ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาหนัก "พุด" เป็นธุระจัดหาการค้าประเวณี นำ "นิ่ม" ไปขายบริการให้ "ลุงแจ้" นำเงินมาใช้จ่าย ส่วน "ลุงแจ้" โดนข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี และพรากผู้เยาว์

วันที่ 22 พ.ค. 2566 พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าคดีของน้องต่อ หลังเข้าสอบปากคำด้วยตัวเองนานกว่า 2 ชั่วโมงว่า วันนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้าไปกว่าเมื่อวานนี้ เนื่องจากแม่เด็กยังไม่ยอมรับอะไรทั้งสิ้น แต่เบื้องต้นได้เริ่มจากกระทำความผิดทางอาญาก่อน ว่าในเรื่องนี้มีใครกระทำความผิดบ้าง โดยได้แจ้งข้อกล่าวหา 2 ราย คือ “พุด” และ “แจ้”

ซึ่ง “พุด” ได้แจ้งข้อหาไปแล้ว คือ เป็นธุระจัดหาให้กระทำการค้าประเวณี โดยจากพฤติการณ์ พบว่า “พุด” ได้หลอกให้แม่เด็กไปขายบริการกับเพื่อนพ่อ คือ นายแจ้ และนำเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว ประกอบกับตอนนั้นแม่เด็กยังอายุเพียง 15 ปี จึงได้แจ้งข้อหากระทำชำเราเด็กอายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี และพรากผู้เยาว์ กลับนายแจ้ ซึ่งจะนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญาจังหวัดนครปฐมในวันพรุ่งนี้

ส่วนวันนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า น้ำหนักของวันนี้ตกมาอยู่ที่แม่เด็ก เพราะข้อมูลแนวทางการสืบสวนสอบสวนได้ไล่เกือบทุกประเด็นแล้ว พร้อมทั้งตัวละครอื่นๆ โดยเฉพาะคนนอกไม่มีทางเข้ามาที่บ้านหลังเกิดเหตุได้ ประกอบกับวันนี้แม่เด็กยอมรับว่า “โกหกเรื่องชายใส่เสื้อเหลืองมาอุ้มเด็กไป” ทำให้ตอนนี้ทุกอย่างต้องกลับมาโฟกัสที่ตัวแม่เด็กเอง ซึ่งจากการสอบถาม เจ้าตัวยังไม่ยอมรับว่าเอาเด็กไปไว้ที่ไหน บอกเพียงว่า “ไม่รู้”

โดยจากการสอบปากคำหมอ 3 ปาก ยืนยันตรงกันว่า น้องต่อป่วย ตรวจพบอุณหภูมิร่างกายสูงถึง 39 องศา และนายแพทย์ชนบทอนามัยแนะนำให้พาไปโรงพยาบาลในวันดังกล่าว แต่เจ้าตัวกลับพากลับบ้านไป ประเด็นเหล่านี้เกี่ยวข้องกับเด็กทั้งหมด แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเด็กยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เพราะยังต้องเร่งค้นหาต่อเนื่อง โดยขณะนี้ชุดสืบสวนพยายามไล่วงแคบจนใกล้จบแล้วในเรื่องของข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์ และข้อมูลตรวจสอบพิกัดโทรศัพท์ เหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ส่วนสาเหตุที่แม่เด็กยอมรับเรื่องชายเสื้อเหลืองไม่มีอยู่จริงนั้น ทางตำรวจอาศัยพยานหลักฐานดำเนินการจนทำให้แม่เด็กยอมรับในประเด็นนี้ และสิ่งที่แม่เด็กพูดทั้งหมดที่ผ่านมาเป็นเรื่อง “เท็จ” ทั้งหมด ลักษณะจะเป็นการที่วันนี้พูดอีกอย่าง พรุ่งนี้พูดอีกอย่าง และจะเปลี่ยนไปเรื่อยจนทำให้ข้อมูลไม่ตรงกัน ทำให้วันนี้น้ำหนักตกมาอยู่ที่แม่เด็กทั้งหมด เพราะ “แม่ต้องรักลูก แต่วันนี้ไม่มีการร้องไห้ ไม่มีการเสียน้ำตา”

ขณะที่ “พุด” และ “แจ้” ยอมรับสารภาพทั้งคู่ และพุดเองก็เครียด ส่วนนิ่มยังต้องปล่อยตัวไปก่อน โดยหลังจากนี้ภายใน 2 สัปดาห์จะมีความชัดเจนว่า เด็กยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เพราะต้องไปตรวจสอบช่วงเวลาและช่องว่างอีกเล็กน้อย ซึ่งในวันนี้เชื่อได้ว่าไม่ใช่คนนอกที่จะมาอุ้มเด็กไปได้ เนื่องจากพยานหลักฐานบ่งบอกว่าเป็นคนใน พร้อมยอมรับว่า คดีนี้ไม่เหมือนคดีอื่น เพราะ “แม่ให้การไม่ตรงและพยายามปกปิดอะไรบางอย่าง”