หลายพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง โดยที่จังหวัดเพชรบูรณ์ น้ำในอ่างเก็บน้ำคลองยาง มีปริมาณน้ำเก็บกักเต็มความจุ ล่าสุด ล้นสปิลเวย์ เตือนเด็ก เยาวชน ห้ามเล่นน้ำเสี่ยงอันตราย

ทหารจากชุดร้อยรักษาความสงบที่ 1 กองพันทหารม้าที่ 13 กองพลทหารม้าที่ 1 ค่ายพ่อขุนผาเมืองเพชรบูรณ์ ร่วมกับผู้นำชุมชน ชาวบ้าน ลงพื้นที่ติดตามปริมาณน้ำกักเก็บบนอ่างเก็บน้ำคลองยาง หมู่ที่ 9 ตำบลหนองไผ่ อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ หลังพบว่า ช่วงนี้ในพื้นที่มีฝนตกหนักและต่อเนื่อง

โดยสถานการณ์ล่าสุด ปริมาณน้ำได้เต็มความจุของอ่างเก็บน้ำคลองยาง จนไหลผ่านทางน้ำล้น หรือ สปิลเวย์ ลงสู่ลำคลองศรีเทพ จนเต็มตลอดสาย ผ่านพื้นที่ 7 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ 6 / 7 / 8 / 9 / 10 / 12 / และ หมู่ที่ 15 ของตำบลหนองไผ่

โดยเจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง และเกษตรกร คอยเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์พยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เพราะหากมีฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วงนี้ นอกจากปริมาณน้ำที่เต็มอ่างเก็บน้ำคลองยางแล้ว ยังจะมีมวลน้ำจากเทือกเขาชนแดน ซึ่งเป็นเขตติดต่อ จะไหลหลากเข้ามาสมทบกับน้ำเดิมในอ่าง และล้นสปิลเวย์ในปริมาณที่มากกว่าเดิม ซึ่งเสี่ยงที่จะไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร และบ้านเรือนราษฎรได้

ทั้งนี้ ได้ฝากเตือนไปยังผู้นำชุมชน ผู้ปกครอง ให้เฝ้าระวังบุตรหลาน เด็ก เยาวชน อย่างใกล้ชิด ไม่ให้ไปเล่นน้ำ บริเวณจุดน้ำล้นสปิลเวย์ ดังกล่าว พร้อมทั้งให้จัดทำป้ายแจ้งเตือนติดตั้งไว้ให้เด่นชัด เนื่องจากในทุกหน้าฝน มักมีเด็ก เยาวชนจำนวนมาก ชักชวนกันมาเล่นน้ำ โดยการสไลด์ลงไปด้านล่าง ซึ่งถือว่า เป็นจุดอันตราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้ง

ส่วนที่จังหวัดอุทัยธานี มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงสู่แม่น้ำตากแดด ด้านเหนือเขื่อนวังร่มเกล้า ที่ไหลผ่านพื้นที่อำเภอสว่างอารมณ์ และอำเภอทัพทัน เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาว่า จะมีฝนตกลงมาเพิ่มขึ้นอีกนั้น คาดว่า จะมีปริมาณน้ำจากอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ไหลบ่ามาสมทบอีก โดยเฉพาะช่วงฤดูน้ำหลาก ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณน้ำที่กักเก็บไว้บริเวณเหนือเขื่อน และ ครงการแก้มลิงโครงการตามแนวพระราชดำริจำนวนมากแล้ว จึงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสม

ดังนั้น ชลประทานจึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดสรรน้ำเขื่อนวังร่มเกล้า ทำการยกประตูระบายทั้ง 3 บาน ของเขื่อนวังร่มเกล้า ซึ่งก่อนหน้านี้ ยกประตูระบายน้ำเพียงบานเดียว เพื่อระบายน้ำจากแม่น้ำตากแดด วังร่มเกล้า และจากโครงการแกล้มลิงบางส่วน ลงสู่ท้ายเขื่อนวังร่มเกล้า ไปตามลำแควตากแดด ให้ไหลลงสู่แม่น้ำสะแกกรัง และแม่น้ำเจ้าพระยาต่อไป

นอกจากนี้ ได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง หากมีฝนตกหนักเพิ่มขึ้น และปริมาณน้ำสูงขึ้นอีก ก็จะมีการระบายน้ำเพิ่มขึ้น เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่เหนือและท้ายเขื่อนวังร่มเกล้า และหากฝนตกน้อยลง ไม่มีปริมาณน้ำจากที่อื่นลงมาสมทบ ก็จะลดการระบายน้ำทันที เพื่อรักษาระดับกักเก็บไว้ใช้ในการเกษตร และอุปโภคบริโภคในช่วงฝนทิ้งช่วงและฤดูแล้งต่อไป

เฝ้าระวังน้ำล้นสปิลเวย์เขื่อนคลองยาง หลังมีฝนตกหนัก