ตำรวจตามสืบนานถึง 2 ปี ก่อนจะตามจับชายอายุ 32 ปี หลอกปล่อยเงินกู้ในเฟซบุ๊ก และ หลอกขายสินค้า ก่อนเชิดเงินหนี มูลค่าเสียหาย กว่า 5 แสนบาท พบมีเหยื่อถูกหลอกกว่า 20 คน

พันตำรวจเอกอิสเรศ ปาลาพงศ์ ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล แถลงผลจับกุมนายณพัทร์ วีรณรงค์ชยกุล อายุ 32 ปี ในข้อหา ร่วมกันแสดงตนเป็นคนอื่นโดยทุจริต และหลอกลวงเอาทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง ร่วมกันใช้อิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ และ ร่วมกันหลอกลวงนำเข้าข้อมูลที่บิดเบือนสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยพฤติกรรมผู้ต้องหา หลอกลวงผู้เสียหาย 2 กลุ่ม กลุ่มแรกถูกหลอกปล่อยเงินกู้ด่วนในเฟซบุ๊ก เมื่อเหยื่อหลงกลมาขอกู้เงิน ก็จะขอบัตรประชาชนตัวจริง บัตรเอทีเอ็ม และสมุดบัญชีธนาคารมาเก็บไว้ ก่อนจะปิดโทรศัพท์หนี

กลุ่มที่2 ผู้เสียหายประมาณ 20 คน ถูกหลอกขายสินค้า อาทิ การ์ดจอคอมพิวเตอร์ เลนส์กล้อง และโทรศัพท์มือถือ รวมมูลค่ากว่า 5 แสนบาท ซึ่งผู้ต้องหา ใช้บัตรประชาชน และเลขบัญชีของผู้เสียหายกลุ่มแรก เป็นตัวแทนในการติดต่อ แต่พอโอนเงินให้ กลับไม่ได้รับของ

เมื่อกลุ่มที่สองมาแจ้งความ ก็จะเป็นการแจ้งความจับผู้เสียหายกลุ่มแรก ทำให้สาวไม่ถึงตัวของ นายณพัทร์ กระทั่งชุดสืบสวนแกะรอยนาน 2 ปี จนจับกุมตัวได้ในที่สุด

ขณะที่ ผู้เสียหาย บอกว่า เมื่อปีที่แล้ว ตนเองไปขอกู้เงินผ่านเฟซบุ๊ค กับนายณพัทร์ จากนั้นได้มาขอบัตรประชาชน และสมุดบัญชีธนาคารตัวจริงไป เมื่อพอติดต่อกลับไป บอกว่า ตนเองกู้ไม่ผ่าน แล้วหายเงียบไม่คืนเอกสารให้ จนมาทราบภายหลังว่า ถูกแจ้งความจับข้อหาฉ้อโกงก็ตกใจมาก ยืนยัน ตนเองไม่ได้เกี่ยวข้องแต่อย่างใด 

สอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ไม่ได้ประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่ง หลังเรียนจบชั้น ป.6 ก็ไม่ได้ศึกษาต่อ และเห็นว่า การปลอมเฟซบุ๊กหลอกขายสินค้าทำได้ง่ายๆ จึงทำมาประมาณ 2 ปี ก่อนถูกจับกุม ส่วนเงินที่หลอกมา จะนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และเล่นการพนัน

ทั้งนี้ ตำรวจ เชื่อว่า นายณพัทร์ น่าจะเคยอยู่ในกลุ่มขบวนการฉ้อโกงในลักษณะนี้ ก่อนแยกตัวออกมาก่อเหตุคนเดียว ซึ่งอยู่ระหว่างขยายผลติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการ

พร้อมฝากเตือนไปยังประชาชน อย่าให้เอกสารสำคัญกับบุคคลอื่น เพราะอาจถูกนำไปใช้ก่อเหตุ และตกเป็นผู้ต้องหาได้

รวบหนุ่มแสบหลอกปล่อยเงินกู้-ขายสินค้าก่อนชิ่งหนี เสียหายกว่า 5 แสน