เปิดใจครอบครัวหนึ่งในเหยื่อ ที่คาดว่าน่าจะถูกเผานั่งยางไป ในรายการ 'ปากโป้ง' ทางช่อง 8 กดหมายเลข 27 ที่มี 'หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย' และ
เป็นที่อึกทึกครึกโครมในเรื่องราวของข่าว เผานั่งยาง ที่ล่าสุดไปเจอจุดในการเผานั่งยางถึง 23 จุดด้วยกัน ที่ป่าสงวนแห่งหนึ่งจังหวัดอุดรธานี ซึ่งแขกรับเชิญวันนี้เป็นครอบครัวหนึ่งในเหยื่อ ที่คาดว่าน่าจะถูกเผานั่งยางไป นั่นก็คือ คุณนิกร ทองอ่อน (ลูกชายคุณบังอรผู้เสียชีวิต) และคุณถาวร ศรีเมือง (น้องสาวคุณบังอร) ที่วันนี้ 27 เมษายน 2559 เวลา 11.05 น. เดินทางมานั่งเปิดใจถึงคดีความคืบหน้า ในรายการ “ปากโป้ง” ทางช่อง 8 กดหมายเลข 27 ที่มี “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” และ “หนิง – ปณิตา ธรรมวัฒนะ” เป็นพิธีกรแบบหมดเปลือกทุกประเด็นว่า
เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อไหร่ครับ?
คุณนิกร ทองอ่อน (ลูกชายคุณบังอรผู้เสียชีวิต) - ตั้งแต่ปีพ.ศ.2557 คุณแม่ทำอาชีพไร่อ้อย การเกษตร ปล่อยเงินกู้ ปล่อยให้คนที่รู้จัก คนที่ขัดสน อายุประมาณ 42 วันนั้นผมก็โทรหาคุณแม่ปกติ แต่ไม่ติด โทรไป 3 วัน ก็ไม่ติดเลย และผมก็ไม่ได้เอะใจว่ามันจะเป็นเหตุกาณณ์แบบนี้ แต่หลังจากนั้นอีก 3 วันที่ผมโทรไปพี่ชายของผมมาเจอ คือคุณแม่ไม่อยู่บ้านแล้ว ผมเป็นครูฝึกสอน แม่จะอยู่บ้านคนเดียว และผมก็จะกลับเสาร์อาทิตย์ ผมไม่ได้กลับบ้านแต่ก็โทรคุยกับคุณแม่ตลอด ผมสงสัยก็เลยบอกให้พี่ชายไปดู พี่ชายอยู่อีกบ้านหนึ่งแถวนั้นย พอพี่ชายไปดูแล้วไม่เจอ ก็เลยโทรมาหาผม ว่าแม่เราหายไปไหน 3-4 วันแล้ว จากนั้นก็คุยกับพี่ชายว่าไปแจ้งความคนหาย เพราะมันหายไป 24.ชั่วโมงแล้ว พอหลังจากนั้นก็ให้ผู้ใหญ่บ้านประกาศตามหา ปล่อยข่าวทั่วหมู่บ้าน พอสามวันต่อมามาเจออีกครั้งหนึ่ง ได้รับข่าวว่า มีกองไฟที่เผาไหม้ ๆ ล่าสุด อะไรประมาณนี้ ซึ่งคุณถาวร ศรีเมือง (น้องสาวคุณบังอร) เสริมว่า – เล่าตั้งแต่แรกเลยว่าวันนั้นพี่สาวไปหาประมาณเที่ยง วันที่ 4 ไปคุยบอกว่าเขาเอาเงินมาคืนแล้วนะ คือมีคนยืมเงินพี่สาวไป และเขาก็บอกว่าเขาเอาเงินมาคืนแล้วนะสองหมื่น เหลือสี่หมื่น ซึ่งพี่สาวก็คุยให้ฟัง