ทนายเดชา ทนายความคดีของแตงโม เปิดใจกับช่อง 8 ตอบแรงทุกปมดรามา ยืนยันคลิปจากกล้องหน้ารถที่ทนายกฤษณะอ้าง ไม่ใช่หลักฐานสำคัญคดีแตงโม คุณแม่ไม่เคยฟังหรือดูคลิป ซัด ถ้าออกมาแฉข้อมูลเท็จหรือพูดอะไรให้เสียหาย คุณแม่พร้อมทวงเงินที่ให้ไปใช้หนี้คืน
ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความคดีแตงโม ให้สัมภาษณ์กับคุณธัญญารัตน์ ถาม่อย ผู้สื่อข่าวช่อง 8 ในหลายประเด็น
1.ประเด็นดรามากรณีขอถอดคดีแตงโมออกจากกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนฯ ชุดหมอพรทิพย์ : ยอมรับว่าตัวเองได้รับฟังตำรวจมาว่า การทำหน้าที่หรือการให้สัมภาษณ์ของหมอพรทิพย์ เป็นการก้าวก่าย ย่ำยีศักดิ์ศรีของตำรวจ เช่น ประเด็นการจอดเรือที่บอกว่า ตากแดดตากฝน ตัวเองก็มองว่าเป็นปกติของตำรวจซึ่งเก็บหลักฐานในเรือหมดไปแล้ว ก็เอามาจอดไว้ได้ตามปกติเหมือนรถที่ยึดหรือจะให้ไปจอดที่บ้านของหมอพรทิพย์ก็คงไม่ใช่
2.ประเด็นที่สังคมถามว่าทนายเดชาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ก่อนหน้านี้ออกมาตั้งข้อสังเกตคดีแตงโมเยอะ แต่ตอนนี้กลับออกมาชี้แจงแทนตำรวจ : ทนายเดชาตอบว่า ก่อนหน้านี้ตัวเองยังไม่ได้เห็นพยานหลักฐานก็มโนไปเรื่อย เหมือนกับคนที่นั่งมโนกันตอนนี้ เช่น เห็นขอนไม้เป็นคน อ้างว่ามีคนมารอที่โรงแรม เห็นฟันหัก แต่พอมาเห็นทั้งศพและพยานหลักฐาน กล้องวงจรปิดต่าง ๆ ก็เป็นอย่างที่ตัวเองออกมาแถลง ส่วนที่ใครจะวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทนายเดชาทำเหมือนเป็นโฆษกให้กับตำรวจตัวเองก็ยินดี ยอมรับว่ามีเพื่อนฝูงเป็นตำรวจเยอะ แต่ถ้าใครจะมองว่าเอนเอียง ก็อยากให้ปรับสายตาใหม่ เพราะตัวเองพูดไปตามหลักฐานที่เห็น มองว่าไม่มีประโยชน์ที่จะไปนั่งด่าตำรวจ เพราะเราอยู่ในฝ่ายของผู้เสียหาย
3.ประเด็นที่มีสังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทนายเดชาไปเสี้ยมจนทำให้แม่ของแตงโมขัดแย้งกับคนที่ออกมาช่วยคดี : ยืนยันว่าคุณแม่เป็นคนที่คิดเองได้ไม่ใช่ควาย มองว่าคนที่วิพากษ์วิจารณ์อาจจะมีปมด้อย พอเห็นคุณแม่ออกทีวีทุกวัน ก็อาจจะอยากเป็นบ้าง เพราะตอนนี้คุณแม่ดังที่สุดแล้ว ดารายังสู้ไม่ได้ แต่คุณแม่ไม่เครียดยังใช้ชีวิตมีความสุขดี หลังจากนี้ก็จะนัดไปร้องคาราโอเกะกัน
