ความคืบหน้าคดีอุ้มฆ่าฝังดินเสี่ยหมาสวันนี้ (28 มี.ค. 2567) บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้า ทราบว่า เจ๊อ้วน เมียหลวงได้ตื่นนอนตั้งแต่ตี 5 หลังจากนั้นช่วง 7-8 โมงเช้าได้ลุกไปอาบน้ำและทานข้าวตามปกติ และช่วง 11 โมง หลังจากที่ครอบครัวของเสี่ยหมาสบางส่วนได้เดินทางไปยืนยันอัตลักษณ์ของศพที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ว่าคือเสี่ยหมาสจริงหรือไม่ ซึ่งเจ๊อ้วนที่สุขภาพและขาไม่ดีได้นั่งฟังอยู่ที่บ้าน กระทั่ง 11.30 น. เมื่อญาติได้แจ้งกับเจ๊อ้วนว่า ศพที่พบคือ เสี่ยหมาด 100% จากนั้นเจ๊อ้วนได้ปิดโทรทัศน์และได้นั่งร้องไห้อยู่ภายในบ้านลำพังเกือบตลอดทั้งวัน




ต่อมา ทีมข่าวช่อง 8 ยังได้เข้าไปสอบถามเจ๊อ้วนอีกครั้ง เปิดใจทั้งน้ำตาว่า จนถึงตอนนี้ตนเองค่อนข้างมั่นใจและศพที่พบคือศพของสามีตนเองจริง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กางเกงสามส่วน เป็นชุดตัวที่สามีใส่ครั้งสุดท้ายก่อนจะหายตัวไปจริง ๆ และอยากให้สังเกตที่ติ่งหูของสามีข้างซ้ายที่แหว่ง ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะที่สามารถยืนยันตัวตนของสามีได้ เนื่องจากสามีเคยประสบอุบัติเหตุรถชนมาก่อน รวมถึงเสี่ยหากสภาพศพยังพอมองได้ ให้สังเกตหัวนมของเสี่ยจะมี 3 หัวนม โดยเสี่ยจะมีเม็ดไฝซึ่งมีลักษณะคล้ายหัวนมบริเวณหน้าอกเสี่ยอีก 1 จุด คล้ายหัวนม




ตอนนี้ตนเองได้แต่นั่งรอรับกรรมที่ไปก่อไว้ รอหมายจับจากตำรวจ ตนเองไม่เคยคิดจะหนี แต่เคยคิดอยากตายเพราะรู้สึกผิดก็ส่วนหนึ่ง แต่ชีวิตของตัวเองอยู่ได้ในตอนนั้นก็เพราะรักนายหัว แต่วันนี้ทุกอย่างมันพังหมดแล้วเพราะนังเก๋ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องครอบครัว เราไม่รู้จะทำยังไงแล้ว จะเริ่มต้นนับหนึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากอะไร สมบัติทุกอย่างตนเองทำมากับนายหัว แต่วันนี้ไม่มีนายหัวแล้ว ก็ไม่รู้ต้องทำยังไงก็ต้องขายไป ยอมรับว่าทันทีที่ตนเองเห็นสภาพของสามีแล้ว ตนเองไม่คิดเลยว่ามันจะต้องฆ่านายหัวโหดเหี้ยมขนาดนี้ แต่ตนเองก็รับไม่ได้จริง ๆ


ช่วงแรกที่เจอศพตนเองไม่คิดด้วยซ้ำว่านายชัยจะเป็นคนทำ เนื่องจากนายชัยเป็นเพื่อนสนิทของเสี่ยตั้งแต่อยู่ในคุกด้วยกัน คิดด้วยซ้ำว่า นายชัยจะรับเงินจากตนเองและร่วมมือกับเสี่ยมาฆ่าตนเองและลูกสาว เพราะถึงแม้ตนเองจะสั่งงานชัยฆ่าเสี่ย แต่ชัยรักเสี่ยหมาสมาก จึงอาจจะคิดหักหลังตนเอง




