"บิ๊กป้อม" ยิ้มรับว่าที่นายกฯ ก๊วน ส.ว. เปรย "พิธา" ไปไม่ถึงฝัน
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเดินทางไปประเทศอังกฤษ ว่า ไปดูแลร่างกายตัวเอง ไม่มีดีลลับการเมืองตามกระแสข่าว

เมื่อถามว่าได้พบกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า ไม่มี ไม่พบ พร้อมย้อนถามกลับว่า จะให้พบกับใคร
โดยผู้สื่อข่าวตอบว่า พบกับคุณทักษิณ พลเอกประวิตร ระบุว่า "โอ๊ย ผมจะไปพบอย่างไร ไม่เจอกัน 18 ปีแล้ว"
เมื่อถามว่าไม่ได้มีการโทรคุยกันใช่หรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า ไม่มี โทรก็ไม่พูดกัน
เมื่อถามว่าหากมีการเสนอชื่อ พลเอกประวิตรเป็นนายกรัฐมนตรีพร้อมหรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า "โอ๊ย ยังไม่ได้พูดถึงตอนนั้นหรอกครับ รอไปก่อน"
เมื่อถามถึงการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคในวันนี้จะกำชับอะไรหรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า ก็ประชุมเรื่องทั่วๆไป ของส.ส. ใหม่ ที่จะเข้ามาก็มีการพูดจา ให้ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของสภา

ด้านนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวหากพรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้จะมีการดีลกับพรรคเพื่อไทยเสนอชื่อพลเอกประวิตรเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนตัวมองว่าเป็นเพียงกระแสข่าว แต่ขอบคุณที่มีกระแสข่าวนี้ ซึ่งตนยังเชื่อมั่นกับประชาชนและเชื่อมั่นกับพลเอกประวิตรที่มีความพร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรีได้ จะมีคุณสมบัติเป็นนายกรัฐมนตรีและเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นนายกรัฐมนตรีได้ แต่อยู่ที่การลงมติของรัฐสภา ซึ่งตนเห็นว่าพรรคร่วมรัฐบาลมีการจับมือจัดตั้งรัฐบาลไปแล้ว จึงขอให้รอดูตรงนั้นก่อน เพราะยังไม่ถึงเวลาที่จะมาพูดคุยกันตอนนี้
พรรคเพื่อไทย ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค นำโดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค โดยมีวาระหารือถึงการเจรจาตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร จากนั้นเวลา 15.00 น. มีการประชุม ส.ส.พรรค

จากนั้นเวลา 17.00 น. แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้ร่วมแถลงข่าวภายหลังการประชุม ส.ส. โดยนพ.ชลน่าน กล่าวว่า ตอนนี้ความเห็นของพรรคส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า เราจะยึดตามข้อเสนอเดิม 14+1 คือพรรคก้าวไกลได้ 14 รัฐมนตรี +1 คือนายกฯ ส่วนพรรคเพื่อไทย 14 รัฐมนตรี +1 ประธานสภาฯ โดยจะให้คณะกรรมการเจรจานำเรื่องนี้ไปหารือกับพรรคก้าวไกลวันพรุ่งนี้
ด้านนายชูศักดิ์ กล่าวว่า ตำแหน่งประธานสภาฯนั้น กก.บห.พรรคเห็นว่าเป็นตำแหน่งสำคัญ ควบคุมกำกับดูแลการทำงานของสภาฯ ต้องวางตัวเป็นกลางตอบสนองทุกพรรค มีความรู้ ความสามารถ มีวุฒิภาวะ เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ซึ่งกก.บห.ทราบว่าคณะเจรจาได้เสนอสูตร 14+1 เพราะเห็นว่ามีความเป็นธรรม ให้เกียรติซึ่งกันและกัน โดยพรรคก้าวไกลได้ตำแหน่งนายกฯ พรรค พท. ควรได้ตำแหน่งประธานสภาฯ ที่ประชุมเห็นควรยืนยันสูตรดังกล่าวเพื่อนำเสนอพรรคก้าวไกลในการประชุมระหว่าง 2 พรรควันที่ 28 มิ.ย.นี้ ซึ่งจะเป็นความชอบธรรม มีเหตุมีผลซึ่งคณะเจรจาต้องยืนในหลักการนี้
"นี่ไม่ใช่การแก่งแย่งตำแหน่ง แต่เราเห็นความจำเป็นในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำ และมีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ ให้สำเร็จ พรรค พท. เชื่อว่าการมีประธานสภาฯของพรรค พท. จะทำให้สภาเดินหน้าราบรื่น เรียบร้อย ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติได้สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ
ด้านนายภูมิธรรม กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่ได้มีการตอบกลับระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลอย่างเป็นทางการ มีแต่สื่อสารทางโซเชียล ดังนั้น ในวันพรุ่งนี้ตนจะนำข้อสรุปของเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมไปเจรจาพูดคุยกับพรรคก้าวไกล ซึ่งตนคาดหวังว่าการคุยจะให้เกียรติซึ่งกันและกัน ใช้เหตุและผล เพื่อร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จตามที่ พี่น้องประชาชนอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงโดยเร็ว ซึ่งเรายังไม่อยากคิดว่า ไม่สำเร็จ เพราะมันจะบั่นทอนความร่วมมือกันมากกว่า
ทั้งนี้ หากวันพรุ่งนี้ยังไม่เรียบร้อย ก็ยังมีเวลาในการเจรจาต่อไป แต่หากฝั่งก้าวไกลไม่ยอม ต่างฝ่ายต่างต้องกลับไปทบทวน แสดงว่าข้อสรุปในการเจรจามันไม่จบ
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ยอมถอยใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ถ้าไม่ได้ก็ต้องกลับไปทบทวน เชื่อว่ายังมีเวลา เพราะการเปิดสภาจะเริ่มต้นในวันที่ 4 กรกฎาคม ทุกนาทีมีค่า ก็รอผลพรุ่งนี้ พรุ่งนี้อาจจะจบลงด้วยดี สามารถจัดตั้งกันได้
เมื่อถามว่า ตอนนี้พรรคเพื่อไทยมีรายชื่อประธานสภาแล้วหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เรื่องการหารายชื่อเป็น Step ที่เกิดขึ้นภายหลังได้ ไม่ใช่เรื่องซีเรียส เรื่องที่ซีเรียสคือต้องตกลงกับพรรคก้าวไกลให้ได้ก่อน ว่าตำแหน่งประธานสภาจะเป็นของใคร

