ครอบครัว "น้องแอ๋ม" โจทก์ ในคดีฆ่าหั่นศพที่ อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ขึ้นให้การต่อศาลจังหวัดขอนแก่น ในการสืบพยานฝ่ายโจทก์ นัดที่ 5 ครบทุกคนแล้ว โดยแม่ "น้องแอ๋ม" ชื่นชมตำรวจช่วยจับกุมจำเลยครบทุกคน แต่รู้สึกเหนื่อยใจที่รู้ความจริงทั้งหมด เพราะร้ายแรงเกินกว่าที่คิด
ช่วงเช้าวานนี้ (28 ก.พ.) ศาลจังหวัดขอนแก่น มีคำสั่งเบิกตัวจำเลย 5 คน ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กรณีฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม ที่ อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น มาสอบคำให้การพยานฝ่ายโจทก์นัดที่ 5
โดย ฝ่ายโจทก์ คือ พนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น และ ฝ่ายจำเลย คือ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว น.ส.กวิตา ราชดา หรือเอิร์น น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ นำตัวออกจากเรือนจำกลางจังหวัดขอนแก่น
ส่วน นายวศิน นามพรหม หรือนิว นำตัวมาจากทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น และ น.ส.จิดารัตน์ พรมคุณ หรือเบนซ์ ที่เดินทางมาจากบ้านพักในอ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งได้รับการประกันตัวระหว่างสู้คดีเพียงคนเดียว
ส่วนฝ่ายโจทก์ ที่เดินทางมาขึ้นศาล ประกอบด้วย พ่อของน้องแอ๋ม และ นายศักดิ์ชัย บาตรเต็มดี อายุ 39 ปี สามีน้องแอ๋ม ส่วนแม่ของน้องแอ๋ม ได้ขึ้นให้ปากคำเสร็จเรียบร้อยไปแล้วเมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ฝ่ายโจทก์ยังเบิกพยานในคดีดังกล่าวเป็นตำรวจชุดจับกุม 2 นาย ประกอบด้วย พันตำรวจเอก พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 และ พันตำรวจโท เสกสรรค์ อุทโท เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่เดินทางไปควบคุมตัวนายวศิน นามพรหมที่ จ.หนองคาย
โดยยังคงมีคำสั่งห้ามไม่ให้สื่อมวลชน หรือ ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมสังเกตุการณ์ หรือรับฟังการสอบคำให้การในครั้งนี้
หลังสอบให้การพยานฝ่ายโจทก์นัดที่ 5 เสร็จ นายนภดล สีดาทัน ทนายความฝ่ายโจทก์ เปิดเผยว่า ศาลสอบคำให้การฝ่ายโจทก์มาถึงนัดที่ 5 แล้ว รวมพยานทั้งหมด 20 ปาก ตนยังมั่นใจในพยานหลักฐานต่างๆที่มีอยู่ว่า นางสาว เปรี้ยว พร้อมพวกจะมีความผิดในข้อหาร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
โดยเฉพาะพยาน ที่เป็นตำรวจที่ทำการสืบสวนสอบสวน ทำให้รู้ว่า เป็นการฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนอย่างชัดเจน และในวันที่ 13 มีนาคมที่จะถึงนี้ เป็นการสอบคำให้การฝ่ายโจทก์ นัดที่6 ซึ่งจะมีพยานเข้าเบิกคำให้การอีก 3 ปาก
ขณะที่ นางสาวพิชชาภา คำเพิงใจ มารดาของน้องแอ๋ม ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตอนนี้รู้สึกเหนื่อย แต่ดีใจที่ตำรวจทุ่มเทช่วยตามจับคนฆ่าน้องแอ๋ม ได้ทั้งหมด ขอชื่นชมตำรวจที่จับตัวจำเลยได้ครบทุกคน และ รู้สึกโล่งใจที่ครอบครัวได้พูดความจริงไปทั้งหมดแล้ว
แต่เหนื่อยใจ ที่ได้ยินเรื่องราวต่างๆจากคำให้การ เมื่อปะติดปะต่อเป็นเรื่องราวแล้วรู้สึก ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นร้ายแรงกว่าที่คิด ซึ่งในวันที่ 13 มี.ค.นี้จะเป็นการสืบพยานโจทก์นัดสุดท้าย และ จะต่อด้วยการสืบพยานฝ่ายจำเลยในวันที่ 14 และ 15 มี.ค.61 ก็จะเข้าสู่กระบวนการตัดสินของศาล ซึ่งตนเองและครอบครัว พร้อมน้อมรับคำตัดสินของศาลไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร
ส่วน นายบุญยงค์ แก้วฝ่ายนอก ทนายความฝ่ายจำเลย กล่าวว่า ในส่วนคดีไม่มีความหนักใจ เพราะทุกอย่างต้องว่ากันด้วยเหตุและผล เพราะในสิ่งที่จำเลยทำผิด จำเลยก็รับสารภาพไปแล้ว เพียงแต่ปฏิเสธในข้อหาร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพราะว่า ถ้าไตร่ตรองหรือวางแผน คงไม่มีการขับรถวนไปมาหลายชั่วโมง
หลังจากนี้ต้องฟังการสอบคำให้การฝ่ายโจทก์ ที่เหลืออีก 3 ปากในวันที่ 13 มีนาคมนี้ คือ แพทย์นิติเวช และ แพทย์โรงพยาบาล เขาสวนกวาง รวมถึงเจ้าหน้าที่จาก ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน หรือ ศพฐ.4 ขอนแก่น ซึ่งเมื่อการสอบคำให้การฝ่ายโจทก์เสร็จสิ้น เชื่อว่าจำเลยทุกคนจะพ้นผิดในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

















