กรมชลฯ คาด น้ำเขื่อนแก่งกระจานถึงตัวเมืองเพชรเย็นนี้ ท่วมในระดับ 50 เซนติเมตร ประมาณ 2 สัปดาห์ เร่งวางมาตรการลดผลกระทบ
นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้เตรียมมาตรการบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการระบายน้ำจากเขื่อนแก่งกระจาน ซึ่งขณะนี้น้ำในทางระบายน้ำฉุกเฉิน หรือสปิลเวย์ ค่อยๆ มีระดับสูงขึ้นและจะไหลลงด้านท้ายประมาณ 200-250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คาดว่าจะถึงตัวเมืองเพชรบุรีในช่วงเย็นวันนี้
โดยน้ำจะเริ่มส่งผลกระทบกับพื้นที่ลุ่มต่ำและริมฝั่งแม่น้ำบางจุดมีน้ำล้นตลิ่ง 20-30 เซนติเมตร และค่อยๆ สูงขึ้นประมาณ 50-70 เซนติเมตร ซึ่งไม่ต่างจากระดับน้ำปี 2560 มากนัก
สำหรับการพร่องน้ำจากเขื่อนแก่งกระจาน ซึ่งขณะนี้เต็มความจุอ่างมีความจำเป็น เนื่องจากจะต้องเพิ่มพื้นที่รองรับฝนที่จะตกลงมาใหม่ตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) ซึ่งระบุว่าประเทศไทยจะมีฝนตกชุกไปจนถึงวันที่ 9 สิงหาคม จึงได้ติดตั้งกาลักน้ำเพิ่มอีก 10 ชุด รวมเป็น 22 ชุด หากติดตั้งเสร็จจะสามารถระบายน้ำประมาณ 1ล้าน7 แสนลูกบาศก์เมตรต่อวัน
ทั้งนี้ ระดับน้ำที่ล้นผ่านสปิลเวย์จะทยอยสูงขึ้นจนสูงสุดในวันที่ 10 สิงหาคม อยู่ที่ระดับ 50 เซนติเมตร รวมปริมาตรน้ำจะไหลผ่านท้ายเขื่อนแก่งกระจาน 200-250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้แม่น้ำเพชรบุรีมีปริมาตรน้ำผ่านสูงสุดในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ และคาดว่าระดับน้ำจะเอ่อล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่งและพื้นที่ชุมชนประมาณ 50 เซนติเมตร โดยคาดว่าน้ำจะท่วมประมาณ 2 สัปดาห์ และจะลดลงตามลำดับ

















