกบ้านในคอนโดมิเนียมตอนนี้ต่างเดือดในกลุ่มไลน์ของคอนโดมิเนียม  เพราะส่วนใหญ่ต่างรู้สึกช็อกที่เกิดเหตุการณ์นี้  โดยขอร้องให้เจ้าของโครงการออกมารับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  แต่เจ้าของโครงการยังนิ่งเฉยและไม่ตอบอะไรเลยกับลูกบ้าน  ส่งผลให้ทั้งตนและลูกบ้านส่วนใหญ่ก็ต่างนอนไม่หลับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์นี้

 

ส่วนตัวเพิ่งซื้อโครงการนี้ในปี 2566  ตอนที่ซื้อทราบว่าทางเจ้าของโครงการใช้ทางผ่านเข้า-ออก คอนโดมิเนียม  เป็นพื้นที่ของ รฟม.   แต่ได้รับใบอนุญาตแล้ว  ตนซื้อห้องพื้นที่  35 ตารางเมตร  ในราคา 7 ล้านบาท  โดยดาวน์ 3.5 ล้านบาท  และผ่อนกับธนาคารอีก 3.5 ล้านบาท  ในเดือนหนึ่งผ่อนเดือนละ 20,000 บาท  ประมาณ 10 กว่าปี

ส่วนเหตุผลที่เลือกซื้อคอนโดมิเนียมแห่งนี้เพราะอยู่ในย่านใจกลางเมืองกรุงเทพรวมทั้งมีรถไฟฟ้า bts และ mrt อยู่ใกล้สะดวกเดินทางมาก  เพราะส่วนตัวไม่มีรถยนต์  และไม่อยากซื้อรถอยากเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสาธารณะ  จึงใช้เงินเก็บส่วนตัวทั้งหมดซื้อห้องในคอนโดเพื่อเป็นบ้านของตน

 

ตนก็เพิ่งทราบพร้อมกับทีมข่าวช่อง 8 ว่าศาลปกครอง สั่งเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้าง โครงการคอนโดมิเนียม แอชตัน อโศก  แล้วสั่งให้ทุบตึก ตนมองว่าคำสั่งศาลที่สั่งเพราะทางเจ้าของโครงการซื้อที่ดินของ รฟม.ที่มาจากการเวนคืนมิได้ แต่ตนก็อยากจะบอกว่าศาลมีคำสั่งแต่ไม่เห็นใจลูกบ้านที่ซื้อห้องในคอนโดกว่า 700 ห้อง  ก็เท่ากับคำสั่งนี้ศาลสั่งให้ทุกห้องพักที่เป็นบ้านของลูกบ้านทั้งหมด 700 หลังคาเรือน ตนและลูกบ้านคอนโดถึงกับทรุดหลังทราบเรื่อง

 

และต้องช็อคมากเพราะศาลสั่งทุบบ้านของตนเองและเจ้าของโครงการตอนนี้ก็ยังไม่รับผิดชอบหรือให้คำตอบอะไรเลยกับลูกบ้านว่าควรทำอย่างไรต่อ ยืนยันห้องที่ตนซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนซึ่งเป็นเงินสุจริตเป็นบ้านของตน  และตนไม่ได้มีบ้านหลังอื่นแล้ว  ก็คงยังไม่ย้ายออก  ทั้งหน่วยงานรัฐและเจ้าของโครงการหาทางออกที่ดีที่สุดให้แก่ลูกบ้านทั้ง 700 ห้อง แต่ถ้าหากต้องยุบคอนโดจริง  แล้วทางภาครัฐไปเคลียร์กับทางธนาคารของลูกบ้านให้หรือไม่ว่าไม่ต้องจ่ายหนี้ส่วนที่เหลือจากการผ่อน  และเจ้าของโครงการจะคืนเงินให้ในส่วนที่ดาวน์หรือไม่ อยากให้ความเป็นธรรมกับลูกบ้านทั้ง 700 ห้อง

 

วุ่น! คอนโด 6 พันล้านไม่ทุบทิ้ง แฉ 8 หน่วยรัฐให้สร้าง ช็อกทางรอดจ่าย 1,800 ล้านเอาไหม