ลูกปาดคอพ่อลากศพหมกป่า เดินคุยโวโชว์ฝีมือ แฉวีรกรรมฆ่าคนเพิ่งออกคุก
จากกรณี เมื่อเวลา 22.30 น.วันที่ 11 มิถุนายน 2566 เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างภักดีตรัง เขตอำเภอนาโยง ได้รับแจ้ง มีการทำร้ายร่างกายกันด้วยมีดพร้าเสียชีวิต ในพื้นที่ ม.5 ต.นาหมื่นศรี อ.นาโยง จ.ตรัง
โดยในจุดเกิดเหตุ เป็นบ้านสองชั้นครึ่งไม้ครึ่งปูน พบผู้เสียชีวิต ชื่อว่านายสมปอง ชูบัว อายุ 63 ปี สภาพใส่กางเกงขาสั้นไม่สวมเสื้อ นอนจมกองเลือดอยู่ข้างป่ากล้วยหน้าบ้าน ในสภาพมีร่องรอยการถูกมีดพร้าปาดเข้าที่บริเวณต้นคอเกือบขาด ส่วนที่ใบหน้าและศรีษะพบร่องรอยถูกมีดฟันรวมประมาณ 10 แผล เสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุ กู้ภัยสว่างภักดีตรัง พร้อม แพทย์เวร เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาโยง จึงส่งศพไปชันสูตรอย่างละเอียด ที่ รพ.นาโยง ส่วนผู้ก่อเหตุ คือนายทนงศักดิ์ ชูบัว อายุ 40 ปี เป็นลูกแท้ๆของผู้ตายนั่งรอมอบตัวกับตำรวจในที่เกิดเหตุแต่พูดจาไม่รู้เรื่อง เนื่องจากป่วยเป็นจิตเวช

ล่าสุดวันนี้(12 มิ.ย.66)ทีมข่าวช่อง 8 ได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ ในพื้นที่ ม.5 ต.นาหมื่นศรี อ.นาโยง จ.ตรัง โดยลักษณะจุดเกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้นครึ่งไม้ครึ่งปูน ซึ่งที่ใต้ถุนบ้านพบเป็นเตียงนอนของนายสมปอง ผู้ตาย ส่วนบริเวณหน้าบ้านข้างๆต้นกล้วย พบร่องรอยคราบเลือดที่ทางญาตินำดินมากลบเอาไว้แล้ว
วันนี้ทีมข่าวช่อง 8 ได้เจอกับนายสมพร นิลลออ อายุ 53 ปี เป็นน้าของคนก่อเหตุ ที่เป็นคนไปพบศพเป็นคนแรก เล่าว่า เมื่อคืนนี้ก่อนเกิดเหตุตนเองนอนอยู่ในบ้าน กระทั่งประมาณ 21.50 น. นายทนงศักดิ์ หลานชายที่เป็นคนก่อเหตุ เดินเข้ามาเคาะประตูถามหาแม่ของเขา ด้วยความตกใจคิดว่าหลานจะตามมาทำร้ายแม่ ก็เลยบอกว่าแม่มึงไม่ได้มาที่บ้าน พอพูดจบ นายทนงศักดิ์ ก็บอกกลับมาว่า ถ้าเจอแม่ ให้แม่รีบกลับไปดูพ่อ พ่อนอนอยู่ในป่ากล้วย แต่ไม่บอกว่าลงมือฆ่าพ่อไปแล้ว

จากนั้นตนเองก็เดินไปยังจุดเกิดเหตุ พอไปถึงก็เดินวนไปวนมารอบบ้านอยู่ประมาณ 5 นาที ก็ไม่พบนายสมปอง ผู้ตาย ก็เลยเดินกลับมาถามนายทนงศักดิ์ หลานที่ก่อเหตุว่าพ่อมึงอยู่ไหน แต่นายทนงศักดิ์ ก็ไม่ยอมพูด โดยทำท่าทางปากจู๋หันไปที่ต้นกล้วยว่าอยู่ตรงนั้นอยู่ตรงนั้น กระทั่งตนเองเดินไปพบศพของนายสมปอง ยอมรับว่าตกใจมาก เนื่องจากสภาพศพของนายสมปอง ถูกมีดปาดคอเกือบจะหลุดออกจากบ่า ก็เลยวิ่งไปบอกพี่สาวให้ทำใจแล้วก็โทรศัพท์ไปแจ้งกับตำรวจและผู้ใหญ่บ้านให้เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ตำรวจนำตัวหนุ่มป่วยจิตเวช ชี้จุดค้นหามีดของกลางแต่ไม่พบ ด้านคนก่อเหตุ มีอาการเหม่อลอย อ้างก่อนก่อเหตุพ่อเมาก่อนลงมือสังหารโหด จำไม่ได้ลงมือปาดคอพ่อฟันหัวซ้ำไปกี่ครั้ง