จนถึงสี่โมงครึ่ง เขาก็บอกว่าจะไปนาแล้วนะจะไปรดพริก เดี๋ยวมันตาย ทีนี้แกก็เดินออกไปหน้าบ้าน ไปที่ต้นแคร์ไปเด็ดดอกแคร์ ก็ตอนนั้นยังอยู่ด้วยกัน จากนั้นก็มีโทรศัพท์เข้ามา บอกว่ามาหาหน่อย คือเขาคงพูดแบบนั้นแหล่ะ พี่สาวก็บอกว่า เออกูจะไปเดี๋ยวนี้แหล่ะ รอกูอยู่ตรงนั้น คือวันนั้นป้าดาเจอแกเป็นวันสุดท้าย แล้วแกก็ขี่มอเตอร์ไซด์ออกไป จากนั้นก็ไม่ได้เจอแกอีกเลย พออีกวันป้าตื่นเช้าก็ไปหาพี่สาวอีก เราเข้าไปก็แปลกใจว่าทำไมไม่ล็อคประตู เราก็แปลกใจยังคิดว่าแกคงรีบมั้ง เพราะแกบอกว่าจะไปทำบุญกับอาจารย์ แกมาบอกเราไว้ว่าจะไม่มาหา เราก็เลยคิดว่าแกรีบไปทำบุญ พอผ่านไป 4 วันก็มีคนมาบอกว่ายายบังอรหายไปนะ มาที่นี่หรือเปล่า จากนั้นเราก็ไปตามที่บ้านที่เค้าบอกว่าจะไปทำบุญกับอาจารย์ด้วยกัน แต่ก็ไม่เจอ จากนั้นลูกชายคุณบังอรผู้เสียชีวิต ก็ไปจุดธูปบอกเจ้าที่ว่าขอให้หาเจอนะ ผมก็บนบานสานกล่าวไว้ เย็นตอนเย็นค่ำ ๆ ผมก็เลยเจอเป็นกองเผานั่งยางที่ป่าสงวนที่จ.อุดร ฯ ไกลจากบ้านประมาณ 30 กิโล ที่ไปเจอเพราะมีชาวบ้านไปหาเก็บเห็ดและไปเจอกองไฟใหม่ ๆ ที่กำลังเหมือนกำลังไหม้ใหม่ ๆ ผมก็ไม่ได้เอะใจว่าจะเป็นแม่ผมหรอก ที่เห็นมันเป็นโครงกระดูก อวัยวะภายใน ตับ ม้ามที่ยังไหม้ไม่หมด
แล้วจากนั้นคุณมั่นใจได้อย่างไรว่านั่นคือแม่ของคุณ?
หลังจากนั้นตำรวจก็ไปเก็บหลักฐานมาทั้งหมดแล้ว เขาก็เลยเรียกผมไปดูว่า มีหลักฐานชิ้นส่วนไหนที่จะเป็นของแม่คุณบ้าง คือทีแรกก็หาไม่เจอหรอกครับ แต่พอดู ๆ แล้วไปเจอพระองค์หนึ่ง พระห้อยคอเป็นหลวงปู่ต้นบุญที่ผมเอามาจากจ.ร้อยเอ็ดครับ คือก่อนที่จะเกิดเหตุกาณณ์นี้ผมเอาหลวงปู่องค์นี้มาให้คุณแม่ห้อยคอเอาไว้ ทีแรกผมก็ไม่มั่นใจหรอกว่ามันใช่องค์เดียวกัน ผมเลยไปขอเปรียบเทียบกับเพื่อนที่ได้มาด้วยกัน คือมันออกมาใช่ องค์เดียวกันเลย ไม่มีใครได้นอกจากผมกับเพื่อน
มีอย่างอื่นไหม ที่แน่ใจว่าเป็นคุณแม่ของเรา?
มีดปอกผลไม้ครับ ที่แกพกติดเอาไว้ทั้งวัน จำได้เพราะมันไหม้ ๆ ที่มั่นใจเพราะเจอพระ ทีนี้ก็เลยรอผลตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่เก็บหมดเลย ผลออกมาคือเป็นแม่ผมจริง ๆ ครับ
หลักจากเหตุกาณณ์นั้น คนร้ายถูกตามจับได้หรือยัง?
