อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ยอมรับหละหลวม เตรียมตั้งกรรมการสอบเจ้าหน้าที่ชุดดูแล - หลังผู้ต้องขังหลบหนีออกจากเรือนจำฯ

กล้องวงจรปิดของเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฝั่งประตูทางออกถนนงามวงศ์วาน บันทึกภาพ นักโทษชายกำลังเดินออกประตู ด้วยความรีบเร่ง มุ่งหน้าไปยังแยกพงษ์เพชร ก่อนหลบหนีไป 

ผู้ต้องขังรายนี้ คือ นายกฤษดา ม่วงแพร นักโทษคดีลักทรัพย์ ที่มีโทษถูกจำคุก 6 ปี เป็นนักโทษชั้นดี จึงได้รับการลดหย่อนเหลือ 3 ปี ซึ่งกำลังจะพ้นโทษในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ หลบหนีระหว่างออกมาฝึกอาชีพที่พิเศษกรุงเทพคาร์แคร์ ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยอาศัยจังหวะที่ผู้คุมเผลอหลบหนี 

รูปพรรณสันฐานของผู้ต้องขัง มีส่วนสูงประมาณ 160 เซนติเมตร มีรอยสักยันต์อักขระรอบไหปลาร้า บริเวณหัวไหล่ซ้ายและขวา รวมถึงแผ่นหลัง สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้นลายดอก ผมสั้นเกรียน 

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สอบถาม พ่อค้าที่ขายของอยู่ด้านหน้าประตูทางออกห่างจากจุดฝึกอาชีพ ประมาณ 200 เมตร บอกว่า ประตูดังกล่าว ไม่อนุญาตให้รถผ่านเข้า-ออก ให้เพียงญาติของผู้ต้องขัง และผู้ต้องขัง ที่ถูกปล่อยตัวเท่านั้น 

โดยส่วนตัวจะจดจำใบหน้าผู้ต้องขังได้แทบทุกคน และมักจะทักทายเมื่อผู้ต้องขังพ้นโทษ ครั้งนี้เห็นนักโทษรายนี้ เดินออกมาตามปกติ แต่ที่ผิดสังเกตุ คือ เดินเร็ว รีบเร่ง และออกมาก่อนเวลา 09:00 นาฬิกา หรือ ก่อนเวลาปล่อยตัวนักโทษ 

ด้านพันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่นักโทษหลบหนี โดยเจ้าหน้าที่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่นำตัว นายกฤษดา ออกมาทำงานที่คาร์แคร์พิเศษกรุงเทพได้ 8 เดือนแล้ว และจะพ้นโทษในอีก 2 สัปดาห์เท่านั้น เจึงไม่ได้ใช้เครื่องพันธนาการ ใส่โซ่กุญแจมือ และไม่คิดว่าจะหลบหนี 

พร้อมยอมรับว่า เจ้าหน้าที่มีความหละหลวม ไม่เข้มงวดต่อผู้ต้องขัง คือไม่ได้เป็นตรวจดูว่ายังอยู่ครบไหม ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ต้องขังทราบเรื่องว่าอาจถูกตำรวจเข้าอายัดตัวดำเนินคดีต่อ จึงตัดสินใจหนีนั้น ยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะนี้ได้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์ 

ซึ่งหลังจากนี้ก็จะกำชับเพิ่มมาตรการให้เข็มงวดมากยิ่งขึ้น ในการดูแลนักโทษที่ได้รับการฝึกอาชีพ

"อธิบดีกรมราชทัณฑ์" ยอมรับหละหลวมปมผู้ต้องขังหลบหนี