ส่วนนายชัยตนเองเคยเจอนายชัยอยู่บ้าง โดยทุกปีนายชัยจะแวะมาหาเสี่ยที่บ้าน โดยจะสั่งให้เสี่ยตัดทุเรียนใส่เข่งรอนายชัยไว้ 4-5 เข่งอยู่ตลอด และเวลาพูดคุยกับเสี่ย นายชัยจะไม่คุยให้ตนเองได้ยิน แต่จะกอดคอเสี่ยเดินออกไปคุยนอกบ้านตลอด


ครั้งสุดท้ายที่ตนเองเจอนายชัย คือ 15 มกราคม นายชัยเดินทางมาหาที่บ่อน มาขอให้ตนเองและเสี่ยช่วยจัดงานชนไก่ให้หน่อย เนื่องจากตอนนี้ร้อนเงินมาก แต่ตอนนั้นเสี่ยไม่อยู่ นายชัยจึงมีโอกาสพูดคุยกับตนเอง และตนเองได้ปรับทุกข์กับนายชัยเรื่องเสี่ยให้ฟัง ก่อนจะมีการพูดคุยกันเรื่องงานสั่งเก็บเสี่ย ซึ่งตนเองย้ำอีกครั้งว่า ได้ให้เงิน 1 แสนกับนายชัยไปจริง ๆ แต่ไม่ใช่เป็นเงินค่าจ้างสั่งตายเสี่ย เป็นเพียงเงินที่ตนเองช่วยเหลือนายชัยเท่านั้น เพราะหากตนเองไม่ให้นายชัย นายชัยไปขอเสี่ยก็ให้อยู่ดี ยืนยัน ตนเองได้สั่งห้ามนายชัย ให้ยกเลิกภารกิจตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม แล้วหลังจากสั่งตายเสี่ยไป ไม่ใช่เพิ่งมาสั่งห้ามนายชัยเพียงแค่ 1 วัน ก่อนที่เสี่ยจะหายตัวไป


ส่วนประวัติของนายชัย ที่มีข้อมูลว่า เป็นมือปืน มืออุ้มฆ่า อันดับต้น ๆ ของ จ.นครศรีธรรมราช มีประวัติการอุ้มฆ่ามาทั้งหมด 22 คดี (จากรายงานข่าวตำรวจ) เจ๊อ้วน ยืนยัน ตนเองไม่รู้ประวัติของนายชัยขนาดนั้น รู้เพียงแต่ว่าเป็นรุ่นพี่ของเสี่ยหมาส ที่เสี่ยหมาสคอยพึ่งพาอาศัยกันตอนอยู่ภายในคุก โดยเสี่ยหมาสจำคุกทั้งหมด 14 ปี 7 เดือน และออกจากคุกมาก่อนนายชัย ส่วนนายชัยออกจากคุกมาทีหลัง




ส่วนคืนวันเกิดเหตุ เจ๊อ้วน ยังยืนยันคำเดิมว่า ตนเองไม่ได้เห็นหน้าของนายชัย ๆ แต่นายชัย มายืนใกล้กับหน้าต่างไม้ข้างบ้าน ตนเองได้ยินเสียงเหมือนคนเคาะหน้าต่าง จึงได้ตะโกนไปว่า “ใคร ถ้าไม่ตอบจะไปคุยด้วย” จากนั้นชายในเงามืดได้พูดว่า “ชัย จะมาเอารถ” ตนเองได้ยินแค่นั้นจริง ๆ และตกใจมาก ก่อนที่สักพักก็ได้ยินเสียงรถเบิ้ลเฟอร์จูนเนอร์ของเสี่ยขับออกไปทันทีแต่ไม่รู้ว่าใครอยู่ในรถบ้าง


นอกจากนี้เธอยังยืนยันว่า ข้อมูลการโทรศัพท์นั้นว่า นายชัยโทร. หาตนเองจำนวน 15 กว่าสาย ตนเองไม่รู้เรื่อง และไม่เคยคุยกับชัยหลังเสี่ยงหาย แต่หลังเสี่ยหายตนเองคุยกับเมียของนายชัยเท่านั้น โดยการพูดคุยเมียนายชัยแค่โทร. มาสอบถามว่า เจอรถเสี่ยหรือยังด้วยความเป็นห่วงเท่านั้น ไม่ได้โทร. สั่งการใด ๆ ซึ่งขัดแย้งกับคำพูดที่เจ๊อ้วน เคยบอกกับทีมข่าวว่า นายชัยและเมียชัย เจ๊อ้วนแทบไม่รู้จักและแทบไม่ได้คุยกัน จึงฟังดูขัดแย้งที่เมียนายชัยจะเป็นห่วงเป็นใยเจ๊อ้วนขนาดนั้น




