เจ้าหน้าที่ เร่งอนุรักษ์เตาปูลู หลังจากถูกล่า นำไปขายส่งต่อให้ประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมาก เนื่องจากเชื่อว่า เป็นอาหารชั้นเลิศ มีสรรพคุณในการชูกำลัง
เจ้าหน้าอุทยานแห่งชาติภูซาง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา นำผู้สื่อข่าว เข้าดูสถานที่อนุรักษ์เต่าปูลู ที่บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติภูซาง ที่ 4 บ้านฮวก ตำบลภูซาง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา หลังได้พัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ศึกษา ในเรื่องเต่าปูลู ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนประเภท 1 ใกล้สูญพันธ์ หลังเริ่มได้รับผลกระทบเนื่องจากปัจจุบันเต่าปูลู ได้ถูกล่าเพื่อนำไปจำหน่ายให้กับชาวต่างชาติ โดยเชื่อว่าจะเป็นอาหารที่มีสรรพคุณในการชูกำลัง
นายอนุศาสตร์ สุริยา กำนันตำบลภูซาง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้มีประชาชนจากประเทศเพื่อนบ้านนิยมเข้ามารับซื้อสัตว์ป่า เช่น เต่าปูลู เพื่อขายต่อให้กลุ่มนักนิยมบริโภคสัตว์หายากในประเทศจีน-เวียดนาม เนื่องจากเชื่อว่าสัตว์เหล่านี้หายากเหล่านี้ เป็นยาบำรุงกำลังทางเพศ
กำนันตำบลภูซาง ระบุอีกว่า ในอดีตเต่าปูลู มีราคากิโลกรัมประมาณ 400-500 บาท แต่เมื่อคนต้องการมากขึ้น ทำให้สัตว์ป่าหายากเหล่านี้ มีราคาสูงขึ้นถึง 10 เท่าตัว โดยเต่าปูลูมีการรับซื้อจากไทย กิโลกรัมละ 700-800 บาท แต่เมื่อไปถึงประเทศจีนและเวียดนาม จะมีราคาถึงกิโลกรัมละ 3,000-4,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและอายุของเต่าด้วย จึงมีการลักลอบเข้ามาหาในพื้นที่ของ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูซางเป็นที่อยู่อาศัยของเต่าปูลูหายาก ซึ่งเกรงว่าหากไม่ช่วยกันรักษาและอนุรักษ์ไว้สัตว์ป่าหายากเหล่านี้อาจจะสูญพันธุ์ได้
เต่าปูลูจะมีลักษณะที่พิเศษคือ จะมีหัวที่มีความยาว จงอยปากงุ้มเหมือนนกแก้ว มีหางที่ยาว ไม่สามามารถหดหัวหดขาเข้าในลำตัวได้ เป็นเต่าที่มีความดุร้าย ชอบกินกุ้ง หอย ปู ปลาเป็นอาหาร อาศัยอยู่บริเวณภูเขาสูงที่มีความสูงตั้งแต่ 1,100 เมตรขึ้นไป ชอบปีนป่ายปีนป่ายที่สูง เนื่องจากมีกรงเล็บที่คมและหางที่ยาวช่วยในการพยุงตัว