"คุณแม่แกก็ไม่ใช่ควายนะ แกบอกผมนะ แกก็เป็นคนที่มีคนที่มีความรู้สึกนึกคิด มีการศึกษา ดูประวัติโปรไฟล์แกสิ แฟนก็เป็นนายพล การศึกษาแกธรรมดาที่ไหน แกไม่ใช่ควายใครจะไปเสี้ยม"
4.ประเด็นที่ทนายกฤษณะออกมาอ้างว่ามีหลักฐานสำคัญเป็นกล้องหน้ารถที่กระติกเล่าเหตุการณ์ให้กับโบ ทีเค ฟัง : ยืนยันว่าคุณแม่ไม่เคยเปิดคลิป หรือเปิดเข้าไปดูไปฟังคลิปนั้น เพราะทำไม่เป็น มีแต่ได้ยินจากคนอื่นพูดให้ฟัง ซึ่งหลังนำหลักฐานนี้ส่งมอบให้ตำรวจทั้งตัวเองและแม่ก็รู้มานานแล้วว่าคลิปนั้นไม่มีเสียง มีแต่ภาพเหมือนกล้องหน้ารถทั่วไป
การที่ทนายกฤษณะพูดจะแฉ ทำให้คุณแม่โกรธมากและคิดจะไปออกโทรทัศน์ทวงเงิน 35,000 บาท ที่เคยให้ไปใช้เจ้าหนี้คืนด้วย ซึ่งการเปิดเผยความลับของลูกความ ถ้าทำจริงก็คงต้องมีการร้องสภาทนายความให้ถอนใบอนุญาต เพราะผิด ทนายกฤษณะคงต้องกลับไปจัดรายการที่จังหวัดอุดรธานี แต่ส่วนตัวเชื่อว่าทนายกฤษณะคงไม่ทำมีปากก็พูดแต่เรื่อย
5.ประเด็นที่ทนายตั้มออกมาโพสต์ในลักษณะเหน็บแนมคุณแม่ว่าปลดเก๊งเก่ง : ส่วนตัวมองว่าเป็นแค่การโพสต์สนุกสนานไม่ได้เครียดอะไร คุณแม่ก็ไม่ได้อ่าน ซึ่งตอนนี้ตัวเองก็ยังพูดคุยกับแก๊งค์ทนายสี่กุมารที่ไปงานแตงโมด้วยกันตลอด ไม่มีการแย่งซีนกันแน่นอน กรีดเลือดสาบานแล้ว
6.ประเด็นที่นายอัจฉริยะอ้างว่าจะมีการเปิดข้อมูลเด็ดในคืนวันนี้ : ตัวเองก็ไม่เคยคุยกันมาก่อน และไม่ได้คาดหวังว่าจะมีการเปิดเรื่องอะไร แต่มองว่าใครจะแฉอะไรก็แล้วแต่ คุยกับนายตำรวจระดับสูงแล้วใครจะพูดอะไรก็ปล่อยไป
7.ประเด็นเมื่อเช้า ที่ทนายเดชาได้โพสต์ ขอให้วิพากษ์วิจารณ์คุณแม่โดยสุจริต : ก็อยากให้มองกันว่าคุณแม่มีความคิดจะรักจะชอบตำรวจ ก็เป็นเรื่องส่วนตัวไม่จำเป็นต้องด่ากัน
8.สุดท้ายฝากถึงชาวเน็ตหรือคนที่ตั้งข้อสงสัย : การแถลงคดีแตงโมน่าจะจบในช่วงสงกรานต์นี้ แต่จะถูกใจสังคมหรือไม่ ก็อยากให้มองในเรื่องของหลักฐาน เมื่อไม่ถึงคดีฆาตกรรมก็คือไม่ใช่ รวมถึงการเป็นคดีพิเศษ ตามกฎหมายก็มองว่าคดีแตงโมไม่ใช่คดีพิเศษเลย และฝากถึงหมอพรทิพย์ว่า ตัวเองยังเคารพเหมือนเดิม 100% ไม่ต้องสงสัยว่าตัวเองเป็นทนายดัง ที่โทรศัพท์ต่อสายตรงไปข่มขู่แน่นอน

















