พบโครงกระดูกคล้ายมนุษย์ถูกเผานั่งยางกว่า 15 จุด ภายในป่าเขตรอยต่ออำเภอป่าโสม-อำเภอสังคม จังหวัดอุดรธานี คาดเป็นเหยื่อแก๊งรีดไถอุ้มฆ่าทำลายหลักฐาน

พลตำรวจโทบุญเลิศ ใจประดิษฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบเหตุบริเวณเขตป่ารอยต่ออำเภอป่าโสม-อำเภอสังคม ติดกับเชิงเขา ตำบลหนองแวง อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี พบซากโครงกระดูกคล้ายมนุษย์ถูกเผานั่งยางกว่า 15 จุด

โดยมี 8 จุด ที่เห็นเป็นรูปร่างมนุษย์ชัดเจน รวมถึงล้อยาง ขวดน้ำมัน และอื่นๆเช่น กระดุมเหล็ก หัวเข็มขัด นาฬิกา และเครื่องประดับตกอยู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน หลังจากเข้าติดตามความคืบหน้า คดีที่นางบังอร ทองอ่อน อายุ 57 ปี นายทุนเงินกู้ เคยถูกนำศพมาเผานั่งยางที่บริเวณดังกล่าวเมื่อ 3 ปีก่อน (พ.ศ.2557)

จนถึงขณะนี้ยังจับคนร้ายไม่ได้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เปิดเผยว่า หลายคนคาดว่า เป็นศพที่ถูกแก๊งรีดไถนำอุ้มฆ่าเผาอำพรางคดี แต่ขณะนี้ยังไม่ได้สรุป โดยอยู่ระหว่างการนำหลักฐานทั้งหมด ส่งตรวจพิสูจน์ว่ากระดูกที่ พบเป็นของมนุษย์จริงหรือไม่ และถูกเผานั่งยางด้วยสาเหตุใด และหากพบว่าเป็นกระดูกมนุษย์จริง ก็จะต้องนำไปตรวจสอบเรื่องบุคคลสูญหาย เพื่อนำมาเปรียบเทียบผลตรวจสอบทางนิติเวชหรือดีเอ็นเอต่อไป

อีกหนึ่งเหตุการณ์ เกิดขึ้นที่จังหวัดนครนายก เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจ ได้เข้าตรวจสอบศพคนถูกเผากลางทุ่งนา ในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้านนา โดยสภาพศพที่พบเป็นเพศชาย มีร่องรอยการถูกแทงบริเวณหน้าท้องจำนวน 8 แผล ด้านหลัง 4 แผล

บริเวณด้านหลังศีรษะมีรอยถูกทุบด้วยของแข็ง และผิวมีรอยไหม้ทั่วตัว จากการตรวจสอบบัตรประจำตัวของข้าราชการและบัตรประกันชีวิต ที่พบอยู่ข้างศพทราบชื่อต่อมาว่า นายมานิก ถีระวงษ์ อายุ 49 ปี เป็นคนในพื้นที่ดังกล่าว และจากการสอบถามพยานในที่เกิดเหตุทราบว่า ก่อนหน้านี้ผู้ตายได้มานั่งดื่มสุรากับพรรคพวกในระแวกที่เกิดเหตุ

ขณะที่ทางพันตำรวจเอกคมกฤษ ศรีผ่องงาม ผู้กำกับการตำรวจภูรบ้านนา ระบุว่า ขณะนี้ได้ส่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ลงเก็บข้อมูลรายละเอียดพยานแวดล้อมเพิ่มเติม เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องชู้สาว เนื่องจากทราบมาว่าผู้ตายได้มีความสัมพันธ์กับลูกติดของภรรยาคนปัจจุบัน แต่ยังไม่ตัดประเด็นเรื่องการดื่มสุราแล้วมีปากเสียงทะเลาะกันกับพรรคพวกออกไป