ส่วนข้อมูลการโทรศัพท์บางเวลา เช่น 21.20 น. เจ๊อ้วนคุยกับนายชัยถึง 20 นาที คุยเรื่องอะไร เจ๊อ้วนอ้างว่า ตนเองอาจจะเผลอกดรับสาย มือไปโดน โดยไม่รู้ก็เป็นไปได้ ตัวเองเคยคิดอย่างมีความหวังว่าสักวัน หากเสี่ยหมดตัว หลังจากนังเก๋ดูดเงินจนหมด เสี่ยจะกลับมาเป็นของตนเอง แต่เสี่ยก็ยังรักและหลงนังเก๋มาก ตนเองเคยคิดด้วยซ้ำว่า นังเก๋นั้น ทำของหรือทำคุณไสยใส่สามีตัวเองหรือเปล่า


วันนี้สิ่งที่ตัวเองกลัวว่าเสี่ยจะกลับมาฆ่าฝังดินตนเองและลูกไม่มีอีกแล้ว ตอนนั้นตนเองคิดจะฆ่าสามี และคิดว่าหากสามีตายตนเองคงจะปลอดภัย แต่ถึงเวลาเข้าจริง เสี่ยตายไม่กลับมาแล้ว ตนเองทำใจไม่ได้ มันเจ็บช้ำเหลือเกิน ตนเองอยากจะขออโหสิกรรมให้กับเสี่ย อโหสิกรรมซึ่งกันและกัน ไม่ว่าเรื่องที่เขาจะร้ายกับเรา หรือเรื่องที่เราคิดจะฆ่าเขา ตนเองไม่มีเจตนาจะให้มันเป็นแบบนี้ ตนเองไม่รู้จะทำยังไง ห้ามแล้วก็ไม่ทัน




“ส่วนนังเก๋ ฉันไม่อยากพูดถึงผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว เขาจะยอมรับหรือไม่ว่าเขาคือเมียน้อยก็แล้วแต่ แต่ฉันก็อยากให้เขารับรู้ไว้ว่า ชีวิตของฉันนั้นพังเพราะมือเขา นายหัวต้องพังก็เพราะเขา ฉันอยากจะดู ถ้าฉันยังไม่ตายก่อน ฉันอยากจะรู้ว่าเวรกรรมมันจะตามเขายังไง ลูกเต้าของเขา ฉันอยากจะรู้ว่าผู้หญิงเหมือนกัน ถ้าลูกเขาโดนแบบฉัน เขาจะรู้สึกยังไง ฉันต้องทนทุกข์ทรมานมาเป็นปี ๆ ก็เพราะผู้หญิงคนนี้ ต้องนอนอยู่บ้านคนเดียวแขนขาหัก ผู้หญิงคนนี้มั่นใจเกินมนุษย์ อยากจะเห็นกรรมตามเขาบ้าง ซึ่งฉันแค่คิดตอนนี้ฉันก็รับกรรมของฉันแล้ว ฉันไม่เถียง ฉันไม่หนี และให้เก๋มั่นใจว่า ตนเองจะไม่สั่งใครมาฆ่าเก๋แน่นอน เก๋ไม่ต้องกลัว และให้เก๋สบายใจได้ เพราะหากเก๋ตายไปเก๋ก็จะได้ไปอยู่กับเสี่ย ซึ่งตนเองจะไม่ฆ่า มันจะได้ไม่ต้องไปอยู่กับเสี่ย”

 

"เจ๊อ้วน" สำนึกสั่งฆ่าผัว ไม่สั่งตาย "เก๋" จะได้ไม่ไปอยู่ "เสี่ยหมาส"