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา และนายสมชาย แสวงการ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวถึงการ กรณีที่นายพิธา มั่นใจว่าจะมีเสียง สว. สนับสนุนมากพอให้เป็นนายกรัฐมนตรี นายเสรี ยิ้มก่อนจะตอบว่า" ถ้ามากพอก็เป็นไปเลย" เพราะก่อนหน้านี้ที่มี สว.17 คน บอกจะสนับสนุนนายพิธา แต่ก็มีหลายคนในจำนวนนี้ออกมาปฏิเสธแล้ว เพราะถูกนำชื่อไปใส่โดยไม่ได้เป็นไปตามแนวทางนั้นเช่น นายตวง อันทะไชย , นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ , พญ.คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ และนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ เป็นต้น เพียงแต่ระบุว่า หากได้เสียงข้างมากก็จะโหวตให้ แต่ถ้าได้เสียงข้างมากแล้วยังคงแก้มาตรา 112 อยู่ก็จะไม่โหวตให้ เพราะฉะนั้นจะเอาแนวทางเสียงชนะอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูความเหมาะสมด้วย
"แม้ว่าจะได้คะแนนเสียงมาเป็นอันดับ 1 ได้มา 14 ล้านเสียง ไม่ใช่คะแนนเสียงส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศ แต่มีข้อเรียกร้องว่าในเมื่อได้คะแนนมา 14 ล้านเสียง ทำไมไม่เลือกตามคะแนนเสียง ที่ได้คะแนนเสียงอันดับ 1 ไม่ทำตามเสียงประชาชน ชอบพูดกันบ่อย ต้องทำความเข้าใจว่าประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 50 ล้านเสียง มาใช้สิทธิ์ประมาณ 40 ล้านคน เลือกก้าวไกล 14 ล้าน แสดงว่า 14 ล้านเป็นเสียงข้างน้อย การที่เสียงข้างมากไม่เลือกนั่นคือสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ไม่ได้แสดงว่าเราไม่ได้ไปขัดแย้ง กับเสียง 14 ล้านแต่เราทำตามเสียงข้างมากกว่าด้วยซ้ำไป"

นายเสรี ยังประเมินด้วยว่า ขณะนี้เสียงสนับสนุนจากสว.ไม่เพียงพอที่จะส่งนายพิธาให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งดูจากการแสดงออกที่ชัดเจนได้ไม่เกิน 5 เสียง เชื่อว่าหากส.ว. คนไหนที่สนับสนุนแล้วแสดงตัว ก็จะทำให้เกิดความชัดเจน ยืนยันว่าที่ทำแบบนี้เพราะได้รับใบสั่งจากประชาชน
ทั้งนี้ หากนายพิธา ไปต่อไม่ได้ ต้องเปลี่ยนเป็นแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทยขึ้นมา สว.จะสบายใจขึ้นหรือไม่ นายเสรี กล่าวว่าไม่ใช่ความสบายใจแต่ต้องให้ ส.ส.ไปตกลงกันให้สบายใจ รวบรวมเสียงให้ได้แล้ว สว.จะพิจารณาบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามย้ำว่าหากเป็นแคนดิเดตนายกจากพรรคเพื่อไทย จะมีภาษีดีขึ้นกว่านายพิธาหรือไม่ นายเสรี กล่าวว่า "ก็ต้องดูว่าใคร ตอนนี้มีชื่อเดียวคือ นายอนุทิน จากพรรคภูมิใจไทย ถ้ามาเพื่อไทยก็ต้องดูว่ามี 3 ชื่อแล้วเสนอใคร ก็ต้องดูตัวตนด้วยว่าเป็นใคร ขณะเดียวกันตอนนี้ยังตอบไม่ได้ว่าเป็นใคร
ตอนนี้ยังรับรองใครไม่ได้ ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมด้วย เช่นเดียวกัน หากเป็นชื่อของพลเอกประวิตรวงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ต้องพิจารณาตามความเหมาะสมด้วย ทุกคน ต้องอยู่ในเกณฑ์เดียวกันจะยกเว้นใครไม่ได้

ด้านนายชูวิทย์ได้โพสต์ถึงประเด็นการเมืองที่ร้อนระอุในตอนนี้ข้อความว่า


















