รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บุกตรวจโรงงานและตู้คอนเทนเนอร์ ลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ และพลาสติกผิดกฎหมาย 2 แห่ง พร้อมแจ้งเอาผิดผู้เกี่ยวข้องและสั่งปิดโรงงานย่านคลองด่าน
พลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่จากกรมศุลกากร และกรมโรงงาน เข้าตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ต้องสงสัยจำนวน 4 ตู้ ภายในสถานีบรรจุ และ แยกสินค้ากล่อง นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง คาดว่า ลักลอบนำเข้าขยะพลาสติกมาแปรรูป โดยวิธีการสำแดงเท็จ ว่าเป็นเศษพลาสติก พบว่า ทั้ง 4 ตู้เป็นของบริษัทลองลัค พลาสติก แอนด์ เมทัล จำกัด เมื่อเปิดดู พบขยะพลาสติกจำนวนมากปะปนกันอยู่ มีกลิ่นฉุนของสารเคมี รวมถึงมีการปนเปื้อนเศษดิน และอินทรียวัตถุ จึงได้อายัดตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง 4 ตู้ ไว้ดำเนินคดี
พลตำรวจเอก วิระชัย บอกว่า การลักลอบนำเข้าขยะอันตรายจาก 35 ประเทศทั่วโลกเข้ามา หนักรวม 54 ตัน ต้องใช้น้ำจำนวนมากล้างทำความสะอาดสร้างความเสียหายทางมลภาวะให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก
และขยะพลาสติกไม่สะอาด ยังผิดตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ปี 2522 มีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 5 เท่าของสินค้า และผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร สำแดงเท็จว่าเป็นวัตถุดิบ มีโทษปรับ 5 แสนบาท จากนี้จะตรวจสอบภาษีนำเข้าว่าเสียอย่างถูกต้องหรือไม่
จากนี้จะเร่งขยายผลตรวจสอบเพื่อยับยั้งการนำขยะพิษทั่วโลกมาทิ้งประเทศไทย ไม่ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางขยะโลก
ด้าน นายชยกร คชเสนีย์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษกรมโรงงาน บอกว่า ตรวจสอบเอกสารที่ปรากฏใน จังหวัดสมุทรสาครพบว่าบริษัทนี้ แจ้งประกอบกิจการโรงงานไว้แล้ว จากนี้จะเข้าตรวจสอบ เครื่องจักรที่โรงงานว่า สามารถนำพลาสติกที่ไม่สะอาดระดับนี้ แปรรูปได้หรือไม่ เพราะเงื่อนไขการนำเข้าพลาสติกจะต้องสะอาด ไม่ต้องผ่านการล้าง ซึ่งการนำพลาสติกที่อัดกันมาหลายชนิดก็มีความผิดแล้ว
จากนั้น พลตำรวจเอก วิระชัย พร้อม ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบ โรงงาน ไม่มีชื่อ พื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ หลังตรวจพบว่า ลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ประเภอชิ้นส่วนแผงวงจรโทรศัพท์มือถือ และแผงวงจรคอมพิวเตอร์ บรรจุใส่ในถุงบิ๊กแบ็ค กว่า 1 พันตัน โดยโรงงานนี้ มีนาย แคะฮิน แซ่แจ๋ว ชาวจีนสัญชาติไทย เป็นผู้ขออนุญาตประกอบกิจการ ทำวัตถุดิบผลิตเส้นใยสังเคราะห์ เมื่อปี 2557 และถูกสั่งปิดกิจการไปนานแล้ว แต่กลับมาเปิดต่อ จากการตรวจค้น พบนายซง คุณ (Mr.Song Kun) อายุ 50 ปี อ้างตัวเป็นผู้ดูแลโรงงาน
พลตำรวจเอก วิระชัย บอกว่า เมื่อตรวจสอบโดยรอบ พบขยะอิเล็กทรอนิกส์ ลักลอบขนเข้ามาทางท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี และขนมากองไว้ที่โรงงานนี้ มีแรงงานต่างด้าวชาวจีน คัดแยกขยะ อยู่ 18 คน เพื่อนำไปหลอม พอตรวจสอบเอกสารพบว่า เข้าทำงานโดยผิดกฎหมาย เพราะพาสปอร์ต ระบุว่า มาเพื่อการท่องเที่ยวได้ไม่เกิด 3 เดือน และอยู่เกินกฎหมายกำหนดด้วย
ส่วนของขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่พบก็มีความผิด จึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและสวบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
เบื้องต้น ตำรวจแจ้ง 5 ข้อหากับผู้ดูแลโรงงาน เช่น นำเข้าซึ่งสินค้าต้องห้ามตาม มาตรา 20 ของ พ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบกิจการคัดแยกชิ้นส่วนขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเร่งติดตามตัวเจ้าของโรงงานมาสอบปากคำ และ สั่งปิดโรงงานนี้ถาวร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่สอบปากคำ นายซง คุณ มีโทรศัพท์จากชายคนหนึ่ง สำเนียงคล้ายชาวจีน เข้ามา และพูด เชิงข่มขู่ไปถึงเจ้าหน้าที่ว่า โรงงานไม่ได้ทำอะไรผิด เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้บันทึกเสียงเอาไว้ เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงคุมตัว นายซง คุณ ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองด่าน สอบสวนดำเนินคดีต่อ

















