สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยกเลิกคำสั่งย้าย สารวัตรสืบสวนภูธรภาค 4 ชุดจับกุมผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ "น้องแอ๋ม" กลับตำแหน่งเดิม หลังถูกสังคมวิจารณ์ ด้านพี่สาว เบ็นซ์ ร้องกระทรวงยุติธรรม ช่วยเหลือหลัง น้องสาวถูกตั้งข้อหาเกินกว่าเหตุ
พี่สาวของ นางสาวจิดารัตน์ พรหมคุณ หรือ เบนซ์ หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหา ร่วมกันหั่นศพ นางสาว วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม โดยเจตนา และ รับของโจรจากการนำโทรศัพท์ผู้ตายไปขาย เปิดเผยว่า ตอนนี้ครอบครัว ยังไม่มีการแต่งตั้งทนายความเพื่อเดินเรื่องในการยื่นประกันตัว "เบนซ์" เนื่องจากหลักทรัพย์ที่ใช้ประกันตัวสูงถึง 650,000 บาท
ขณะนี้ พยายามหาหลักฐานเพื่อมายืนยัน ว่า น้องสาวของตนเองไม่ได้มีส่วนร่วมฆ่าและหั่นศพ น้องแอ๋ม เนื่องจากวันเกิดเหตุ น้องสาวอยู่ที่กรุงเทพ แต่ถูกตำรวจถูกตั้งข้อหาเดียวกันกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ 4 คน ที่ก่อเหตุ จึงมองว่าถูกตั้งข้อกล่าวหาเกินกว่าเหตุ
ด้าน พันตำรวจเอกดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า กรณีที่ พี่สาวของ"เบนซ์" นำหลักฐานภาพกล้องวงจรปิด ที่แสดงว่า เบนซ์ ไม่ได้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ มาขอความเป็นธรรม จากกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น จะรับคำร้องไว้พิจารณาตามขั้นตอน แต่เบื้องต้นยังต้องตรวจสอบว่า
ตำรวจมีหลักฐานอย่างไรที่ทำให้เชื่อว่า "เบนซ์"ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ เบื้องต้นของกลางที่เกี่ยวข้อง คือโทรศัพท์ของ น้องแอ๋ม ที่ เบนซ์ นำไปขาย จึงเข้าข่ายเป็นคดีปล้นทรัพย์ รับของโจร ตามขั้นตอนหลักฐานทั้งหมดจะถูกรวบรวมส่งฟ้อง
โดยศาลเป็นผู้พิจารณา ว่า จะสั่งฟ้องตามข้อหาดังกล่าวหรือไม่ และ เบื้องต้นการที่กระทรวงยุติธรรม จะเข้าไปช่วยเหลือ จะต้องมีข้อมูลพื้นฐานที่ชัดเจน ว่า ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้กระทำความผิดจริง โดยอย่างน้อยจะต้องผ่านเครื่องจับเท็จ
แม่"แอ๋ม"ฟ้องหมิ่นพี่สาว"เปรี้ยว"เรียกเงิน 10 ล้านกล่าวหาขายตัว
ขณะเดียวกัน นางสาวพิชชาภา คำเพิงใจ แม่ของ "น้องแอ๋ม" เปิดเผยว่า ได้แต่งตั้งให้ นายนพดล สีดาทัน ทนายความ เป็นตัวแทนยื่นฟ้อง นางสาวประภาศรี สมศรี พี่สาวของ "เปรี้ยว" ในข้อหาหมิ่นประมาท กรณีให้สัมภาษณ์ในรายการ กล่าวหาว่า "น้องแอ๋ม" ขายบริการและชอบไปกับเสี่ยที่มีรถหรู และ เรียกค่าตัวสูงๆ
แม่น้องแอ๋ม เปิดเผยว่า เมื่อได้ฟังคำพูดดังกล่าว จึงได้ปรึกษาครอบครัว และ มีความเห็นว่าต้องการดำเนินคดีกับพี่สาวของเปรี้ยว เพราะเป็นการดูแคลน "น้องแอ๋ม" ที่เสียชีวิตไปแล้วว่า เป็นผู้หญิงไม่ดี และ ทำให้ญาติและครอบครัวเสื่อมเสีย โดยจะให้ทนายความนำหลักฐาน เข้าแจ้งความกับตำรวจภูธรบ้านเป็ด จ.ขอนแก่น เรียกค่าเสียหาย 10 ล้านบาท"
ส่วนความคืบหน้าคดี วานนี้(8มิ.ย.) พลตำรวจตรีเจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เรียกทีมสืบสวนประชุม เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจภูธรภาค 4 ได้เร่งขยายผลและสืบสวนในทางลับ หลังมีข้อมูลจากทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. ว่า ผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ พร้อมตรวจสอบประวัติคนใกล้ชิดและผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยในช่วงที่ผ่านมา เพื่อหาข้อมูลมาประกอบและขยายผลต่อไป นอกจากนี้ได้ ยืนยันว่า ตำรวจไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมฆ่าโดยไตร่ตรอง แก่ "เบ็นซ์" เพราะไม่ได้อยู่ร่วมในช่วงลงมือฆ่าหั่นศพ พร้อมขอเวลาให้ตำรวจทำงานเนื่องจากต้องใช้ความรัดกุม และ รายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้
สตช.ยกเลิกคำสั่งย้ายตำรวจภาค4ทำคดีฆ่าหั่นศพ"น้องแอ๋ม"
ขณะที่ เมื่อวานนี้(8 ม.ิย.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยกเลิกคำสั่งโยกย้าย พันตำรวจโทไพรวัลย์ อายุวงษ์ สารวัตรกองกำกับการ3 กองบังคับสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 หัวหน้าชุดติดตามจับกุมตัว "เปรี้ยว" ที่ตามไปจับตัวจนถึงเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ที่ถูกคำสั่งย้ายไปเป็นสารวัตรงานป้องกันและปราบปรามสถานีตำรวจภูธรท่าช้างจังหวัดสิงห์บุรี โดยให้กลับไปประจำตำแหน่งเดิม
สำหรับ สารวัตรคนดังกล่าว มีความเชี่ยวชาญเฉพาะการสืบหาคนร้ายผ่านไอที จนได้รับการยอมรับให้เป็นวิทยากร เป็นครูสอนนักสืบจากทั่วประเทศ เมื่อถูกคำสั่งย้ายได้เกิดกระแสวิจารณ์อย่างกว้างขวาง ว่า ทำให้ตำรวจที่ตั้งใจทำงานเสียกำลังใจ
ด้าน พันตำรวจโทไพรวัลย์ เปิดเผยหลังได้รับคำสั่งยกเลิกการย้ายออกจากพื้นที่ว่า ตอนแรกงงมาก ตั้งตัวไม่ติด เพราะที่ผ่านมาตั้งใจทำงาน เข้าขากันได้ดีกับทีม แต่เมื่อมีคำสั่งยกเลิกและให้ปฏิบัติหน้าที่เดิม รู้สึกดีใจ ตั้งใจว่าจะทำหน้าที่ให้ดียิ่งขึ้น

















