อาจูงมือหลานสาววัย 13 ปี ร้องสื่อ หลังถูกน้าชายแท้ๆ ที่เพิ่งพ้นโทษ ล่วงละเมิดทางเพศ จนหลานต้องหนีออกจากบ้าน

เมื่อเวลา 10.00 น.  ได้มีนางสาวสุ พร้อมด้วย นายธา  ซึ่งเป็นอาสาว และปู่  ของเด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) วัย 13 ปี  ซึ่งเป็นนักเรียนของโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอพนมสารคาม  จังหวัดฉะเชิงเทรา   ได้เดินทางมาร้องผู้สื่อข่าวถึงบ้าน  หลังหลานสาวถูกน้าชายแท้ๆ ที่เพิ่งพ้นโทษออกมาจากเรือนจำได้ล่วงละเมิดทางเพศ ขณะที่แม่ของเด็กไม่อยู่บ้าน  ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2566  ภายในห้องนอนของหลานสาว  ช่วงเวลา 19.10 น. ซึ่งเป็นบ้านของแม่ในพื้นที่ตำบลเขาหินซ้อน  อำเภอพนมสารคาม  จังหวัดฉะเชิงเทรา 

 

โดยรุ่งเช้าหลังคืนเกิดเหตุ เด็กหญิงเอได้เดินไปขออาศัยอยู่กับนางสาวสุ (อา) กว่า 1 กิโล  โดยที่ไม่ได้บอกหรือเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ใครฟัง เพราะกลัวน้าชายจะมาทำร้ายร่างกาย  เนื่องจากน้าชายรู้จักคนมากและยังเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งช่วงที่มาอยู่ที่บ้านของแม่ น้าชายก็พึ่งพ้นโทษออกมา  ด้านนางสาวสุ(อา) เผยว่าตนเองเลี้ยงดูหลานสาวคนนี้มาตั้งแต่ต้นแล้ว ดังนั้นการที่หลานสาวคนนี้มาขอพักอาศัยอยู่ด้วย  จึงไม่ได้คิดอะไร เพราะหลานสาวก็มักจะมาขอนอนที่นี่เป็นประจำ และก็จะมาช่วยอาขายของ เนื่องจากที่บ้านเปิดเป็นร้านโชว์ห่วยให้กับคนในพื้นที่ แต่เรื่องดังกล่าวตนมารู้ก็เพราะเห็นแชตของหลานสาว ที่น้าชาย คือนายพงษ์ทวี อายุ 30 ปี ได้ทักแชตมาหาเด็กหญิงเอ เพื่อขอโทษกับการกระทำ และขอให้เรากลับมาเป็นน้าหลานกันเหมือนเดิม  แต่ก็ถูกปฏิเสธ จากหลานสาวเพราะกลัวจะถูกล่วงละเมิดทางเพศอีก  จนตนเองเห็นแชต จึงเรียกเด็กหญิงเอมาสอบถามความจริง  และทราบว่าน้าชายแท้ๆ ซึ่งเป็นน้องของแม่กล้าทำเรื่องแบบนี้กับหลานสาวตัวเอง  จึงได้รีบแจ้งให้ผู้เป็นแม่ทราบเรื่อง  ซึ่งนางเกศรารับปากจะพาหลานไปแจ้งความ  แต่เวลาผ่านไป 2 อาทิตย์กว่า ผู้เป็นแม่กลับนิ่งเฉย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  ตนเองจึงได้เดินทางมาพร้อมกับนายธา ซึ่งมีศักดิ์เป็นปู่ของเด็กหญิงเอ เข้ามาร้องขอความช่วยเหลือจากผู้สื่อข่าว  จากนั้นจึงได้ประสานไปยัง  ว่าที่ร้อยตรี ศิรพงศ์ โภคินวงศ์หิรัญ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดฉะเชิงเทรา  เพื่อให้การช่วยเหลือ 

 

ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานในเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำเด็กหญิงเอ พร้อมด้วยนางสาวสุ และนายธา เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.สงบ โคตรโย  สารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเขาหินซ้อน และส่งเด็กหญิงเอเข้าตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลพนมสารคาม    ด้าน พ.ต.ต.สง่า ปรีเดช   สารวัตรสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเขาหินซ้อน  หลังทราบเรื่องที่เกิดขึ้นเร่งสั่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ไล่ล่าตัวนายพงษ์ทวีทันที ซึ่งเบื้องต้นทราบว่า ตัวผู้ก่อเหตุ  ได้หลบหนีออกจากบ้านพักของผู้เป็นพี่สาวไปแล้ว  พร้อมกับภรรยาและลูก ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่า ตัวผู้ก่อเหตุหลังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ในคดีลักทรัพย์โรงงาน แต่ยังคงใส่กำไล EM  และช่วงที่ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงเอ ยังอยู่ในช่วงที่ใส่กำไล EM  ซึ่งตอนนั้นถ้าแม่เด็กหญิงเอมาแจ้งความเอาผิดน้องชายตัวเอง  ก็สามารถติดตามตัวได้ง่าย แต่ตอนนี้ได้ปลดกำไล EM ออกไปแล้ว และยังไปก่อคดีเกี่ยวกับยาเสพติดอีก  ทำให้หลบหนีออกจากพื้นที่  ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ววัน