ชาวบ้านชุมชนเตาอิฐ จังหวัดสงขลา ร้องขอความเป็นธรรมกับดีเอสไอ หลังถูกวัดอุทัยธารามฟ้องขับไล่ไร้ที่อยู่อาศัย และเรียกเก็บค่าเช่าย้อนหลัง 30 ปี และยังประหลาดใจทำไมพื้นที่ ชายทะเลสามารถออกโฉนดได้

ชาวบ้านชุมชนเตาอิฐ หรือชุมชนท่าสะอ้าน ต.บ่อยาง อ.เมือง จ. สงขลา กว่า 100 คน เหมารถบัสจาก จ.สงขลา เข้าร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กรณีเดือดร้อนไม่มีที่ทำกินและที่อยู่อาศัย หลังถูกวัดอุทัยธารามฟ้องขับไล่ที่

โดย นายบุญเหลือ สุขปลื้ม ผู้ประสานงานชุมชนเตาอิฐ กล่าวว่า ชาวชุมชนอยู่ในพื้นที่มานานกว่า 50 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2503 ซึ่งแต่เดิมเป็นพื้นที่ชาย ทะเล ตั้งอยู่บริเวณหลังวัดอุทัยธาราม ซึ่งรัฐได้จัด สรรให้ตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

แต่ต่อมา ในปี 2543 เทศบาลนครสงขลาได้ออกโฉนดที่ดินให้กับทางวัดซึ่งครอบคลุมพื้นที่ของชาวบ้านด้วย และทางวัดได้อ้างกรรมสิทธิ์ครอบครองและฟ้องขับไล่ชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านกว่า 200 ครัวเรือน เดือดร้อน

พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่า พื้นที่ชายทะเลจะออกโฉนดให้วัดได้อย่างไร อีกทั้งยังแอบกระทำกับวัดโดยที่ชาวบ้านไม่รู้ และที่หนักที่สุดคือทางวัดได้เรียกเก็บเงินค่าที่อยู่อาศัยย้อนหลังกับชาวบ้าน 20-30 ปี ด้วย ดังนั้นจึงต้องการให้ดีเอสไอเข้ามาตรวจสอบการครอบครองที่ดินให้เกิดความชัดเจน เพราะขณะนี้ชาวบ้านเดือดร้อนมาก

ด้าน พันตำรวจตรีวรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ  รองโฆษกดีเอสไอ   ระบุว่าจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ก่อนหน้านี้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ชายทะเล หรือไม่ และสามารถออกโฉนดได้หรือไม่ และชาวบ้านหรือวัดที่เป็นผู้อยู่อาศัยมาก่อน เพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป