นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ออกมายอมรับแล้วว่า ร่วมก่อตั้ง "พรรครวมพลังประชาชาติไทย" จริง แต่ยืนยันคำเดิมไม่รับตำแหน่งใดในพรรรค และไม่รับตำแหน่งใดทางการเมือง ย้ำไม่สมัครส.ส.ทั้งระบบปาร์ตี้ลิสต์ และระบบเขต ชวนคนร่วมงานเปิดตัวพรรควันนี้ (3 มิ.ย.)

 

"สุเทพ"ยอมรับร่วมก่อตั้งพรรค"รวมพลังประชาชาติไทย" ยันไม่รับทุกตำแหน่ง

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศ ไทย ( มปท.) ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กตอนหนึ่งว่า ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์ พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการตั้งพรรคการเมืองใหม่และมีคำถามเกี่ยวกับจุดยืน ของตนค่อนข้างมาก จึงขอแจ้งให้ทราบว่า ตนเองได้ตัดสินใจที่จะเข้าไปร่วมงานการเมืองกับพรรคการเมืองที่มีชื่อว่า “พรรครวมพลังประชาชาติไทย” เพราะได้ทราบจุดยืนแนวความคิด อุดมการณ์ทางการเมือง ที่ตั้งใจที่จะสร้างพรรคการเมืองของประชาชนขึ้นมา เพื่อจะทำพรรคนี้ให้เป็นพรรคการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมยืนยัน พรรคนี้ไม่ใช่พรรคของ กปปส. เพราะ กปปส.ยุติบทบาทไปตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2557 เมื่อคสช.เข้ามารักษาสถานการณ์ในประเทศ แต่การที่ตนเองเข้าไปเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย จะไม่รับตำแหน่งใดๆ ในพรรค และจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ทั้งในเขตเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อ หากพรรคการเมืองนี้ ได้เข้าร่วมรัฐบาล ตนก็จะไม่รับตำแหน่งใดๆ เช่นกัน โดยในวันนี้ (3 มิ.ย.) ที่จะมีการประชุมผู้สนับสนุนพรรคและผู้ก่อตั้งพรรคเป็นครั้งแรกที่ มหาวิทยาลัยรังสิต อยากเชิญชวนประชาชนที่สนใจไปร่วมงานด้วย

 

สนช.ลงพื้นที่โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ยันไม่ได้หวังหาเสียงให้รัฐบาล

ความเคลื่อนไหวของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เมื่อวานนี้ (2มิ.ย.) สมาชิกสนช.กว่า 40 คน ลงพื้นที่รับฟังความเห็นประชาชนชาวจังหวัด อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก และแพร่ ตามโครงการ “สภานิติบัญญัติแห่งชาติพบประชาชนตามวิถีไทยนิยม ยั่งยืน” ที่มีนายพีระศักดิ์ เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช.คนที่ 2 กล่าวว่า โครงการ สนช.พบประชาชนทั่วประเทศดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2557 ซึ่งครบทุกจังหวัดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 61 ที่กรุงเทพฯ การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการทำความเข้าใจโครงการไทยนิยมยั่งยืน และยังเข้าไปดูปัญหาความเดือดร้อน เช่น ปัญหาที่ดินทำกิน ปัญหาแหล่งน้ำ และปัญหาการประกอบอาชีพด้วย ยืนยันว่า "โครงการไทยนิยมยั่งยืน"ไม่ใช่โครงการที่ใช้งบประมาณประเทศแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ และไม่ใช่การหาเสียงให้รัฐบาลล่วงหน้าตามที่พรรคการเมืองโจมตี เพราะโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อให้ประชาชนได้ปรึกษาหารือในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ขณะที่ภาครัฐก็ได้ลงไปใกล้ชิดประชาชนถึงระดับหมู่บ้าน จึงไม่เข้าใจว่า ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำอย่างไร

 

รัฐบาลชี้มีกลุ่มคนจ้องดิสเครดิตรัฐบาล บิดเบือนข้อมูลข่าวสาร

ด้าน พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการแชร์ภาพและข้อความในโซเชียลมีเดียระบุ “บิ๊กตู่ติงคนไทยใช้สมองน้อย แฉมีคนจ้องทำลายทหาร-สถาบัน”ว่า ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวเก่าที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2558 โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ นายกฯ พบหอการค้า รวมพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

ซึ่งแท้ที่จริงแล้วนายกฯ พูดว่า “คนไทยเป็นคนโรแมนติก ส่วนใหญ่ใช้ความรู้สึก ใช้หัวใจเสียเป็นส่วนมาก แต่ใช้สมองน้อยในการคิดใคร่ครวญว่ามันใช่หรือไม่ใช่ ตนไม่ได้ดูถูก ดังนั้น วันนี้สิ่งแรกที่เราต้องแก้ คือ เราต้องมีความรู้ มีสติ และมีความรู้สึกในการครองชีวิต หากประเทศไทยยังใช้ความรู้สึกในการดำรงชีวิตอยู่อย่างนี้ ไม่ว่าอะไรก็ตาม ก็คงเดินต่อไปกันไม่ได้”

ทำให้เห็นว่า ขณะนี้มีความพยายามของคนบางกลุ่มที่ต้องการนำข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน ไม่ถูกต้อง หรือนำเสนอเพียงบางช่วงบางตอน มาเผยแพร่อย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดและลดความน่าเชื่อถือของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล เพราะใกล้เข้าสู่การเลือกตั้งแล้ว

จึงเตือนนักเลงคีย์บอร์ดทั้งหลายที่จงใจสร้างข่าวปลอม ให้ร้าย เพื่อสร้างความเกลียดชังกันนั้น ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย จึงขอให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว หากสืบสวนพบต้นตอของข่าวและตัวผู้กระทำผิด จะถูกดำเนินคดีและลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

"สุเทพ" ยอมรับร่วมก่อตั้งพรรค "รวมพลังประชาชาติไทย" ยันไม่รับทุกตำแหน่ง