กระทรวงสาธารณสุขประกาศใช้ พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฉบับใหม่ เริ่มบังคับใช้วันที่ 4 กรกฎาคม เน้นคุ้มครองสุขภาพเด็ก-เยาวชน พร้อมกำหนดบทลงโทษปรับผู้สูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ 5,000 บาท
นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึง การบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฉบับใหม่ ที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ ป้องกันเยาวชนจากการติดบุหรี่และควบคุมกลยุทธ์การตลาดธุรกิจบุหรี่ โดยคนไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่สูงถึงปีละ 5 หมื่นคน นอกจากนี้กลยุทธ์การตลาดบุหรี่ยังทำให้นักสูบหน้าใหม่ในเยาวชนเพิ่มจำนวนมากขึ้น และมีโอกาสเป็นผู้เสพติดไปตลอดชีวิต รัฐบาลต้องสูญเสียงบประมาณไปกับการรักษาผู้ป่วย
สำหรับ พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 มีสาระสำคัญ เช่น ห้ามขายหรือให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบแก่บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ฝ่าฝืน จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท ห้ามใช้ จ้าง วาน หรือยินยอมให้บุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี ขายผลิตภัณฑ์ยาสูบ ฝ่าฝืนจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท
ห้ามขายผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ สถานที่ปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา ร้านยา สวนสาธารณะ สถานศึกษา สวนสนุก ฝ่าฝืนจะได้รับโทษปรับ 40,000 บาท
ห้ามโฆษณาหรือสื่อสารการตลาดในทุกรูปแบบแม้แต่การใช้พริตตี้ส่งเสริม หากฝ่าฝืนโทษปรับจำคุกไม่เกิน 6 เดือนปรับไม่เกิน 5แสนบาท ห้ามผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ยาสูบทำกิจกรรม CSR เพื่อบุคคล องค์กร หรือสร้างภาพลักษณ์โฆษณาผลิตภัณฑ์ยาสูบ ฝ่าฝืน ผู้ประกอบการ ผู้รับจ้าง จะได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน กึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมแต่ไม่ต่ำกว่า 1,500,000 บาท ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท
ห้ามแบ่งขาย บุหรี่ซิกาแรต เป็นรายมวน หากฝ่าฝืนมีโทษปรับ ไม่เกิน 40,000 บาท และห้าม สุบบุหรี่ ในเขตปลอดบุหรี่ ปรับไม่เกิน 5,000 บาท

















