สลดมนุษย์ออฟฟิศ !! ทำงานจนตายมีอยู่จริง "หนุ่มวัย 40" โหมงานหนักเสียชีวิตคาโต๊ะทำงาน ก่อนหน้านี้เคยเปรย "คงต้องให้ผมตายก่อนละมั้ง เขาถึงจะหาคนมาช่วยงาน"

6 ก.พ. 66 กลายเป็นเรื่องไวรัลที่แชร์สนั่นไปทั่วโลกออนไลน์ และสร้างความสะเทือนใจไม่น้อยสำหรับมนุษย์เงินเดือน เมื่อเฟซบุ๊กแฟนแเพจ "จอดับ" ได้แชร์เรื่องราวของหนุ่มวัย 40 ปี ที่เสียชีวิตคาโต๊ะในระหว่างที่กำลังทำงานโดยระบุว่า

 

"คงต้องรอให้ผมตายก่อนละมั้ง ที่เบิร์ดต้องมีติดตัวตลอดเวลาคือถุงใส่ยา แต่โดยรวมเขาก็แข็งแรงดี ไม่ถึงขนาดล้มหมอนนอนเสื่อ ก็เหมือนชายวัย 40 กว่าๆ ทั่วไป ที่มีปัญหาเรื่องความดัน เรื่องน้ำตาล เป็นธรรมดา ถ้าวงจรชีวิตดำเนินไปอย่างที่ควรจะเป็น มีสัดส่วนที่เหมาะสม ทั้งการทำงาน การกิน และการพักผ่อน นาฬิกาชีวิตของเบิร์ดก็คงจะไม่หยุดเดินเร็วขนาดนี้ คงไม่ถึงขั้นฟุบไปกับโต๊ะ หยุดหายใจขณะยังทำงาน"

 

"การเป็นเจ้าหน้าที่จัดทำผังรายการของสถานีโทรทัศน์ บางคนอาจคิดภาพไม่ออกว่ามันจะหนักหนาสาหัสขนาดไหน เอาตรงๆ นะ ไม่มีงานไหนที่หนักเกินไปหรอก ถ้าผู้บริหารวางโครงสร้างองค์กรอย่างเหมาะสม ไม่ใช่แบบที่เบิร์ดต้องเจอถามว่า แล้วผู้ใหญ่ไม่เคยหาคนมาช่วยงานเบิร์ดเลยเหรอ หึหึ ก็พอจะมีบ้างแหละ แต่ส่วนใหญ่เป็นการโยกคนจากแผนกอื่นมา เพราะต้องการจะกดดันให้คนนั้นลาออก เลยเอามาดองไว้ที่แผนกนี้ ไม่ใช่การส่งคนมาช่วยเหลือให้งานมีประสิทธิภาพ" 

"

คนที่ทำงานในองค์กรนี้มานาน จะรู้ว่าเบิร์ดเป็นคนเงียบๆ สุภาพเรียบร้อย ไม่ค่อยมีปากมีเสียง อาจเพราะบุคลิกของเขาที่เป็นแบบนี้ เลยทำให้เบื้องบนไม่เคยสนใจใยดี สักแต่ว่าโยนงานให้ทำโครมๆๆ เพื่อนๆ ที่เคยร่วมงานกับเบิร์ดแทบทุกคน ล้วนแต่เคยได้ยินเบิร์ดพูดเชิงตัดพ้อว่า “คงต้องให้ผมตายก่อนละมั้ง เขาถึงจะหาคนมาช่วยงาน” อืม ก็คงจะจริงอย่างเบิร์ดว่า แล้ววันนั้นก็มาถึงจริงๆ

 

ขณะที่ชาวเน็ตต่างเข้าไปแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้เป็นจำนวนมาก ต่างเข้าไปแสดงความเสียใจต่อการจากไปของชายคนดังกล่าว ขณะเดียวกันก็บอกเล่าประสบการณ์ที่ตนเองเคยเจอเช่น

 

- เคยถูกตามทวงงานขณะที่รอพบแพทย์ , ขณะที่นอนอยู่ในโรงพยาบาลใส่สายอ๊อกซิเจน และในห้องฉุกเฉิน เข้าใจเลยกับคำที่ว่าทุ่มสุดตัวทำงานจนตัวเกือบจะตาย แต่หัวหน้าไม่ห่วงคนทำงาน ห่วงแต่ผลงานมากกว่า มันเจ็บอยู่ในใจลึกๆ

 

- เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน เราเข้ารับการผ่าตัดเนื้องอกที่ปอด ขณะที่กำลังนอนพักฟื้นที่รพ. ในช่วงสายๆของวันหนึ่ง เจ้านายก็โทรมา เราดีใจมาก คิดว่าเขาเป็นห่วงเรา แต่ก็ต้องเศร้าทันที เมื่อประโยคแรกที่เจ้านายพูดคือ...."เก็บไฟล์งานนี้ไว้ที่ไหน"

 

- เขาไม่สนใจหรอกค่ะ ถ้าไม่มีเราเขาก็แค่เอาคนอื่นมาทำ เคยทำงานแบบทาส รู้สึกว่าไม่แฟร์กับชีวิตมาก ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ

 

- ใครว่างานหนักไม่เคยฆ่าใคร ตายแล้วเขาก็แค่อาลัยแล้วหาคนใหม่มาทำแทน แต่ครอบครัวเขาล่ะ หาใครมาแทนคนตายไม่ได้แล้ว รักตัวเองให้มากๆ นะคะ ไม่ไหวถอย ลาออก หาที่ใหม่