พี่สาว "ฟ้า" เหยื่อ "แอม ไซยาไนด์" ปี 63 เผยหลังฟ้ากลับมาจากตลาดเทศบาลเมืองสามพรานกับแอม ก็มีอาการจนเสียชีวิต ขณะที่พ่อค้าร้านข้าวมันไก่ตั้งข้อสงสัยใส่ยาในน้ำซุป
เหยื่ออีกรายของแอม เป็นภรรยาของตำรวจ ร่วมวงแชร์เดียวกับแอม หลังรู้จักกันผ่านเฟซบุ๊ก คือ น.ส.ดาริณี หรือฟ้า อายุ 34 ปี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2563 ภายในบ้านพัก อ.สามพราน จ.นครปฐม
ทีมข่าวช่อง 8 ได้พูดคุยกับนางสาวนิ่ม พี่สาวของฟ้า บอกว่า ตอนแรกที่น้องเสียชีวิตใบมรณบัตรระบุว่า "กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ" ภายหลังครอบครัวเข้าแจ้งความร้องให้ตรวจสอบ เพราะคาดว่าแอมมีส่วนพัวพันการตายของน้อง แพทย์ที่ยังเก็บเนื้อเยื่อศพน้องไว้ตามระบบของโรงพยาบาล ที่จะเก็บไว้ประมาณ 5 ปี จึงส่งตรวจชันสูตรใหม่ พบสารไซยาไนด์ในร่างของน้องสาว พบมากในอวัยวะสำคัญต่าง ๆ ทั้ง ตับ ไต และอวัยวะขับของเสียในร่างกาย


โดยก่อนเสียชีวิต ช่วงเย็นของวันที่ 13 ธันวาคม 2563 แอมทักไลน์มาหาน้องสาวตน วันที่ 12 ธันวาคม 2563 ชวนน้องสาวตนไปตลาดตอนเช้า ต่อมาวันที่ 13 ธันวาคม 2563 เวลา 07.30 น. แอมมาหาน้องสาวที่บ้านพักและเรียกน้องสาวมาขึ้นรถ โดยแอมอ้างว่าพาฟ้าไปตลาดเทศบาลเมืองสามพราน จากนั้น 08.40 น. แอมมาส่งฟ้าที่บ้านพัก
เมื่อถึงบ้านพัก ฟ้ารีบเรียกสามีออกมาจากบ้านให้มารับตน เพราะรู้สึกไม่ดีจะเป็นลม สามีประคองเข้าบ้านพัก จากนั้นฟ้าเดินไปที่ห้องน้ำล้วงคอเพราะรู้สึกอยากอาเจียน ปรากฏว่ามีฟองออกมาจำนวนเยอะ สามีจึงรีบเอายาดมมาให้ฟ้า ตอนนั้นฟ้าบอกกับสามีว่า “เราไม่ไหวแล้ว เราแน่นหน้าอกช่วยเรียกรถโรงพยาบาลให้เราหน่อย” ก่อนที่ฟ้าจะชักเกร็งแล้วหมดสติไป
พอสามีพาฟ้าส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาล ปรากฏว่า ช่วงประมาณ 10.00 น.ของวันเดียวกัน แพทย์แสดงความเสียใจและบอกว่าฟ้าเสียชีวิตแล้ว ทางครอบครัวจึงส่งศพฟ้าไปชันสูตรศพ วันที่ 14 ธันวาคม 2563 ผลชันสูตรศพออกมาระบุว่า "กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ"
ก่อนจะจัดงานศพ แอมได้มาหาตนที่บ้านพักและได้พาตนไปซื้อของจัดงานศพ ขณะนั้นแอมมีท่าทีปกติและดูแลตนพร้อมกับบอกแสดงความเสียใจที่น้องสาวตนเสียชีวิต แต่พอถึงวันจัดงานศพ แอมไม่ได้มาร่วมพิธีจนกระทั่งเผาศพน้องเสร็จ
ยืนยันทั้งตนและสามีของฟ้าเคยเตือนฟ้าแล้วว่าอย่าไว้ใจแอม เพราะแอมเป็นคนพูดจาฉอเลาะ พูดจาดีพูดจาหวานแต่ดูไม่น่าไว้วางใจ โดยที่น้องสาวตนรู้จักกับแอมเพราะเป็นภรรยาตำรวจเหมือนกัน จากนั้นแอมเข้ามาตีสนิททำให้น้องไว้ใจ รู้จักกันมาประมาณปี 2559 ต่อมาปี 2563 แอมชวนน้องตนเล่นแชร์ ตอนนั้นน้องมาปรึกษาครอบครัว ซึ่งครอบครัวก็ให้คำแนะนำว่าอย่าไปเล่น แต่น้องบอกว่าขอเป็นครั้งสุดท้ายเนื่องจากน้องเปิดร้านขายของและประกอบกับช่วงนั้นโควิดระบาด ยอดขายตก จึงอยากเล่นแชร์เพื่อเอากำไรมาต่อทุนและเอาเงินมาจุนเจือครอบครัว ยืนยันไม่ทราบจำนวนเงินที่น้องลงเล่นแชร์
ขณะที่ พ่อค้าร้านข้าวมันไก่บริเวณตลาดสามพราน ยอมรับว่าจำเหตุการณ์วันที่ฟ้าเสียชีวิตไม่ได้ โดยตนไม่รู้จักกับฟ้า แต่คุ้นหน้าแอม เนื่องจากแอมเคยมาทานข้าวมันไก่ที่ร้านของตนบ่อย เชื่อว่าทั้งสองมาทานข้าวมันไก่ที่ร้านตนเพราะอยู่ใกล้กับตลาดเทศบาลเมืองสามพรานที่ทั้งคู่เคยมาเลือกซื้อของ สันนิษฐานว่าที่แอมเลือกพาเหยื่อมาที่ร้านข้าวมันไก่เพราะมีเมนูน้ำซุปที่สามารถใส่ยาไซยาไนด์ผสมโดยง่ายและเนียนที่สุด เพราะน้ำซุปแต่ละที่ปรุงเข้มข้นหากใส่ยาลงไปเพิ่มก็จะละลายในน้ำซุป ซึ่งกลิ่นน้ำซุปก็จะกลบกลิ่นยา ทำให้ไม่ได้กลิ่นอะไรผิดปกติ ถือเป็นวิธีที่ใจเย็นและคงทำบ่อยจนชำนาญ โดยเจาะจงเลือกร้านอาหารที่มีส่วนผสมทำด้วยน้ำ

ทีมข่าวยังได้พูดคุยกับนางนอม อายุ 52 ปี แม่ค้าในตลาดเทศบาลเมืองสามพราน ที่ร่วมเล่นแชร์กับแอมแล้วถูกแอมเชิดเงินแชร์ไป บอกว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นประมาณช่วงปี 2557 ซึ่งปีนั้นแอมพักอาศัยในหอพักใกล้ตลาดเทศบาลเมืองสามพราน ความเป็นอยู่แอมช่วงนั้นมีแฟนเป็นตำรวจ จะแต่งตัวดูดีดูอวดรวยมาเดินตลาด และจะชอบทักทายพ่อค้าแม่ค้าในตลาดทุกคน นิสัยดูภายนอก เป็นคนอัธยาศัยดี พูดจาดี และดูมีฐานะ โดยแอมจะสนิทกับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดรวมทั้งครูที่อยู่ใน อ.สามพราน เพราะเวลามาเดินตลาดหรือเวลาจะไปหาครูที่รู้จัก แอมจะไม่ไปมือเปล่าจะมีของติดไม้ติดมือมาฝากอยู่เสมอ ด้วยเหตุผลนี้ จึงทำให้ทุกคนคิดว่าไม่เป็นพิษเป็นภัย และทุกคนจะเรียกแอมว่า “คุณนายไฮโซ”
ต่อมาแอมมาเล่นแชร์กับคนในตลาด โดยจะมีวิธีเล่นคือเปียหนักๆ เพื่อให้ได้มือแรก แล้วชิ่งเงินแชร์ที่เหลือ ตอนแรกทุกคนยังไม่เอะใจ ต่อมาขยับตัวมาเป็นเท้าแชร์ ชวนแม่ค้าในตลาดไปเล่น มีแม่ค้าไปเล่นประมาณ 3-4 คน โดยกำหนดเล่นขั้นต่ำ 5,000-10,000 บาท เท่าที่ทราบในวงแชร์มีประมาณ 20 มือ แต่ไม่ทราบว่ามีใครบ้าง นอกจากนั้นยังปล่อยเงินกู้ให้กับแม่ค้าในตลาดด้วย ซึ่งแอมมีเงินอู้ฟู้มากแต่ตนไม่ทราบว่าเงินส่วนนั้นเอามาจากไหน
ต่อมาแอมหายตัวไป ทุกคนที่ถูกชิ่งเงินแชร์ช่วยกันสืบจนทราบว่าย้ายไป จ.กาญจนบุรี คนที่มีเบอร์สามีแอมก็โทรไปฟ้อง แต่ปรากฏว่าแอมแก้ตัวกับสามีว่าไม่รู้เรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้คนที่ไปเล่นแชร์แล้วสูญเงินโกรธจัดถึงขั้นลงขันเงินเพื่อเป็นค่าน้ำมันจะขับรถไปทวงเงินกับแอมที่ จ.กาญจนบุรี แต่ปรากฎว่า คนในครอบครัวคนเสียหายทักท้วงว่าไปก็ไม่คุ้มและช่างมัน ทำให้จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครได้เงินคืนจากแอม
ส่วนตัวไม่ทราบจำนวนเงินความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ยืนยันว่าสมัย 8-9 ปีก่อน ยังไม่มียาไซยาไนด์เข้ามา แอมจึงทำได้แค่ชิ่งเงินแล้วหนีออกต่างจังหวัด พอทราบข่าวว่ามีเหยื่ออื่นที่ถูกวางยาจากการเล่นแชร์ ก็ดีใจมากที่คนในตลาดไม่ได้เป็นเหยื่อ เสียดายที่สมัยนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีเท่าสมัยนี้จึงไม่มีไลน์หรือเฟซบุ๊กเป็นหลักฐาน

