ขณะเดียวกันเมื่อช่วงเวลา 09.30 น.มีทางพ.ต.ท.สันติ หนูแป้น สารวัตรสืบสวน สภ.นาโยง ได้นำตัวนายทนงศักดิ์ คนก่อเหตุเข้าไปชี้จุดเกิดเหตุ เพื่อไปค้นหามีดพร้าที่เจ้าตัวใช้ก่อเหตุลงมือฆ่าพ่อ ซึ่งในการตรวจค้นหาของกลาง นายทนงศักดิ์ คนก่อเหตุ พูดจาวกไปวนมาชี้ไปมั่วๆว่าทิ้งมีดไว้ในป่า แต่ไม่ยอมปริปากบอกว่าทิ้งไว้ตรงไหน ทำให้ทางตำรวจชุดสืบสวน ต้องนำเครื่องสแกนโลหะเดินไปตรวจสอบรอบๆที่เกิดเหตุทั้งในป่าและในบ่อน้ำ สุดท้ายก็หาไม่เจอ
ซึ่งวันนี้ก่อนที่ตำรวจจะนำตัวนายทนงศักดิ์ กลับไปที่โรงพัก ทีมข่าวได้มีโอกาสสอบถามกับเจ้าตัวว่าก่อเหตุลงมือก่อเหตุฆ่าพ่อด้วยเรื่องอะไร โดยเจ้าตัวตอบกับทีมข่าวในอาการเหม่อลอยสั้นๆว่า ก่อนก่อเหตุพ่อกินเหล้าเมากลับมาที่บ้าน จำไม่ได้ว่าฟันพ่อไปกี่ครั้ง จากนั้นตำรวจก็พาไปขึ้นรถ เนื่องจากนายทนงศักดิ์ พูดจาไม่รู้เรื่อง

ส่วนเรื่องคดี เบื้องต้นทางตำรวจได้แจ้งข้อหากับนายทนงศักดิ์ ฆ่าบุพการีโดยเจตนา และจะนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดตรังในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจากการตรวจประวัติของนายทนงศักดิ์ พบว่าเมื่อปี 2554 นายทนงศักดิ์ เคยก่อเหตุฆ่าเพื่อนบ้านโดยการยิงมาแล้ว 1 ครั้ง โดยเหตุการณ์ดังกล่าว นายทนงศักดิ์ ถูกจำคุกในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เป็นเวลา 7 ปี และพบข้อมูลว่านายทนงศักดิ์ ป่วยเป็นจิตเวช เนื่องจากเกิดอาการเครียดในระหว่างอยู่ในเรือนจำก่อนจะออกจากคุกมาฆ่าพ่อเมื่อวานนี้
ส่วนศพของนายสมปอง ทางญาติได้นำไปบำเพ็ญกุศล ที่วัดมงคลสถาน ใน ต.ละมอ อ.นาโยง จ.ตรัง ซึ่งทางญาติไม่อนุญาตให้ไปเก็บภาพบรรยากาศในงานศพ เนื่องจากทางญาติยังรู้สึกสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
โดยวันนี้นางอารีย์ ชูบัว อายุ 60 ปี เป็นภรรยาของผู้ตายและเป็นแม่ของผู้ก่อเหตุ บอกว่า ตนเองมีลูก 3 คน ซึ่งนายทนงศักดิ์ คนก่อเหตุ เป็นลูกชายคนโต ที่ผ่านมาใช้ชีวิตอยู่ในบ้าน 3 คนพ่อแม่ลูก โดยก่อนจะเกิดเหตุ 2 วัน ลูกชายได้มีปากเสียงกับสามี แต่ไม่มีการก่อเหตุลงไม้ลงมือทำร้ายกัน ได้แต่ด่ากันไปกันมา โดยคนเป็นพ่อบ่นลูกว่า "ถ้ามึงทำกูเจ็บ กูก็จะทำมึงบ้าง"