ก็ยังลอยนวลอยู่ครับ จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ได้มีการไปพบจุดการเผานั่งยางเพิ่มขึ้น ไม่ได้มีแค่คุณแม่ผมคนเดียว จากนั้นก็ไปเจอจุดโครงกระดูกอีก ตอนแรกไปเจอ 15 จุด แต่พอเจ้าหน้าที่ไปตรวจจริง ๆ พบว่ามีถึง 23 จุด
ทางรายการต่อสายตรงถึง “พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน” ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี – เห็นว่าผู้การลงพื้นที่เองด้วย เป็นอย่างไรบ้างครับ – ก็ได้มีการดำเนินคดีไปแล้ว อยู่ในกรณีสอบสอนหาคนร้ายอยู่ครับ ก่อนหน้านี้ไปลงพื้อนืที่มาก็พบทั้งหมด 22 จุด รวมกับคุณบังอรอีกเป็นทั้งหมด 23 จุด คือบางจุดด็มีทั้งกระดูกน้อย บางจุดก็พบว่ากระดูกมาก จากการสอบสวนปากคำพยานของชาวบ้านที่นั่นคือ เหตุทำนองนี้มันเกิดมา 30 กว่าปีแล้ว และดูจากต้นไม้ ดูจากสภาพลวดเหล้ก ผุ กร่อนไปแล้ว ก็มีการเป็นไปได้ว่ามีการเผากันมานานหลายสิบปี
แบบนี้มีโอกาสที่จะตามจับคนร้ายตัวจริงได้ไหมคะ?
ต้องเรียนแบบนี้นะครับ แบ่งกันเป็นสองส่วน ส่วนที่ 1 กรณีทีเกินระยะเวลาไปแล้วเนี่ย ผู้ต้องหาต้องรับสารภาพ เพราะมันดำเนินคดีไม่ได้ ขาดอายุความ กับส่วนที่ 2 เราต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อนว่ากระดูกนี้เป็นกระดูกของ มนุษย์คนไหน ส่วนที่กรณีของคุณบังอร ที่พบศพแล้ว คดีนี้อยู่ในระหว่างสืบสวนหาตัวคนร้าย จริง ๆ พบบุคลต้องสงสัยแล้วครับ แต่มันยังขาดพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปมัดตัวคนร้าย ในทางสืบสวนเรามีกลุ่มคนร้ายต้องสงสัยอยู่แล้วครับ แต่หลักฐานไม่เชื่อม
มีผู้มีอิทธิพลเกี่ยวข้องไหมครับ?
ไม่มีครับ ตำรวจไม่กลัวผู้มีอิทพล ถ้าเรารู้ข้อมูลก็ไม่มีใครรอดครับ ต้องจับให้ได้ครับ
ทางญาติมีสงสัยใครไหมคะ?
มีค่ะ หลานสาวเคยเล่าให้ฟังว่าเค้าเคยคลุกคลีกับผู้ชายคนนึง เวลาทีแกกินเหล้าเมา เขาทำแบบนี้มานานแล้ว คือหลานเคยไปนั่งดื่มเหล้ากับผู้ชายคนนึง และผู้ชายคนนั้นก็เล่าให้ฟังว่าเขาเคยทำแบบนี้ เผานั่งยาง แล้วก็ทำลายหลักฐาน เก็บกระดุกใส่ถุงทิ้งแม่น้ำโขงเลย กรณีพี่สาว(คุณบังอรผู้เสียชีวิต) วันนั้นฝนตกหนัก อาจจะไม่ได้ทำลายหลักฐาน
ในกรณีคุณบังอรที่โดนเผานั่งยาง คิดว่ามันเกี่ยวกับกรณีที่ปล่อยเงินกู้ไหม
เป็นไปได้ก่อนที่พี่สาวจะหายไปก็ทะเลาะกับคน ๆ หนึ่ง ที่ติดหนี้ไว้ ทะเลาะกันแรงเลย ก่อนจะหายไป ที่พี่สาวเล่าให้ฟังที่เป็นลูกหนี้มีอยู่สามคน สุดท้ายก็อยากให้จับคนร้ายเร็ว ๆ ก้ขอขอ้มูลเจ้าหน้าที่เรื่อย ๆ ครับ อยากบอกอะไรกับคุณแม่ที่อาจจะดูอยู่บนฟ้า
คือสามสิ่งที่ผมยังไม่ได้ทำให้แม่คือ 1. บวช 2.หลานน้อย 3.คือรับปริญยา อยากให้คุณแม่เห็น อยากให้ไปสู่สุขคติ ไม่ต้องห่วงจะดูแลทุกอย่างเอง














