"น้องแบม" มั่นใจสภาคณาจารย์ มมส. ทำเต็มที่ สอบสวนข้อเท็จจริง หลังถูกอาจารย์ผู้สอนสั่งกราบเท้าคนทำผิดกรณี "งาบเงินคนจน" ย้ำชัด! ที่ทำเพื่อศักดิ์ศรีมหาวิทยาลัยฯ-คณาจารย์ และนิสิตทุกคน พร้อมระบุว่าถูกเหยียดยาม และกล่าวหาว่าเป็นตัวต้นเหตุ ทั้งยังถูกหัวหน้าภาควิชาทุบตีอีกด้วย
ความคืบหน้ากรณีการออกมาปิดเผยข้อมูลการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเอดส์ ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ของ น.ส.ปณิดา ยศปัญญา หรือ น้องแบม นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาพัฒนาชุมชน คณะมุนษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคามหรือ มมส. จนมีการสอบสวนข้อเท็จจริงจาก คสช.และ ป.ป.ท.จนพบมูลความผิด และมีการขยายการสอบสวนในโครงการดังกล่าวไปยังศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทั่วประเทศ ขณะที่สภาคณาจารย์ มมส.ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว รวมทั้งการสอบสวนกรณีคณาจารย์ที่รับผิดชอบนักศึกษาในหลักสูตรดังกล่าว ที่ไม่ออกมาปกป้องหรือทำหน้าที่ที่ตนเองนั้นรับผิดชอบ
น.ส.ปณิดา กล่าวว่า ขณะนี้ได้นำส่งเอกสารหลักฐานทั้งหมดตามที่สภาคณาจารย์ มมส.และคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่แต่งตั้งขึ้นโดยสภามหาวิทยาลัยมหาสารคามแล้ว ทั้งนี้โดยส่วนตัวมั่นใจว่าคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นนั้นจะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาและสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวทั้งหมด ท่ามกลางกระแสความกดดันและเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในรั้วมหาวิทยาลัย วันนี้ในการดำเนินชีวิตต้องแยกแยะว่าอะไรคืออะไร เพราะเข้าสู่ช่วงของการทำวิจัยเพื่อซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการสำเร็จการศึกษา ซึ่งยอมรับว่าช้ากว่าเพื่อนมากเพราะอาจารย์สั่งให้เปลี่ยนหัวข้อการทำวิจัยซึ่งต้องทำใหม่ทั้งหมด ทำให้ในขณะนี้ต้องมุ่งเน้นไปที่การเรียนเพื่อให้สำเร็จการศึกษาให้ได้ภายในเทอมนี้ ขณะที่การให้ความร่วมมือกับ ค.ส.ช.ป.ป.ท.และหน่วยงานต่างๆที่สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องของการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเอดส์นั้น ก็ทำไปอย่างคู่ขนาน ทุกครั้งที่มีการเรียกสอบปากคำหรือให้ข้อมูลใดๆก็ให้ความร่วมมือมาเป็นอย่างดี โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง คอยรักษาความปลอดภัยตลอดทั้ง 24 ชม.