จากนั้นในช่วงเย็นของเมื่อวานนี้ ตนเองก็พยายามแยกทั้งสองคนออกจากกัน แต่ทั้งคู่ก็ไม่ฟัง ก็เลยให้น้องเขยมารับไปนอนด้วย จนกระทั่งตามที่น้องเขยเล่าให้ช่อง 8 ฟังว่าลูกชายไปตามให้มาดูสามี แล้วก็ไปพบศพถูกฆ่าอยู่ข้างป่ากล้วย ยอมรับว่าตอนมาเห็นสภาพศพของสามี รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะถ้าเมื่อคืนนอนที่บ้านคงจะไม่เกิดเหตุแบบนี้
เมื่อเช้าได้มีโอกาสซื้อของไปเยี่ยมลูกที่โรงพัก ไปถามว่าทำพ่อทำไม ลูกก็ไม่ยอมตอบ ยอมรับลูกเคยเสพยา และไปเสียสติในระหว่างไปอยู่ในเรือนจำ โดยหลังออกมาจากเรือนจำเมื่อปี 2561 ตนเองพยายามพาลูกไปรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่ลูกชายก็ไม่หาย ไม่คิดว่าวันนี้จะมาก่อเหตุฆ่าพ่ออย่างโหดร้าย ในฐานะคนเป็นแม่ ก็ขอให้อภัยลูก เพราะยังไงก็ตัดกันไม่ขาด

จากนั้นทีมข่าวได้ไปพูดคุยกับนางเมษา(นามสมมุติ) อายุ 41 ปี เป็นภรรยาของผู้ตายที่เคยถูกนายทนงศักดิ์ คนก่อเหตุลงมือฆ่าเมื่อ 12 ปีก่อน บอกว่า วันนั้นก่อนที่สามี จะถูกนายทนงศักดิ์ ยิงตาย สามีไปเดินเล่นที่ข้างบ้านแล้วจู่ๆก็ถูกนายทนงศักดิ์ วิ่งถือปืนมาจ่อยิงด้านหลังโดยไม่รู้ตัว ซึ่งถึงวันนี้จนนายทนงศักดิ์ ออกจากคุกมา ก็ยังไม่ปริปากขอโทษ และไม่ยอมปริปากพูดว่ายิงสามีตายด้วยเหตุผลอะไร
ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว ศาลได้สั่งจำคุกนายทนงศักดิ์ เป็นเวลา 25 ปี แต่นายทนงศักดิ์ ได้รับโทษติดคุกแค่ 7 ปี ส่วนตัวรู้สึกสลดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอยากจะให้กฏหมายดำเนินคดีกับนายทนงศักดิ์ ให้ถึงที่สุดเพราะวันข้างหน้าไม่รู้จะออกจากคุกมาฆ่าใครอีกหรือไม่
ด้าน นายนิคม เสนี เป็นผู้ใหญ่บ้าน บอกว่า ส่วนตัวรู้สึกสลดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากหลังรับแจ้งไปเห็นสภาพศพนายสมปอง ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ซึ่งเมื่อคืนนี้ยืนยันว่าหลังเกิดเหตุ นายทนงศักดิ์ คนก่อเหตุ นั่งรอมอบตัวกับตำรวจโดยไม่ได้หนีไปไหน และรับสาภาพว่าลงมือก่อเหตุสังหารพ่อตัวเองในขณะที่วิ่งไปล้มตรงต้นกล้วย แต่ไม่ยอมรับว่าทิ้งมีดที่ใช้ก่อเหตุไว้ตรงไหน ยืนยันในฐานะที่เป็นผู้นำหมู่บ้านและอยู่บ้านใกล้กัน เคยเตือนนายสมปอง ผู้ตายตลอดว่าให้ระวังตัว เวลาเมาอย่าไปต่อปากต่อคำกับนายทนงศักดิ์ เพราะเขาป่วยเป็นจิตเวช ไม่คิดว่าจะมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งชาวบ้านก็รับไม่ได้เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดในหมู่บ้านมานานแล้ว

