ล่าสุดได้ส่งมอบข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติม ตามที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในส่วนของมหาวิทยาลัยฯสอบสวน ซึ่งเชื่อว่าในเร็วๆนี้จะสรุปข้อมูลการสอบสวนและออกแถลงการณ์ได้ ซึ่งทุกวันนี้มีคนมองตนเองในหลายมุม โดยเฉพาะใน มมส. บางคนก็มองว่าเป็นต้นเหตุจนมีเรื่องต่างๆ และมีผลกระทบกับคนเป็นวงกว้าง แต่ส่วนใหญ่ให้กำลังใจว่าตรเองทำถูกต้องแล้วและทำหน้าที่ในการเป็นนิสิต มมส.สถาบันการศึกษาที่ตัวเองรักและผูกพันแห่งนี้ได้อย่างเต็มที่เพราะสิ่งที่ไม่ถูกต้องและทำผิดกฎหมายผู้ที่กระทำก็ควรที่จะได้รับโทษ และที่สำคัญการกระทำที่ผ่านมา ยืนหยัดชัดเจนในการปกป้องศักดิ์ศรีของ มมส. ปกป้องศักดิ์ศรีของคณาจารย์ ปกป้องศักดิ์ศรีของนิสิต มมส.ทุกคน เพราะเรื่องนี้มีการให้ข้อมูลกับอาจารย์ที่ปรึกษาและรับรู้กันทั้งภาควิชาและ คณะมนุษยฯ แต่กลับเป็นว่านิสิตที่ฝึกงาน 4 คนและถูกสั่งให้ทำผิดต้องออกมารับผิดเสียเองโดยที่อาจารย์ของเรานั้นไม่สนใจหรือใส่ใจ หรือรับฟังอะไรแม้แต่น้อย
น.ส.ปณิดา กล่าวต่ออีกว่า เรื่องดังกล่าวมีการนำข้อมูลมาแจ้งกับอาจารย์แล้ว ตั้งแต่ที่เริ่มส่อไปในทางทุจริตและพบข้อมูลหรือการกระทำดังกล่าวแต่อาจารย์บอกว่านิสิตที่ไปฝึกงานที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่นนั้นเป็นเด็กเลี้ยงแกะ และเมื่อมีอาจารย์ได้ไปพบกับเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงก็ไม่รับฟังนักศึกษาสั่งให้เรากราบเท้าเจ้าหน้าที่ที่ทำผิดเพื่อให้เราขอโทษ และให้เรื่องจบลงไป แต่ด้วยความเป็นนิสิตที่ร่ำเรียนมาตลอดทั้ง 4 ปี ได้รับการฝึกสอนจากคณาจารย์ที่ให้ยืนยันบนความถูกต้องและสู้เพื่อคนยากคนจนในการเป็นนักพัฒนาชุมชนที่ดี เรื่องนี้จึงมีการส่งเรื่องร้องเรียนไปยัง คสช. จนนำมาสู่การสอบสวนดังกล่าว
เมื่อเจ้าหน้าที่จาก คสช.และ ป.ป.ท. เริ่มลงพื้นที่และเริ่มที่จะมาสอบปากคำนักศึกษาในมหาวิทยาลัยฯ หัวหน้าภาควิชาฯยังคงได้เรียกตนเองเข้าไปในห้องเพื่อสอบถามว่าทำไมทำแบบนี้ ทำไมต้องทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น หัวหน้าภาควิชาฯยังบอกว่า ถ้าจะร้องเรียนทำไมไม่ให้เรียนจบก่อน ทำแบบนี้ทำไม หน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบทำอะไรไม่ได้หรอก จากนั้นหัวหน้าภาควิชา ยังได้ใช้มือทุบหลัง 2 ครั้งเหมือนจะระบายอารมณ์ ซึ่งตนเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทุบตีด้วย ทั้งที่เราทำในสิ่งที่ถูกต้อง
น.ส.ปณิดา กล่าวต่ออีกว่า การสอบสวนข้อเท็จจริงตามอำนาจหน้าที่ของ คสช. ป.ป.ท. และ ป.ป.ช. รวมไปถึงหน่วยงานต่างๆก็ดำเนินการไป ในขณะนี้การสอบสวนที่แต่งตั้งขึ้นเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงของ มหาวิทยาลัยฯ ในประเด็นนี้ตนเองมั่นใจในคณะกรรมการทุกคนที่คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยฯได้ไว้ใจได้แต่งตั้งขึ้นเพื่อหาคำตอบและนำแสนอในสิ่งที่ถูกต้องและเป็นข้อเท็จจริง เพื่อแจ้งให้กับคณาจารย์ นิสิต รวมไปถึงบุคลกรของมหาวิทยาลัยฯได้รับทราบ โดยมั่นใจว่าสภาคณาจารย์ และ คณะกรรมการที่ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงนี้จะดำเนินการอย่างถูกต้อง ชัดเจน โปร่งใส เป็นธรรม จนนำไปสู่การหาคำตอบต่อสาธารณชนได้รับทราบและที่สำคัญคือการกู้ศักดิ์ศรีของมหาวิทยาลัยฯ สถาบันการศึกษาที่ตนเองรักอีกด้วย
Cr.ธนดล/ขอนแก่น

















